หมวดหมู่อาหาร
ภาษาไทย
วันที่เผยแพร่14 มีนาคม 2569 เวลา 01:58

ข้าวราดหมูผัดเผ็ดเกาหลี แค่ 250 บาท อิ่มจนล้น

#อาหารเกาหลี#กินอะไรดี#อาหารเอเชีย

สารบัญ

14 รายการ

ต่อจากปลาย่างคราวก่อน วันนี้ก็ยังเป็นเซ็ตข้าวเกาหลีอีกเช่นเคย

โพสต์ที่แล้วเราเคยพาไปดูเซ็ตข้าวราดปลาย่างแบบแพ็กบัน (baekban) กันแล้ว วันนี้ก็ขอเล่าเรื่องแพ็กบันต่ออีกนะครับ แพ็กบันคือเซ็ตข้าวแบบดั้งเดิมของเกาหลี มาครบทั้งข้าว ซุป และเครื่องเคียงจานเล็ก ๆ เรียงเต็มโต๊ะ ร้านที่ไปรอบนี้ไม่ใช่เชนร้าน ไม่ใช่ร้านดังที่มีรีวิวเป็นร้อย ๆ บน Naver Map (กูเกิลแมปเวอร์ชันเกาหลี) แต่เป็นร้านเล็ก ๆ ในซอย แขวนป้ายอันเดียว เจ้าของร้านคนเดียวทำทุกอย่างเอง

ที่เกาหลีร้านข้าวแกงแบบแพ็กบันแบบนี้เยอะมากจริง ๆ ครับ มองจากถนนใหญ่ไม่เห็นหรอก ต้องเลี้ยวเข้าซอยถึงจะเจอ หน้าร้านตั้งบอร์ดเมนูเขียนมือแผ่นเดียว เปิดขายแค่มื้อเที่ยง วัตถุดิบหมดก็ปิด แค่นั้น ผมเป็นคนชอบตั้งใจหาร้านแบบนี้ เหตุผลง่าย ๆ เลย เพราะนี่คืออาหารที่คนเกาหลีกินจริง ๆ ทุกวัน ไม่ใช่สำรับจัดวางสวย ๆ ให้นักท่องเที่ยว แต่เป็นมื้อเที่ยงที่คนละแวกนั้นวิ่งเข้ามากิน ๆ แล้วก็ไป

วันนี้ไม่มีเมนูอะไรพิเศษครับ แค่จะโชว์ให้ดูว่าเซ็ตข้าวราดหมูผัดเผ็ดเจยุกบกกึม (jeyuk-bokkeum) ธรรมดา ๆ หน้าตาเป็นยังไง

คนละ 250 บาท เซ็ตข้าวราดหมูผัดเผ็ดเกาหลีเต็มโต๊ะ

วิวทั้งโต๊ะเซ็ตข้าวเกาหลีแพ็กบัน หมูผัดเผ็ด ซุปสาหร่าย ข้าว กิมจิ กักดูกี ผักโขมนามุล กิมจิต้นหอม เต้าหู้ตุ๋น สลัดหัวไชเท้า ผักสดห่อ

ทั้งหมดนี้คนละ 250 บาท (10,000 วอน) ครับ จานดำตรงกลางคือเมนูหลักวันนี้ เจยุกบกกึม (หมูผัดเผ็ด) ส่วนที่เหลือทั้งหมดเป็นเครื่องเคียงที่มาพร้อมเซ็ต ข้าว ซุปสาหร่าย กิมจิ กักดูกี (กิมจิหัวไชเท้าหั่นลูกเต๋า) ผักโขมปรุงรส กิมจิต้นหอม เต้าหู้ตุ๋น สลัดหัวไชเท้า แถมผักสดสำหรับห่อ เซ็ตข้าวราดปลาย่างที่เคยรีวิวคราวก่อนราคาประมาณ 200 บาท (8,000 วอน) วันนี้แพงกว่าราว 50 บาท แต่แลกกับเมนูหลักที่จัดเต็มกว่าเยอะ ปกติเซ็ตแพ็กบันราคา 175–200 บาท จะไม่มีเมนูหลัก มีแค่เครื่องเคียง ซุป กับข้าว แต่ร้านนี้เพิ่มเจยุกบกกึมเป็นจานหลักหนัก ๆ มาเลย

