
ข้าวขาหมู ต้มยำมาม่า ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก 3 จาน 160 บาทในปั๊ม PTT
สารบัญ
14 รายการ
กินข้าวในปั๊มน้ำมัน จริงเหรอ?
ถ้าอยากกินอาหารไทยแท้ๆ อร่อยๆ ในราคาที่ถูกสุดๆ มีที่หนึ่งที่หลายคนอาจมองข้ามไป นั่นคือร้านอาหารในปั๊มน้ำมันนี่แหละครับ ผมเป็นคนเกาหลีครับ เพิ่งรู้ตอนมาอยู่เมืองไทยว่าปั๊มน้ำมันที่นี่ไม่ใช่แค่เติมน้ำมัน ที่เกาหลีปั๊มน้ำมันก็คือเติมน้ำมันแล้วขับออกไปเลย มีร้านสะดวกซื้อเล็กๆ ติดอยู่ก็ถือว่าเป็นปั๊มใหญ่แล้ว จะซื้ออะไรกินก็แค่ข้าวปั้นสามเหลี่ยมสักชิ้น
ผมอยู่เมืองไทยมา 3 ปีครับ แต่งงานกับภรรยาคนไทย อยู่ด้วยกันที่ระยอง วันนั้นขับรถกลับบ้าน แวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม PTT ภรรยาก็ชวนว่ากินข้าวเที่ยงที่นี่เลย ปั๊มน้ำมันที่ไทยนี่ไม่ใช่แค่เติมน้ำมันนะครับ โดยเฉพาะปั๊ม PTT ขนาดใหญ่จะมีทั้งเซเว่น คาเฟ่ ร้านอาหาร แม้กระทั่งร้านนวดอยู่ในที่เดียวกัน เป็นสถานีบริการครบวงจรเลย วันนี้จะมาเล่าเรื่องอาหาร 3 อย่างที่ผมกับภรรยากินในร้านอาหารที่ปั๊ม PTT ครับ ข้าวขาหมู ต้มยำมาม่า และก๋วยเตี๋ยวน้ำตก

นี่คือบรรยากาศปั๊ม PTT ที่ระยองครับ เห็นร่มสีแดงกับม้านั่งอยู่ข้างหน้า ด้านหลังมีเซเว่นอีเลฟเว่น คาเฟ่ และตัวอาคารร้านอาหาร ดูเหมือนห้างเล็กๆ มากกว่าปั๊มน้ำมัน ตอนแรกที่มาเที่ยวไทยครั้งแรกผมก็แปลกใจนะ แต่พออยู่มา 3 ปีก็เข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้
ทางด่วนเกาหลี vs ถนนสายหลักไทย ทำไมปั๊มไทยถึงครบวงจร
ระบบถนนของเกาหลีกับไทยต่างกันมากเลยครับ
🇰🇷 เกาหลี
ทางด่วนตัดผ่านทั่วประเทศเป็นโครงข่ายหนาแน่นมาก ขับไม่ถึง 50 กม. ก็เจอจุดพักรถ (Service Area) ที่มีศูนย์อาหาร ร้านสะดวกซื้อ และห้องน้ำสะอาดครบ แต่ปั๊มน้ำมันตามถนนทั่วไปส่วนใหญ่จะมีแค่ตู้เติมน้ำมันเท่านั้นครับ
🇹🇭 ไทย
มีทางด่วนเหมือนกัน แต่การเดินทางส่วนใหญ่ยังใช้ถนนสายหลักระหว่างจังหวัด ปั๊มน้ำมันตามเส้นทางเลยพัฒนาเป็นสถานีบริการครบวงจร มีร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ ร้านอาหาร แม้กระทั่งร้านนวด ถือว่าเป็นจุดพักรถที่สมบูรณ์แบบมากๆ
เกาหลีพัฒนาจุดพักรถบนทางด่วน ไทยพัฒนาปั๊มน้ำมันให้เป็นสถานีบริการครบวงจร ทั้งสองแบบตอบโจทย์คนเดินทางเหมือนกัน
เกาหลีจุดพักรถบนทางด่วนพัฒนาไปไกลมาก แต่ไทยกลับพัฒนาปั๊มน้ำมันตามถนนสายหลักให้เป็นสถานีบริการครบวงจรแทน คนละทิศทาง แต่สุดท้ายก็ตอบโจทย์เดียวกัน คือคนขับรถต้องการที่แวะพัก กินข้าว จิบกาแฟระหว่างทาง
ร้านอาหารในปั๊ม PTT บรรยากาศเป็นแบบนี้

