รีวิวของกินตลาดซอมุน แดกู 20 อย่าง ไปกินมาเอง (ภาค 1)
ตลาดซอมุน แดกู — สวรรค์ของกินสตรีทฟู้ดเกาหลี
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปเดินตลาดซอมุน (Seomun Market) ที่เมืองแดกู (Daegu) มา แดกูเป็นเมืองใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาหลี อยู่ห่างจากโซลลงไปทางใต้ราว 2 ชั่วโมงโดยรถไฟความเร็วสูง KTX
พูดตรงๆ ก่อนไปนึกว่าก็แค่ตลาดเก่าๆ ธรรมดาๆ แต่พอไปถึงจริง — ต่างกันสิ้นเชิงเลย เป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ด้วย คนเยอะมากกกก ทุกซอยเต็มไปด้วยผู้คน ยิ่งเดินลึกเข้าไปยิ่งรู้สึกว่าตลาดนี้ใหญ่กว่าที่คิดเยอะมาก จริงๆ แล้วตลาดซอมุนแบ่งเป็น 6 โซน มีร้านค้ามากกว่า 4,000 ร้าน เป็นหนึ่งในตลาดดั้งเดิมที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีเลย สมัยราชวงศ์โชซอนถูกยกให้เป็น 1 ใน 3 ตลาดใหญ่ของประเทศ ร่วมกับตลาดเปียงยางและตลาดคังกยอง ประวัติศาสตร์ยาวนานสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ใหญ่จนรู้สึกว่าจะหลงทางจริงๆ
เหตุผลที่เขียนโพสต์นี้มีอย่างเดียวเลย อยากให้ทุกคนเห็นว่าตลาดดั้งเดิมของเกาหลีมีของกินอะไรบ้าง จากที่ไปเห็นมาเองและกินมาเอง โดยเฉพาะคนที่กำลังวางแผนเที่ยวเกาหลีแล้วสงสัยว่า "ไปตลาดเกาหลีต้องกินอะไรดี?" อยากให้โพสต์นี้เป็นไกด์ของกินตลาดซอมุนที่ใช้ได้จริง
แต่อย่าเข้าใจผิดนะ ไม่ใช่ตลาดเกาหลีทุกที่จะเป็นแบบนี้ ต้องเป็นตลาดใหญ่ระดับที่คนทั้งประเทศรู้จักอย่างตลาดซอมุนถึงจะมีขนาดและความหลากหลายขนาดนี้ ตลาดย่านบ้านเล็กๆ บรรยากาศดีแต่ของกินน้อยลงเยอะ ในบรรดาตลาดทั้งหมด ตลาดซอมุนที่แดกูเป็นที่ที่ถ้าจะสัมผัสวัฒนธรรมตลาดเกาหลีเป็นครั้งแรก ต้องมาสักครั้ง
เนื้อหาเยอะมากจนต้องแบ่งเป็น 2 ภาค จะเรียงตามลำดับที่เดินถ่ายรูปมาเลย งั้นมาเริ่มภาค 1 กันเลย
มันหวานเคลือบน้ำตาล — ของกินชิ้นแรกที่ตลาดซอมุน

เดินผ่านทางเข้าตลาดเข้าซอยแรกปุ๊บ สิ่งแรกที่เห็นคือนี่เลย มันหวานเคลือบน้ำตาล (มัตตัง) กองสูงเต็มกระทะ มันหวานหั่นชิ้นใหญ่ๆ ทอดน้ำมัน แล้วเคลือบด้วยน้ำเชื่อมน้ำตาล โรยด้วยงาดำ เป็นขนมดั้งเดิมของเกาหลี
ยังไม่ได้กินอะไรเลยก็หยิบอันนี้เป็นชิ้นแรก แตะผิวนอกเบาๆ ชั้นน้ำเชื่อมบางๆ ที่แข็งตัวจะแตกกรอบ ข้างในเป็นมันหวานร่วนๆ ชุ่มๆ ถ้าเพิ่งทำเสร็จใหม่น้ำเชื่อมยังอุ่นจะยืดหยุ่นได้ด้วย แต่ที่ซื้อมาเย็นลงนิดนึงแล้วเลยเคลือบแข็งกว่า แต่ก็หวานอร่อยเหมือนเดิม ราคาแพ็กละประมาณ ฿100
ภาษาอังกฤษเรียกว่า "Candied Sweet Potato" คิดง่ายๆ คือมันหวานทอดเคลือบน้ำตาลนั่นเอง
โฮดูกวาจา — ขนมประจำจุดพักรถบนทางด่วนเกาหลี