เจยุกบกกึมคือหมูผัดกับโคชูจัง ซึ่งเป็นน้ำพริกหมักดองรสเผ็ดที่เป็นหัวใจของอาหารเกาหลีเลย เป็นหนึ่งในเมนูที่คนเกาหลีสั่งเยอะที่สุดในร้านแพ็กบัน วิธีกินพื้นฐานคือเอาข้าวกับเนื้อวางบนผักกาดหอมหรือใบกะเพราเกาหลี (ใบงา) แล้วห่อกินเป็นคำ ๆ เรียกว่าซัม (ssam) เรื่องจานหลักเดี๋ยวเล่าให้ฟังละเอียดทีหลังนะครับ ไปดูเครื่องเคียงทีละอย่างก่อน

เครื่องเคียงร้านแพ็กบัน วันนี้มาอะไรบ้าง

แต่ละร้านแพ็กบันจะมีเครื่องเคียงไม่เหมือนกันนิดหน่อย บางร้านเน้นผักนามุลเยอะ บางร้านจัดหนักพวกหมักดองอย่างปลาร้าเกาหลีหรือผักดอง วันนี้เครื่องเคียงที่ออกมาเป็นของที่หาได้ทั่วไปทุกที่ในเกาหลีเลย ผมไปกับภรรยา ภรรยาเป็นชาวต่างชาติเลยอธิบายให้ฟังทีละอย่างระหว่างกิน สิ่งที่เล่าให้เธอฟังวันนั้น ผมจะมาเล่าให้ทุกคนฟังตรงนี้ด้วยเลยนะครับ

กิมจิต้นหอม — เครื่องเคียงที่จำได้ดีที่สุดวันนี้

ภาพโคลสอัพกิมจิต้นหอม ต้นหอมทั้งต้นคลุกพริกป่นกับน้ำปลาร้า กิมจิแบบดั้งเดิมเกาหลี

กิมจิต้นหอมทำจากต้นหอมทั้งต้นคลุกเคล้ากับพริกป่น น้ำปลาร้าเกาหลี และกระเทียม พอพูดถึงกิมจิคนส่วนใหญ่จะนึกถึงกิมจิผักกาดขาว แต่จริง ๆ มีกิมจิทำจากต้นหอมด้วยนะครับ ถ้าร้านแพ็กบันเสิร์ฟกิมจิต้นหอมมาพร้อมกิมจิผักกาดด้วย แสดงว่าเครื่องเคียงของร้านนั้นจัดว่าหลากหลายเลย

เท็กซ์เจอร์ไม่ได้กรอบนะครับ ค่อนข้างเหนียวหน่อย ยิ่งเคี้ยวยิ่งได้กลิ่นเผ็ดซ่าแบบเฉพาะตัวของต้นหอม แล้วพอกินคู่กับเนื้อมันจะช่วยตัดมันได้ดีมาก ผมกินเจยุกบกกึมไป ระหว่างนั้นก็คีบกิมจิต้นหอมกินสลับไปด้วย คอมโบนี้ดีกว่าที่คิดเยอะเลย ตอนหลังเอาเนื้อห่อผักกาดแล้วใส่กิมจิต้นหอมเข้าไปด้วย กลายเป็นคำที่อร่อยที่สุดของมื้อนี้เลย

เต้าหู้ตุ๋น — เครื่องเคียงที่ภรรยาไปตักเพิ่มถึง 2 รอบ

เครื่องเคียงเต้าหู้ตุ๋นซอสโคชูจังกับซีอิ๊ว ข้างนอกสีแดงเครื่องปรุง ข้างในขาวนุ่ม

เต้าหู้หั่นหนา ๆ แล้วเอาไปตุ๋นในซอสโคชูจังกับซีอิ๊ว เต้าหู้ทำจากถั่วเหลือง ในเกาหลีเป็นวัตถุดิบที่ใช้บ่อยมากจนเกือบจะอยู่บนโต๊ะทุกวัน ใส่ในซุปก็ได้ ทอดก็ได้ ตุ๋นซอสแบบนี้ทำเครื่องเคียงก็ได้