ร้านอาหารในปั๊ม PTT หน้าตาเป็นแบบนี้ครับ โต๊ะสแตนเลสกับเก้าอี้วางเรียงยาว สไตล์ร้านข้าวแกงทั่วไปในไทยเลย ถ้าเทียบกับเกาหลีก็คล้ายๆ ร้านข้าวต้มหรือร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ริมถนนที่เปิดโล่ง พื้นที่นั่งเป็นแบบกึ่งเปิดโล่งกึ่งในร่ม มีลมพัดผ่านก็พอได้ แต่สารภาพตามตรงว่ากลางวันอากาศร้อนมากนะครับ นั่งเฉยๆ ก็เหงื่อไหลแล้ว แอร์ไม่มี มีพัดลมสักตัวก็บุญแล้ว แต่ภรรยาผมชอบนั่งข้างนอกแบบนี้มากกว่า คนไทยหลายคนก็ชอบนั่งกินแบบเปิดโล่งๆ มีลมพัดมากกว่านั่งในห้องแอร์ ซึ่งมันก็คือสไตล์การกินแบบไทยแท้ๆ นั่นแหละครับ
เลือกมาม่าเอง แล้วเขาต้มให้

ฝั่งหนึ่งของร้านมีชั้นวางมาม่ากับเส้นสดหลายแบบให้เลือก เราเลือกมาม่าซองที่ชอบมาให้ ทางร้านก็จะเอาไปปรุงใส่เครื่องให้เลย ที่เกาหลีก็มีร้านข้าวราคาถูก (คล้ายๆ ร้านอาหารตามสั่ง) ที่สั่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วเขาต้มให้เหมือนกัน แต่วิธีทำต่างกันนิดหน่อย ที่เกาหลีจะต้มซุปในหม้อ ใส่ผง ใส่ไข่ จนเสร็จเป็นหม้อเลย เรียกว่าปรุงเต็มรูปแบบ แต่ที่ไทยจะลวกเส้นในน้ำร้อน ตักใส่ชาม แล้วเทน้ำซุปราดลงไป เสร็จแล้ววางท็อปปิ้งเนื้อ ผัก ผักชีข้างบน เส้นจะยังเด้งอยู่ไม่เปื่อย น้ำซุปก็ใสกว่าบะหมี่เกาหลีที่น้ำซุปจะข้นๆ
นี่คือขาหมูไทยจริงเหรอ หน้าตาเหมือนขาหมูเกาหลีมาก


นี่คือขาหมูไทยครับ พอเห็นครั้งแรก ผมตกใจเลย อะไรนะ นี่ขาหมูเกาหลีหรือเปล่า? หนังสีน้ำตาลเป็นมันเงา เนื้อตุ๋นจนเปื่อยยุ่ย มีผักใบเขียวรองอยู่ข้างล่าง ถ้าเอาไปวางในตู้โชว์ร้านขาหมูที่ตลาดเกาหลี ไม่มีใครรู้หรอกว่าเป็นของไทย สีที่ได้จากการตุ๋นกับซีอิ๊วนานๆ เห็นแล้วรู้เลย หนังก็ใสๆ เป็นเจลาตินเหมือนขาหมูเกาหลีแทบจะเป๊ะเลย
ถ้าพูดถึงอาหารไทย หลายคนอาจนึกถึงต้มยำกุ้งหรือผัดไทยที่เครื่องเทศรสจัด แต่ข้าวขาหมูไม่ได้เป็นแนวนั้นเลย รสชาติใกล้กับพะโล้หรือหมูตุ๋นซีอิ๊วแบบจีนมากกว่า เพราะเป็นอาหารที่ชาวจีนอพยพนำเข้ามาในไทย จึงเป็นสายตุ๋นซีอิ๊วแบบเอเชียตะวันออก รากเหง้าเดียวกันกับขาหมูเกาหลี ก็เลยไม่แปลกที่หน้าตาจะเหมือนกันขนาดนี้
ข้าวขาหมูจานเต็ม สุดยอดอาหารจานเดียว