อย่างที่สองที่สะดุดตาคือโฮดูกวาจาเต็มตู้กระจก เป็นขนมเกาหลีดั้งเดิมที่ใช้แป้งอบในพิมพ์รูปวอลนัท ขนาดเท่านิ้วโป้งสองนิ้ว
จริงๆ โฮดูกวาจาดังในเกาหลีในฐานะขนมยอดฮิตของจุดพักรถบนทางด่วน สำหรับเราเป็นรสชาติที่คุ้นเคย แต่ที่อบสดๆ ออกมาจากเตาในตลาดต่างกันชัดเจน ยังอุ่นอยู่เลยเปลือกเคี้ยวนุ่มชุ่ม ข้างในเป็นไส้ถั่วแดงนุ่มๆ กับเศษวอลนัทเล็กๆ เย็นแล้วเปลือกจะกรอบขึ้นนิดนึง แต่ส่วนตัวชอบตอนอุ่นมากกว่า 10 ชิ้น ฿75
ภาษาอังกฤษคือ "Walnut-shaped pastry with red bean filling" ชื่อมีคำว่าวอลนัท แต่วอลนัทไม่ใช่วัตถุดิบหลัก เป็นแค่รูปทรงของพิมพ์ที่เป็นรูปวอลนัทเลยได้ชื่อนี้
โฮต็อก — กับดักร้อนๆ ของโฮต็อกทอดสไตล์แดกู

จุดที่สามที่หยุดคือร้านโฮต็อก ปกติโฮต็อกจะกดแบนบนกระทะ แต่ที่นี่ต่างกันสิ้นเชิง ทอดจมน้ำมันทั้งลูกเลย เลยได้ขนาดเท่าฝ่ามือ หน้าตากลมหนาเหมือนโดนัท
คิวค่อนข้างยาวรอประมาณ 5 นาที ระหว่างรอกลิ่นน้ำมันทอดผสมกลิ่นอบเชยโชยมาทำให้หิวหนักเข้าไปอีก พอได้มากัดเลยทันที — นี่แหละความผิดพลาด ข้างในน้ำตาลทรายแดงกับอบเชยละลายรวมกันเป็นน้ำเชื่อมทะลักออกมาพร้อมกัน ร้อนมากก เกือบลวกเพดานปาก ใครกินครั้งแรกต้องหักครึ่งให้น้ำเชื่อมเย็นก่อนแล้วค่อยกิน
ภาษาอังกฤษคือ "Hotteok — Korean sweet pancake filled with brown sugar and cinnamon" เป็นของกินริมทางหน้าหนาวที่ดังที่สุดของเกาหลี แต่แบบทอดจมน้ำมันทั้งลูกอย่างที่ตลาดซอมุนจะเห็นได้บ่อยกว่าในแถบแดกู ชิ้นละ ฿50
ขนมปัง 10 วอน — สตรีทฟู้ดเกาหลีที่ต่างชาติชอบอันดับ 1

ขนมปังอบในพิมพ์รูปเหรียญ 10 วอนเกาหลีสมัยเก่า เดิมฮิตมาจากเมืองคยองจู แต่ตอนนี้กลายเป็นสตรีทฟู้ดเกาหลีที่เจอได้ทุกที่ทั่วประเทศแล้ว
อันนี้ไม่มีคิวซื้อได้เลย ก้อนเหลืองๆ ที่เห็นในรูปคือชีส ข้างในยัดชีสเต็มๆ หักครึ่งแล้วชีสยืดยาว รูปร่างมันสนุกดีเลยถ่ายรูปก่อนแล้วค่อยกิน ชีสเค็มมันกับขนมปังคอมโบง่ายๆ แต่หยิบไม่หยุดเลย
ในบรรดาสตรีทฟู้ดเกาหลีทั้งหมด อันนี้แหละที่ต่างชาติชอบมากที่สุด รูปทรงเหรียญก็แปลกตา ตอนชีสยืดทุกคนต้องถ่ายวิดีโอ ลองเสิร์ช "10-won Bread — Korean coin-shaped cheese bread" จะเจอวิดีโอเพียบ 3 ชิ้น ฿50
แซนด์วิชตลาดเกาหลี — ต่างจากแซนด์วิชฝรั่งยังไง?