เต้าหู้ตุ๋นร้านนี้ซอสค่อนข้างเค็มหน่อย แต่กินกับข้าวกลับลงตัวมาก วางก้อนเต้าหู้บนข้าวแล้วราดน้ำซอสลงไปด้วย แค่นั้นข้าวก็หายไปไวมาก ภรรยาชอบอันนี้เป็นพิเศษ ไปตักเพิ่มถึง 2 รอบเลย ร้านนี้เป็นระบบเซลฟ์เซอร์วิส เครื่องเคียงวางไว้ที่เคาน์เตอร์ อยากได้เท่าไหร่ก็ตักเอาเองได้เลย ไม่ต้องเกรงใจใคร ภรรยาที่เป็นชาวต่างชาติก็เดินไปตักได้สบาย ๆ เลยครับ

ผักโขมปรุงรส — พื้นฐานของสำรับเกาหลี

เครื่องเคียงผักโขมนามุลปรุงรสน้ำมันงา กระเทียม งา ซีอิ๊ว พร้อมแครอทและหัวหอม

ผักโขมลวกแล้วปรุงด้วยน้ำมันงา กระเทียม เมล็ดงา และซีอิ๊ว น้ำมันงาเป็นน้ำมันที่ใช้เยอะมากในอาหารเกาหลี มีกลิ่นหอมมันเฉพาะตัว ที่เห็นแครอทกับหัวหอมในรูปเป็นเพราะร้านนี้ใส่เพิ่มเพื่อให้สีสันและเท็กซ์เจอร์หลากหลายขึ้น

รสชาติไม่จัดจ้านเลย เป็นผักนุ่ม ๆ หอมน้ำมันงา กำลังกินเจยุกบกกึมเผ็ด ๆ หรือกิมจิอยู่แล้วคีบผักโขมสักคำ ปากจะรีเซ็ตเลยครับ ร้านแพ็กบันที่ผมเคยไปมา แทบไม่มีร้านไหนที่ไม่เสิร์ฟผักโขมปรุงรสเลย ถือว่าเป็นเครื่องเคียงพื้นฐานที่สุดของอาหารเกาหลี

สลัดหัวไชเท้าและกักดูกี — วัตถุดิบเดียวกัน แต่คนละเรื่องเลย

สลัดหัวไชเท้าเกาหลีหั่นฝอยคลุกพริกป่น น้ำส้ม น้ำตาล น้ำปลาร้า เปรี้ยวเผ็ดสไตล์เกาหลี

สองอย่างนี้เล่าไปพร้อมกันดีกว่าครับ ทั้งคู่ทำจากวัตถุดิบเดียวกันคือหัวไชเท้าเกาหลี แต่ออกมาคนละแนวเลย

มูแซงแช (musaengchae) คือหัวไชเท้าหั่นฝอยบาง ๆ แล้วคลุกทันทีกับพริกป่น น้ำส้ม น้ำตาล และน้ำปลาร้าเกาหลี ดูแดง ๆ เหมือนจะเผ็ดมาก แต่กินจริง ๆ รสเปรี้ยวมาก่อน เท็กซ์เจอร์กรอบเคี้ยวสนุก มีทั้งเผ็ดนิด ๆ กับเปรี้ยวหวานไปพร้อมกัน กำลังกินของมัน ๆ อยู่แล้วคีบสักคำ ปากสดชื่นขึ้นมาทันที

กักดูกี กิมจิหัวไชเท้าหั่นลูกเต๋า คลุกพริกป่น กระเทียม น้ำปลาร้า หมักจนเปรี้ยว กิมจิเกาหลีแท้