นี่คือข้าวขาหมูจานเต็มๆ ครับ ภรรยาเป็นคนสั่ง แต่แบ่งกันกินครึ่งๆ ข้าวสวยร้อนๆ วางขาหมูพะโล้เปื่อยๆ กองบนข้าว แล้วราดน้ำพะโล้ให้ชุ่ม ข้างๆ มีคะน้าลวกและผักกาดดอง
ที่เกาหลี ขาหมูจะเสิร์ฟสองแบบ แบบแรกคือหั่นสไลซ์มาจิ้มกับกะปิกุ้งหรือซอสถั่วเหลือง แบบที่สองคือมินิขาหมูมาทั้งชิ้นให้ฉีกกินเอง กินกับข้าวก็ได้แต่ตัวขาหมูเป็นกับข้าวมากกว่าเป็นอาหารจานเดียว แต่ข้าวขาหมูไทยนี่เอาขาหมูวางบนข้าว ราดน้ำพะโล้ รวมเป็นจานเดียวจบ น้ำพะโล้ซึมเข้าข้าว ข้าวทุกเม็ดมีรสชาติ กินแล้วหยุดช้อนไม่ได้จริงๆ ครับ
ราคาจานละ 60 บาท ที่เกาหลีถ้าสั่งขาหมูมินิจานเล็กก็ประมาณ 700 บาทขึ้นไป จานใหญ่แบบหั่นสไลซ์ก็พันกว่าบาท แน่นอนว่าปริมาณกับส่วนของเนื้อก็ต่างกัน เทียบตรงๆ ไม่ได้ แต่ในฐานะมื้อเที่ยงหนึ่งจาน 60 บาทนี่ถูกจนไม่น่าเชื่อเลยครับ ครั้งแรกที่ผมกินข้าวขาหมูคือที่ Terminal 21 อโศก ศูนย์อาหารชั้นใต้ดิน ตอนนั้นก็ตกใจกับราคาแล้ว แต่ที่ร้านอาหารในปั๊ม PTT ระยองนี่ยิ่งถูกกว่าอีก ที่ตลาดนัดใกล้บ้านที่ระยองก็ซื้อกินบ่อยๆ ราคาก็ไล่เลี่ยกันครับ
ขาหมูเกาหลี vs ข้าวขาหมูไทย เนื้อสัมผัสต่างกันขนาดนี้เลย



ถ่ายใกล้ๆ ให้ดูครับ ข้าวหอมมะลิกองอยู่ตรงกลาง ขาหมูพะโล้วางด้านหนึ่ง ฝั่งหนึ่งเป็นผักกาดดอง อีกฝั่งเป็นคะน้าลวก น้ำพะโล้รองก้นจานให้ชุ่มพอดี
พอกินจริงๆ แล้วเนื้อสัมผัสกับขาหมูเกาหลีต่างกันพอสมควรเลยครับ
🇰🇷 ขาหมูเกาหลี
เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบ หนังส่วนก็เด้งกรุบกรับ เนื้อมีเส้นใยที่ยังคงรูปอยู่ ต้องใช้ฟันฉีกกิน รสชาติออกจืดๆ ต้องจิ้มกะปิกุ้งหรือซอสถั่วเหลืองถึงจะลงตัว
🇹🇭 ข้าวขาหมูไทย
เนื้อนุ่มเปื่อยละลายในปาก หนังใสๆ เป็นเจลาตินเข้าปุ๊บละลายเลย เนื้อแค่ใช้ช้อนกดก็แยกตามเส้นใย รสออกหวานๆ มันๆ จากซีอิ๊วกับน้ำตาล ไม่ต้องจิ้มอะไรเพิ่ม คลุกข้าวกินได้เลย อร่อยลงตัวในจานเดียว
หน้าตาคล้ายกันจนตกใจ แต่เนื้อสัมผัสและรสชาติไปคนละทิศทาง ผมว่าทั้งสองแบบอร่อยคนละสไตล์ครับ
ผักกาดดองนี่สำคัญมากเลยนะครับ ข้าวขาหมูเนื้อหวานๆ มันๆ กินเยอะอาจเลี่ยนได้ แต่ผักกาดดองรสเปรี้ยวๆ ช่วยล้างปากได้พอดี เหมือนที่เกาหลีกินขาหมูคู่กับหัวไชเท้าดองเลย ภรรยาบอกว่าข้าวขาหมูจะไม่สมบูรณ์ถ้าขาดผักกาดดอง ผมเข้าใจเลยครับ มันเป็นตัวบาลานซ์ที่ขาดไม่ได้จริงๆ
ต้มยำมาม่า โลกของรสชาติที่ไม่เคยรู้จัก