เดินในตลาดซอมุนจะเจอร้านแซนด์วิชตลาดหลายจุด เราก็ซื้อมาลองชิ้นนึง ซึ่งต่างจากแซนด์วิชตะวันตกสิ้นเชิงเลย กลัวต่างชาติเห็นคำว่า "sandwich" แล้วคาดหวังแบบฝรั่ง เลยสรุปความต่างให้
จากที่ลองกินมา จะเทียบกับแซนด์วิชตะวันตกก็ไม่ได้เลย มันเป็นคนละอาหารกัน คิดว่าเป็น "โทสต์มายองเนสสไตล์เกาหลี" จะตรงกว่า
ขนมปัง Bread
ขนมปังนุ่ม บาแก็ตต์ ฯลฯ หลากหลายชนิด
ไส้ Filling
ผัก เนื้อ ชีส ฯลฯ วางซ้อนเป็นชั้นๆ
รสชาติ Taste
สไตล์กลมกล่อมที่เน้นรสชาติแท้จริงของวัตถุดิบ
วิธีกิน Style
นั่งกินเป็นมื้อหรือซื้อกลับ · ราคาในคาเฟ่ตั้งแต่ ฿125 ขึ้นไป
ขนมปัง Bread
ขนมปังทอดหรือปิ้งจนผิวนอกกรอบ
ไส้ Filling
ไส้คลุกมายองเนสยัดแน่นเต็ม
รสชาติ Taste
มายองเนสเป็นเบส รสมันเข้มข้น
วิธีกิน Style
ยืนกินเดินกิน ถือมือกินเลย สไตล์สตรีทฟู้ด · ฿50–75
หัวใจหมูย่างเสียบไม้ — ลังเลแต่ลองกินเครื่องในตลาดเกาหลี


ตั้งแต่ตรงนี้บรรยากาศเปลี่ยนไปเลย เดินเข้าไปลึกในซอยของกินก็เจอควันย่างเนื้อฟุ้งเต็มไปหมด
ยอมทง (염통) คือหัวใจหมู หั่นเป็นแผ่นบางๆ เสียบซ้อนเป็นชั้นบนไม้เสียบแล้วย่าง พูดตรงๆ ตอนแรกลังเล คำว่า "หัวใจ" มันอาจทำให้รู้สึกกลัวๆ อยู่ แต่เห็นลุงข้างๆ กินอร่อยเลยซื้อมาสักไม้
สรุปก่อนเลย รสจืดสะอาดกว่าที่คิดเยอะมาก เนื้อแน่นเหนียวนุ่มกว่าหมูธรรมดา แต่แทบไม่มีมัน ยิ่งเคี้ยวยิ่งมีรสมัน กลิ่นเครื่องในไม่มีเลย ต่างชาติที่สนใจอาหารประเภทเครื่องใน (offal) น่าลองมาก ภาษาอังกฤษคือ "Grilled pork heart skewer"
ชัปซัลบัง — ท็อป 3 ส่วนตัวที่กินวันนั้น


อันนี้ส่วนตัวอยากจัดเข้าท็อป 3 ของกินตลาดซอมุนที่กินมาวันนั้นเลย แป้งข้าวเหนียวปั้นกลมๆ ทอดน้ำมัน แล้วคลุกน้ำตาลรอบนอก มีสองแบบ แบบข้างในว่างเปล่าล้วนๆ กับแบบมีไส้ถั่วแดงหวาน
เราเลือกแบบไส้ถั่วแดง ซึ่งต่างจากโดนัทแป้งสาลีธรรมดาสิ้นเชิง เนื้อข้าวเหนียวมีเท็กซ์เจอร์เหนียวนุ่มยืดหยุ่น เหมือนอยู่กึ่งกลางระหว่างต็อก (ขนมข้าว) กับโดนัท ข้างนอกน้ำตาลเคลือบกรอบบางๆ ข้างในเหนียวนุ่มยืด ต้องกินตอนอุ่นถึงจะได้เท็กซ์เจอร์ที่ดีที่สุด
ภาษาอังกฤษคือ "Chapssal-ppang — Deep-fried glutinous rice ball" คิดว่าคล้ายๆ "Mochi donut" จะนึกภาพออก 2 ชิ้น ฿50
โอมุกน้ำซุป — สัญลักษณ์ของตลาดดั้งเดิมเกาหลี