กักดูกีก็หัวไชเท้าเหมือนกัน แต่หั่นเป็นลูกเต๋า คลุกเครื่องปรุงแล้วนำไปหมักดอง การหมักดองคือกระบวนการปล่อยให้อาหารสุกตัวตามธรรมชาติ ผ่านกระบวนการนี้แล้วจะเกิดรสเปรี้ยวซ่าแบบมีมิติ รสชาติลึกขึ้น พูดง่าย ๆ มูแซงแชเหมือนสลัดสด ส่วนกักดูกีเหมือนผักดองหมัก วันนี้สองอย่างนี้มาพร้อมกันบนโต๊ะ เลยได้สนุกกับการเปรียบเทียบระหว่างกินครับ

กิมจิผักกาดขาว — อาหารหมักดองที่เป็นตัวแทนของเกาหลี

กิมจิผักกาดขาว หมักดองกับพริกป่น กระเทียม น้ำปลาร้า อาหารหมักดั้งเดิมที่โด่งดังที่สุดของเกาหลี

ผักกาดขาวดองเกลือแล้วยัดเครื่องปรุงที่มีพริกป่น กระเทียม น้ำปลาร้า และต้นหอมเข้าไประหว่างใบทุกชั้น จากนั้นปล่อยให้หมัก ถ้าถามคนเกาหลีว่าอาหารที่กินบ่อยที่สุดคืออะไร คำตอบก็จะเป็นข้าวหรือกิมจิ ขนาดนั้นเลยที่กิมจิขาดไม่ได้จากโต๊ะอาหารเกาหลี ร้านอาหารเกาหลีไปที่ไหนก็มีกิมจิออกมาหมด ร้านปิ้งย่าง ร้านขนมจีบเกาหลี ร้านแพ็กบัน แม้กระทั่งร้านอาหารฝรั่งบางร้านก็เสิร์ฟกิมจิด้วย

ผมมีนิสัยว่าทุกครั้งที่เข้าร้านแพ็กบัน จะคีบกิมจิมาชิมก่อนเลย ถ้ากิมจิโอเค เครื่องเคียงที่เหลือก็มักจะโอเคด้วย กิมจิร้านนี้หมักได้พอดี ทั้งเผ็ดและอูมามิมาพร้อมกัน ไม่เค็มเกินไปด้วยครับ

เครื่องเคียงเป็นระบบเซลฟ์เซอร์วิส

เรื่องเครื่องเคียงเท่านี้นะครับ ต่อไปจะเล่าจุดเด่นพิเศษของร้านนี้

ร้านนี้เป็นระบบเซลฟ์เซอร์วิสสำหรับเครื่องเคียง ด้านหนึ่งวางเครื่องเคียงเรียงยาว หม้อหุงข้าวก็อยู่ตรงนั้นด้วย อยากได้ข้าวเพิ่มก็ตักเองจากหม้อได้เลย เครื่องเคียงก็ตักได้ตามใจ อยากเท่าไหร่ก็เท่านั้น ที่ภรรยาไปเพิ่มเต้าหู้ตุ๋นได้ 2 รอบก็เพราะระบบนี้ครับ ตักเองไม่ต้องเรียกเจ้าของร้าน คนต่างชาติที่พูดเกาหลีไม่ได้ก็กินได้สบาย ๆ

แต่เจ้าของร้านนี้นะครับ ทั้ง ๆ ที่เป็นระบบเซลฟ์ แต่ก็ยังเดินมาหาลูกค้าเอง พอเห็นเครื่องเคียงลดลงก็เดินมาบอก "กินเพิ่มสิ กินเพิ่มสิ" แล้วก็เติมให้เอง บอกว่าพอแล้วก็ยังบอก "เฮ้ย ต้องกินเยอะ ๆ สิ" แล้วก็เอามาให้อีก ไม่ใช่แค่กับเราด้วยนะ โต๊ะข้าง ๆ ก็ทำเหมือนกันเป๊ะ น้ำใจแบบนี้แหละครับคือเสน่ห์ของร้านข้าวแกงตามซอยของเกาหลี

ที่ร้านแพ็กบันเกาหลี เครื่องเคียงเติมฟรีเป็นมาตรฐานเลยครับ บางร้านมีมุมเซลฟ์แบบนี้ บางร้านก็บอกเจ้าของแล้วเขาจะเอามาให้ แต่มารยาทคือตักแค่ที่กินไหว ตักเยอะแล้วเหลือทิ้งก็เสียของ ตักพอดี ไม่พอค่อยไปตักเพิ่ม