นี่คือต้มยำมาม่าที่ผมสั่งครับ เลือกมาม่าจากชั้นวางเมื่อกี้ให้เขาทำ ได้ออกมาเป็นแบบนี้ มาม่ารู้กันอยู่แล้วว่าเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอันดับหนึ่งของไทย ร้านเขาเอามาม่าต้มในน้ำซุปต้มยำ แล้ววางท็อปปิ้งเต็มชาม มีลูกชิ้นปลา หมูสับ ถั่วลิสงป่น น้ำพริกเผา ต้นหอม กุ้งแห้ง ที่เซเว่นก็สั่งมาม่าต้มได้เหมือนกัน แต่กินที่ร้านท็อปปิ้งเยอะกว่าเยอะเลยครับ
พูดตรงๆ ครั้งแรกผมกินไม่หมด
ผมจะพูดตรงๆ นะครับ บะหมี่ชามนี้ คนเกาหลีส่วนใหญ่กินไม่หมด ไม่ใช่เพราะเผ็ดหรือเค็มนะครับ แต่เพราะรสชาติแบบนี้ไม่มีในอาหารเกาหลีเลยสักอย่าง ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด ทำให้เกิดรสเปรี้ยวและกลิ่นสมุนไพรที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต ความเผ็ดของเกาหลีมาจากพริกป่นหรือน้ำพริก เป็นรสเผ็ดที่คุ้นเคย แต่ความเผ็ดของต้มยำมาซ้อนกับรสเปรี้ยวจัดและกลิ่นสมุนไพร กินครั้งแรกนี่ไม่รู้เลยว่ามันอร่อยหรือเปล่า สมองประมวลผลไม่ทัน
ผมเองก็ไม่ได้กินได้ตั้งแต่แรก มาเที่ยวไทยสองครั้งแรก ต้มยำนี่แตะไม่ได้เลย มาครั้งที่สามถึงเริ่มชิมได้ทีละช้อน พอเข้าใจรสชาติแล้ว ก็ติดจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยครับ ตอนอยู่ระยองนี่อาทิตย์ละครั้งสองครั้งต้องกิน กลับเกาหลีแล้วก็สั่งมาม่าต้มยำทางออนไลน์มากินอยู่เรื่อย แต่สารภาพว่ารสชาติไม่เหมือนกินที่ไทยเลย เพราะที่นี่ใส่สมุนไพรสดใหม่ ส่วนที่เกาหลีเป็นผงปรุงรสในซอง ก็ต้องต่างกันอยู่แล้ว ราคาชามละ 50 บาทครับ
ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก น้ำซุปเข้มข้นที่กินติดใจ



อันนี้ภรรยาสั่งครับ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำซุปเลือด น้ำซุปสีน้ำตาลเข้มดูเข้มข้นมาก เพราะใส่เลือดหมูเป็นเบส ทำให้ข้นและสีเข้ม ชื่อ "น้ำตก" แปลว่า "น้ำตก" (Waterfall) ซึ่งพอเห็นสีน้ำซุปก็เข้าใจเลยว่าทำไมถึงตั้งชื่อแบบนี้
ภรรยาบอกว่ากินมาตั้งแต่เด็ก สำหรับคนไทยก๋วยเตี๋ยวน้ำตกก็เหมือนก๋วยเตี๋ยวธรรมดาที่กินเป็นมื้อเที่ยงวันปกตินั่นแหละ ไม่ได้เป็นเมนูพิเศษอะไร สั่งง่ายกินเร็ว อิ่มท้องดี
รสชาติไปคนละทิศกับซุปเลือดหมูเกาหลี
ชิมน้ำซุปช้อนแรกก็รู้สึกคล้ายกับซุปเลือดหมูเกาหลี แต่จริงๆ แล้วไปคนละทิศเลย ซุปเลือดหมูเกาหลีจะใช้เต้าเจี้ยวหรือน้ำพริกเป็นเบส ได้รสมันๆ กลมกล่อม แต่ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกไทยจะเป็นซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู พริกป่น น้ำตาล ผสมกันให้ได้รสเปรี้ยว หวาน เผ็ด ครบ ข้างบนมีพริกป่นกับต้นหอมซอยลอยอยู่ คีบหมูตุ๋นขึ้นมาเนื้อเปื่อยแยกตามเส้นใย นุ่มมาก
ถ้าใครมาเที่ยวไทยแล้วอยากลองอาหารที่คนไทยกินจริงๆ แนะนำก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเลยครับ ผมว่าคนเกาหลีกินได้ง่ายกว่าต้มยำมาม่าเยอะมาก ต้มยำมีสมุนไพรเป็นกำแพงที่ต้องข้ามก่อน แต่ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเป็นน้ำซุปซีอิ๊วเบสที่ไม่ค่อยแปลกปากสำหรับคนเอเชียตะวันออก น้ำซุปเข้มข้น ซดกับเส้น ให้ความรู้สึกคล้ายๆ กินก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้อนๆ สักชามที่อิ่มสบายท้อง ราคาก็ 50 บาทเท่ากันครับ
โหระพากับถั่วงอกช่วยบาลานซ์ได้ดีมาก