ถ้าเคยไปเกาหลีมาแล้ว อันนี้ต้องเคยเห็นแน่นอน เอาเนื้อปลาบดแผ่บางๆ เสียบไม้แช่ในน้ำซุปร้อนขาย เป็นสตรีทฟู้ดตัวแทนของเกาหลีเลย ไม่ว่าจะโซล ปูซาน หรือเชจู ไปตลาดไหนก็ต้องเจอ
ในตลาดซอมุนมีร้านโอมุกน้ำซุปแบบนี้มากกว่า 10 ร้าน กินที่ร้านกลางๆ ตลาด กลิ่นน้ำซุปที่ต้มจากปลาเล็ก (มยอลชี) กับสาหร่ายดาชิมะหอมสุดยอดเลย ตัวโอมุกเนื้อนุ่มเด้ง ยิ่งแช่นานยิ่งซึมรสน้ำซุปเข้าไปข้างใน แต่หัวใจจริงๆ คือหลังกินโอมุกหมดแล้วจิบน้ำซุปสักอึก รสเค็มอ่อนๆ กลมกล่อมอุ่นท้อง ถ้าวันไหนอากาศหนาว แค่นี้ก็คุ้มที่มาตลาดแล้ว
ภาษาอังกฤษคือ "Eomuk — Korean fish cake skewer in hot broth" ดื่มน้ำซุปด้วยนี่แหละสไตล์เกาหลี ไม้เสียบละ ฿25 น้ำซุปฟรี
โกชูจังเสียบไม้ — วิวที่ประทับใจที่สุดในตลาดซอมุน


นี่คือหนึ่งในวิวที่ประทับใจที่สุดในตลาดซอมุน กระทะกว้างเต็มไปด้วยซอสโกชูจัง (พริกแดงหมักเกาหลี) ไม้เสียบเรียงเป็นแถวยาว ภาพมันอลังการมากก
เอาต็อก (ขนมข้าว) โอมุก (ลูกชิ้นปลา) ซุนแด (ไส้กรอกเลือดเกาหลี) เสียบไม้แล้วจุ่มต้มในซอสโกชูจังเข้มข้น เดิมทีเป็นอาหารที่เจอได้เฉพาะบางจังหวัดเท่านั้น ตอนนี้โซลก็เริ่มเห็นบ้างประปราย แต่ไม่ใช่เมนูที่เจอง่ายๆ ตามร้านริมทางทั่วไป จะเห็นของจริงแบบเป็นเรื่องเป็นราวต้องมาตลาดดั้งเดิมใหญ่ๆ อย่างตลาดซอมุน
เราเลือกต็อกเสียบไม้ ซอสโกชูจังซึมเข้าไปข้างในเลย เหนียวนุ่มเผ็ดหวาน เผ็ด หวาน เค็มมาพร้อมกัน คนเกาหลีเรียกมันว่า "ต็อกบกกีแบบไม่มีน้ำ" ก็มี
ภาษาอังกฤษคือ "Gochujang skewer — rice cake, fish cake, or sundae (Korean blood sausage) simmered in red chili paste" ชอบเผ็ดต้องลอง แนะนำเต็มที่
ซุนแดเสียบไม้, โอมุกเผ็ดเสียบไม้, โอมุกผัดแดง, โอมุกน้ำซุปร้านเพิ่มเติม