เมนูหลักวันนี้ เจยุกบกกึม (หมูผัดเผ็ดเกาหลี)

วิวทั้งจาน เจยุกบกกึม หมูผัดเผ็ดบนกระทะเหล็กดำ หัวหอม ต้นหอม พริกชองยัง แครอท พร้อมตะกร้าผักสดห่อ

ได้เวลาจานหลักแล้วครับ เจยุกบกกึม มาบนกระทะเหล็กสีดำ พอวางลงบนโต๊ะปุ๊บ กลิ่นซอสโคชูจังก็ลอยมาเลย หมูผัดกับหัวหอม ต้นหอม พริกชองยัง แครอท โรยงาด้านบน ข้าง ๆ มีตะกร้าสีเหลืองใส่ผักสดเต็มตะกร้า ผักกาดหอมกับใบงาครับ มาคู่กับเนื้อไว้ห่อกิน

ซูมเข้าไปดูเจยุกบกกึมใกล้ ๆ

โคลสอัพเจยุกบกกึม ซอสโคชูจังซึมเข้าเนื้อหมูทุกชิ้น ผสมต้นหอมและพริกชองยัง หมูผัดเผ็ดเกาหลี

ดูใกล้ ๆ จะเห็นว่าซอสซึมเข้าเนื้อทุกชิ้นเลย เป็นซอสที่ผสมโคชูจังกับซีอิ๊ว กระเทียม ขิง ไม่ใช่แค่เผ็ดอย่างเดียว แต่มีหวานนิด ๆ กับอูมามิมาด้วย สิ่งที่เซอร์ไพรส์ในเจยุกบกกึมร้านนี้คือต้นหอมครับ ผัดจนนิ่มแล้วเข้ากับซอสจนหวาน มีช่วงที่ต้นหอมอร่อยกว่าเนื้อด้วยซ้ำ จะเห็นพริกชองยังกระจายอยู่ พริกชองยังเป็นพริกเผ็ดตัวแทนของเกาหลีเลย กัดโดนเมื่อไหร่ความเผ็ดพุ่งขึ้นทันที ใครไม่ชินเผ็ดแนะนำเขี่ยออกก่อนกินนะครับ

ซูมสุด ๆ เจยุกบกกึม หมูหั่นหนา ซอสโคชูจังเคลือบเงาเป็นมันวาว

ถ่ายใกล้อีกหน่อยครับ เนื้อหนาพอสมควรเลยใช่ไหม ไม่ได้หั่นบาง ๆ แล้วผัด แต่หั่นหนาพอดีเลยเคี้ยวได้สะใจ ซอสเคี่ยวจนเกาะผิวเนื้อเป็นมันวาว จะเอาวางบนข้าวแล้วคลุกกินก็ได้ หรือจะเอาข้าวกับเนื้อวางบนผักแล้วห่อกินแบบซัมก็ได้ กินยังไงข้าวก็หมดไวเหมือนกัน แต่โชคดีที่ร้านนี้ตักข้าวเพิ่มเองจากหม้อได้ ไม่ต้องห่วง

ผักสดห่อกับปริมาณหมูผัดเผ็ด

ตะกร้าผักสดห่อซัม ผักกาดเขียวและผักกาดแดงสำหรับห่อกินกับเจยุกบกกึม

นี่คือผักสดห่อที่มากับเจยุกบกกึมครับ มีผักกาดเขียวกับผักกาดแดงผสมกัน ที่เกาหลีพอมีเมนูเนื้อสัตว์ แทบจะต้องมีผักสดห่อมาด้วยทุกครั้ง วางเนื้อกับข้าวบนผักแล้วยัดเข้าปากทีเดียว นี่คือวิธีกินแบบเกาหลีเลย