ดูใกล้ๆ นะครับ ใบโหระพาสดวางลอยอยู่บนน้ำซุป จุ่มลงในน้ำซุปแล้วกินคู่กับเนื้อหมู กลิ่นสมุนไพรจะลอยขึ้นมาอ่อนๆ เส้นเป็นเส้นเล็กทำจากข้าวจ้าว ใสๆ เนื้อสัมผัสลื่นนุ่ม แล้วก็มีถั่วงอกปนอยู่ให้ความกรุบกรอบ น้ำซุปเข้มข้นขนาดนี้ถ้ามีแต่เส้นอย่างเดียวอาจจะหนักไป แต่โหระพากับถั่วงอกช่วยสร้างสมดุลได้ดีมากครับ
คีบเนื้อหมูขึ้นมาชิ้นหนึ่ง


คีบเนื้อหมูขึ้นมาชิ้นหนึ่งครับ เห็นไหมว่าเส้นใยเนื้อแยกหมดเลย สีก็บอกชัดว่าตุ๋นมานาน จับด้วยตะเกียบก็ยังพอมีรูปทรงอยู่ แต่พอเข้าปากนี่ไม่ต้องเคี้ยวเลย ละลายเลยครับ ร้านอาหารเล็กๆ ในปั๊มน้ำมันทำได้ขนาดนี้ ผมถามภรรยาเลยว่า ที่นี่ทำอร่อยขนาดนี้จริงเหรอ ภรรยาก็หัวเราะแล้วบอกว่า อาหารริมทางของไทยนี่แหละอร่อยที่สุดในโลก อยู่มา 3 ปี ผมยืนยันได้ครับว่าจริง
สามจานรวม 160 บาท อย่าขับผ่านปั๊ม PTT ไปเฉยๆ นะ
พอบอกเพื่อนคนเกาหลีว่าวันนี้กินข้าวเที่ยงที่ปั๊มน้ำมัน ทุกคนก็หัวเราะ แต่ข้าวขาหมู 60 บาท ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก 50 บาท ต้มยำมาม่า 50 บาท สั่งสามจาน กินจนพุงกาง จ่ายแค่ 160 บาท ที่เกาหลีเงินเท่านี้ซื้อข้าวกล่องเซเว่นได้แค่กล่องเดียวเองครับ
ถ้าจะบอกข้อเสีย ก็คือร้อนครับ นั่งกินก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ กลางแจ้ง เหงื่อไหลเป็นทางเลย ห้องน้ำก็เป็นห้องน้ำรวมของปั๊ม ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของปั๊มน้ำมันทั่วไป แต่สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการอยู่ไทย 3 ปีคือ อาหารที่อร่อยที่สุดไม่ได้อยู่ในร้านหรูๆ แต่อยู่ตามร้านข้างทาง ตลาดนัด รถเข็น หรือร้านในปั๊มน้ำมันแบบนี้แหละ เป็นอาหารที่คนไทยกินจริงๆ ในชีวิตประจำวัน แล้วมันอร่อยและเข้าถึงได้มากกว่าร้านที่ตกแต่งสวยๆ ในห้างเยอะ
ใครขับรถทางไกลอย่าลืมนะครับ อย่าขับผ่านปั๊ม PTT ไปเฉยๆ โดยเฉพาะเส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปพัทยาหรือระยอง ปั๊ม PTT ตามทางจะมีร้านอาหารที่ขายข้าวขาหมูหรือก๋วยเตี๋ยวอยู่เกือบทุกแห่ง เหมือนจุดพักรถบนทางด่วนในเกาหลี ปั๊ม PTT ของไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเลยครับ ส่วนข้าวขาหมูนั้นไม่ต้องห่วง คนเกาหลีกินได้แน่นอนเพราะรากเหง้าเดียวกับขาหมูเกาหลี ล้มเหลวยากมาก แล้วถ้าต้มยำครั้งแรกกินไม่ไหว ก็อย่าเพิ่งยอมแพ้นะครับ ผมเองก็ครั้งที่สามถึงเริ่มกินได้
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ https://hi-jsb.blog.