รอบๆ ร้านโกชูจังเสียบไม้มีเมนูคล้ายๆ กันรวมตัวอยู่ ร้านข้างๆ ที่ขายซุนแดเสียบไม้ก็หยิบมาด้วยสักไม้ ซุนแด คือไส้หมูยัดวุ้นเส้นและผักเป็นอาหารดั้งเดิมเกาหลี เวอร์ชันเสียบไม้จุ่มซอสโกชูจังนี้ซอสซึมเข้าไปข้างในเลย รสหนักแน่น ต่างชาติที่กินซุนแดครั้งแรกมักจะตกใจกับคำอธิบาย "blood sausage" แต่พอกินจริงจะรู้สึกว่าเท็กซ์เจอร์เหนียวนุ่มของวุ้นเส้นเป็นตัวหลัก นุ่มกว่าที่คิด ภาษาอังกฤษคือ "Sundae — Korean blood sausage stuffed with glass noodles and vegetables"
โอมุกเผ็ดเสียบไม้ก็มีด้วย ต่างจากโอมุกน้ำซุปใสที่แนะนำไปก่อนหน้าสิ้นเชิง แบบนี้จุ่มแช่ในกระทะซอสโกชูจังเดือดๆ จนโอมุกทั้งตัวย้อมแดงหมดเลย กินโอมุกน้ำซุปใสก่อนแล้วมากินอันนี้ ไม่เชื่อว่าเป็นโอมุกเหมือนกัน รสเผ็ดเข้มข้นพุ่งขึ้นมาเลย
โอมุกผัดแดงคือโอมุกหั่นสั้นๆ หนาๆ ผัดกับเครื่องเทศเผ็ด มีถั่วงอก พริกชองยัง และพริกป่นโปะอยู่ สีสันจัดจ้านมากตั้งแต่แรกเห็น สิ่งที่น่าสนใจคือไม่ใช่อาหารเฉพาะร้านนี้ร้านเดียว เดินในซอยตลาดซอมุนจะเจอร้านที่ทำโอมุกแบบนี้หลายจุด แต่แต่ละร้านสัดส่วนเครื่องเทศต่างกัน ลองสองร้าน ร้านนึงหวานนำ อีกร้านใส่พริกชองยังเยอะเผ็ดจริงๆ
แล้วก็โอมุกน้ำซุปน่าพูดถึงอีกรอบ ในตลาดซอมุนมีร้านแบบนี้มากกว่า 10 ร้าน รสน้ำซุปแต่ละร้านต่างกันนิดๆ เลยสนุกที่จะเดินเปรียบเทียบหลายร้าน เราก็ดื่มน้ำซุปจากสองร้าน ร้านนึงรสปลาเล็กเข้มข้น อีกร้านรสสาหร่ายดาชิมะเด่นกว่า ไม้เสียบละ ฿25 น้ำซุปฟรี ลองหลายร้านได้สบายใจเลย
ทวิกิม — เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกว่าเอาคิมบับมาทอดทั้งม้วน


ของทอดตลาดดั้งเดิมเกาหลีมาตรฐานคือพริกทอด ปลาหมึกทอด ผักทอด แต่ที่นี่เจอสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต คิมบับทอดทั้งม้วน!
ทำคิมบับเสร็จแล้วชุบแป้งทอดลงน้ำมัน ข้างนอกเปลือกทอดกรอบ ข้างในเป็นคิมบับเหมือนเดิม พูดตรงๆ คิดว่า "จะอร่อยเหรอ?" แต่ไม่คิดว่า กลิ่นน้ำมันมันๆ กับกลิ่นสาหร่ายเข้ากันดี ซื้อพริกทอดมาด้วย พริกชองยังชุบแป้ง นอกมันหอม ข้างในเผ็ดซ่าร้อน คนกินเผ็ดไม่ค่อยได้ระวังด้วย
ภาษาอังกฤษเรียกรวมว่า "Twigim — Korean deep-fried snacks" คล้ายเทมปุระญี่ปุ่น แต่สไตล์เกาหลีแป้งหนากว่าและมักกินเปล่าๆ ไม่จิ้มซอส
ดักกอชีและดักคังจอง — สตรีทฟู้ดเวอร์ชันของวัฒนธรรมไก่ทอดเกาหลี