ถ่ายแนวตั้ง เจยุกบกกึมกองพูนบนกระทะเหล็ก ปริมาณเยอะจัดเต็ม

ถ่ายแนวตั้งมาหนึ่งใบ เห็นเจยุกบกกึมกองพูนบนกระทะไหมครับ ปริมาณค่อนข้างเยอะเลย ผมกินกับภรรยาสองคน อิ่มแน่น ๆ คนละ 250 บาทได้ปริมาณขนาดนี้ แถมเครื่องเคียงเติมฟรีด้วย คุ้มค่าเงินมาก ๆ ครับ

วิธีห่อเจยุกบกกึมกินแบบซัม

ห่อซัมเจยุกบกกึมกับกิมจิต้นหอมบนผักกาดหอม วิธีกินแบบเกาหลีดั้งเดิม

นี่คือคอมโบที่ดีที่สุดของวันครับ แผ่ผักกาดหนึ่งใบ วางเจยุกบกกึมลงไปชิ้นหนึ่ง แล้วเพิ่มกิมจิต้นหอมที่พูดถึงเมื่อกี้ลงไปด้วย เนื้อเผ็ด ๆ บวกกับกลิ่นฉุนของต้นหอม แล้วผักกาดห่อรวมทุกอย่างเพิ่มเท็กซ์เจอร์กรอบ ๆ ยัดเข้าปากทีเดียว ได้ทั้งเผ็ด หอม กรอบ มาพร้อมกัน หลายคนใส่ข้าวเข้าไปด้วยเวลาห่อ แต่ไม่มีกฎตายตัวครับ ชอบแบบไหนก็กินแบบนั้น

สรุปร้านข้าวแกงเกาหลีร้านนี้

เครื่องเคียงหลากหลาย ปริมาณเหลือเฟือ โดยเฉพาะเจยุกบกกึมเนื้อหนาและรสซอสดี ในเครื่องเคียงทั้งหมดกิมจิต้นหอมประทับใจที่สุด จำได้ด้วยว่าภรรยาชอบเต้าหู้ตุ๋นเป็นพิเศษ เจ้าของร้านคนเดียวทำทุกอย่าง แต่ยังเดินมาบอกลูกค้าว่า "กินเพิ่มสิ" ด้วยน้ำใจแบบนี้ ดีมาก ๆ ครับ ความคุ้มค่าต่อราคาวันนี้สูงกว่าเซ็ตปลาย่างคราวก่อนอีก พอมีจานหลักที่จัดเต็ม ความสมบูรณ์ของมื้ออาหารมันต่างกันเลย

ตักข้าวเพิ่มเองจากหม้อได้ เครื่องเคียงก็เดินไปตักเองได้ ไม่ต้องพูดเกาหลีเป็นก็กินได้สบาย ภรรยาที่เป็นชาวต่างชาติก็เดินไปตักเองได้ตามปกติเลยครับ

แพ็กบันคือข้าวธรรมดา ๆ ที่คนเกาหลีกินทุกวัน ไม่ใช่อาหารพิเศษอะไร เลยแทบไม่มีในหนังสือท่องเที่ยว แต่นั่นแหละครับคือเหตุผลที่ควรลอง ไม่ใช่อาหารที่จัดแต่งให้นักท่องเที่ยว แต่เป็นมื้อเที่ยงจริง ๆ ที่คนเกาหลีนั่งกินทุกวัน แล้วเราก็ได้สัมผัสเหมือนกันเป๊ะ ราคาไม่แพง สั่งก็ไม่ยาก เข้าร้าน ดูเมนู เลือกสักอย่าง เครื่องเคียงมาเอง เติมฟรี ไปครั้งแรกก็ไม่ต้องกังวลอะไรเลย

ถ้าไปเที่ยวเกาหลี ลองแวะเข้าร้านข้าวแกงในซอยสักมื้อนะครับ ไม่หรูหราอะไรหรอก แต่กินเสร็จแล้วจะเข้าใจว่าทำไมคนเกาหลีถึงกินแบบนี้ทุกวัน

ตอนหน้าจะกลับมาพร้อมเมนูแพ็กบันอีกแบบนะครับ

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ https://hi-jsb.blog

วันที่เผยแพร่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 01:58
วันที่อัปเดต 20 มีนาคม 2569 เวลา 01:41