ดักกอชี (ไก่เสียบไม้) ในเกาหลีถือเป็น "ขนมแห่งชาติ" คนทุกเพศทุกวัยชอบ เอาไก่เสียบไม้ย่างแล้วทาซอสหวานเค็มเต็มๆ อันนี้กินได้ทุกที่ในเกาหลีอาจคิดว่าไม่มีอะไรพิเศษ แต่ย่างสดๆ จากเตาในตลาดต่างกันจริงๆ กลิ่นซอสที่เคลือบบนไฟเหมือนคาราเมลนั่นแหละ ไม้ละ ฿75 ภาษาอังกฤษคือ "Dak-kkochi — Korean grilled chicken skewer with sweet soy glaze"
ข้างๆ มีร้านดักคังจอง (ไก่ทอดซอส) ด้วย ปกติดักคังจองมีแบบเดียว แต่ร้านนี้หลากหลายมาก ตีนไก่คังจอง มักชังคังจอง (ไส้ย่าง) ปูริงเคิลคังจอง กระเทียมซีอิ๊ว เผ็ด เราเลือกรสกระเทียมซีอิ๊ว ซอสเคลือบเหนียวๆ ข้างนอก หวานเค็มจัดจ้าน
ต่างชาติถามบ่อยว่า "ดักคังจองกับไก่ทอดต่างกันยังไง?" ต่างกันชัดเจนเลย สรุปให้ข้างล่าง
รูปทรง Shape
ทอดทั้งตัวหรือหั่นชิ้นใหญ่
เท็กซ์เจอร์ Texture
เปลือกนอกบางกรอบ ข้างในเนื้อไก่ฉ่ำ
วิธีกิน Style
สั่งเดลิเวอรี่หรือกินที่ร้านไก่ทอดคู่เบียร์ วัฒนธรรม "มื้ออาหาร"
รูปทรง Shape
หั่นชิ้นคำเดียวทอดแล้วคลุกซอสเผ็ดหวาน
เท็กซ์เจอร์ Texture
ซอสเคลือบข้างนอกเหนียวหนึบ
วิธีกิน Style
ใส่ถุงหยิบกินเลยในตลาด สไตล์ "ของว่าง"
มันฝรั่งเกลียว, ข้าวโพดนึ่ง, มันหวานทอด — ของกินเบาๆ ในตลาดซอมุน



มันฝรั่งเกลียว (ฮเวโอรีกัมจา) เอามันฝรั่งทั้งลูกหั่นเป็นเกลียวบางๆ เสียบไม้แล้วทอด ในโซเชียลเห็นบ่อยในชื่อ "Tornado Potato" แต่รสชาติพูดตรงๆ ไม่ต่างจากมันฝรั่งทอดกรอบมากนัก มันเค็มหอม แต่ดีตรงรูปทรงที่ถือเดินกินได้สะดวก เวลาเดินเที่ยวตลาดถือไว้สักไม้ก็ดี
ข้าวโพดนึ่งเป็นของว่างพื้นฐานที่สุดที่ขายในตลาดเกาหลีมานานแล้ว ไม่มีอะไรต้องอธิบายมากเป็นพิเศษ แต่กินในบรรยากาศตลาดมันอร่อยแบบบอกไม่ถูก เมล็ดเต่งกรุบหวานฉ่ำ เรียบง่ายแต่ไม่เบื่อ อันละ ฿50
มันหวานทอดคือมันหวานหั่นฝอยบางๆ ทอดกรอบ หน้าตาคล้ายเฟรนช์ฟรายส์แต่รสต่าง มันหวานมีความหวานในตัวเลยไม่จิ้มซอสก็อร่อย เห็นกองเต็มอยู่มุมตลาดเดินผ่านไม่ไหว ซื้อมาถุงนึง หยิบทีเดียวหยุดไม่ได้เลย ภาษาอังกฤษคือ "Sweet potato fries"
ทังซูยุก — อาหารจีนสไตล์เกาหลีที่เจอในตลาด

หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน อาหารจีนสไตล์เกาหลี แครอทกับหัวหอมวางอยู่บนเนื้อพร้อมซอส
เป็นอาหารยอดนิยมอันดับต้นๆ ของเมนูเดลิเวอรี่จีนในเกาหลี แต่ปกติจะสั่งจากร้านจีนให้ส่งมากิน เจอขายใส่จานในตลาดนี่ไม่ค่อยเห็นบ่อยเลยรู้สึกแปลกดี รสชาติเปลือกทอดกรอบกับซอสเปรี้ยวหวานเข้ากัน คล้ายทังชูโร่ว (糖醋肉) ของจีน แต่แบบเกาหลีซอสเหลวกว่าและรสเปรี้ยวจัดกว่า ภาษาอังกฤษคือ "Tangsuyuk — Korean-style sweet and sour pork"
กุนมันดู — ปิดท้ายทัวร์ของกินตลาดซอมุน


เกี๊ยวเกาหลีที่เอาแป้งห่อไส้เนื้อกับผักแล้วทอดเหลืองทอง วางอยู่บนลังถึงสแตนเลส เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นเอกลักษณ์ของตลาดซอมุน
จานละ ฿175 ได้หลายชนิด แบนบ้าง กลมบ้าง ยาวบ้าง รูปทรงต่างกันหมด ขนาดก็ใหญ่พอสมควร กินแค่นี้ก็อิ่มได้ พูดตรงๆ ราคานี้ถือว่าคุ้มมากตามค่าครองชีพเกาหลี
ภาษาอังกฤษคือ "Gun-mandu — Korean pan-fried dumplings" คล้ายเกี๊ยวซ่าญี่ปุ่น (Gyoza) หรือกัวเทียจีน (鍋貼) แต่มันดูเกาหลีแป้งหนากว่าและไส้มีวุ้นเส้นผสมอยู่ นี่แหละเอกลักษณ์
จบภาค 1 — ของกินตลาดซอมุน งบ ฿750 ก็เหลือเฟือ
ทั้งหมดนี้คือของกินตลาดซอมุนที่แดกู ที่เดินเก็บมาเองในภาค 1 จริงๆ ยังไม่หมด ยังมีอาหารที่ยังไม่ได้แนะนำอีกหลายอย่าง จะต่อให้ดูในภาค 2
อ่านมาถึงตรงนี้คงรู้สึกแล้วว่า อาหารตลาดดั้งเดิมเกาหลีส่วนใหญ่เป็นของกินชิ้นเล็กๆ ราคาชิ้นละ ฿50–100 เลยกินทีละนิดหลายอย่างได้ วันนั้นกินไปมากกว่า 10 อย่าง รวมจ่ายประมาณ 30,000 วอน หรือราว ฿750 สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประมาณ $20–25 USD ได้สัมผัสสตรีทฟู้ดเกาหลีหลากหลายขนาดนี้ ถือว่าน่าสนใจมาก
ภาค 2 จะมาเร็วๆ นี้
ข้อมูลพื้นฐานตลาดซอมุน แดกู
ที่อยู่
45, Keunjang-ro 26-gil, Jung-gu, Daegu, South Korea
เวลาเปิดตลาด
09:00 – 18:00
※ อาจต่างกันตามแต่ละร้าน
เวลาเปิดตลาดกลางคืน
ศุกร์-เสาร์ 19:00 – 23:30 / อาทิตย์ 19:00 – 22:30
※ กำหนดเปิดปลายมีนาคม 2026 · จันทร์-พฤหัสปิด · ฤดูหนาว (ม.ค.–มี.ค.) ปิดพัก
※ วันเปิดที่แน่นอนเช็คที่ เว็บทางการตลาดกลางคืนซอมุน
วันหยุดประจำ
อาทิตย์แรกและอาทิตย์ที่สามของทุกเดือน
※ แต่ละร้านอาจมีวันหยุดเพิ่มเติม
ความหนาแน่นวันหยุด
※ พีคไทม์ 12:00–15:00 · แนะนำไปตอนเช้า
วิธีเดินทางไปตลาดซอมุน
ขั้นตอน 1
ขึ้น KTX/SRT จากสถานีโซลหรือสถานีซูซอ (SRT)
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที
ขั้นตอน 2
ลงที่สถานีดงแดกู → ต่อรถไฟใต้ดินสาย 1
ขั้นตอน 3
เปลี่ยนสาย 3 ที่สถานีบันวอลดัง → ลงที่สถานีตลาดซอมุน
ขั้นตอน 4
ทางออก 3 สถานีตลาดซอมุน → เดิน 3 นาที
ขั้นตอน 1
ขึ้นรถจากสถานีขนส่งด่วนคังนัมหรือสถานีขนส่งดงโซล
ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 10 นาที
ขั้นตอน 2
ลงที่สถานีขนส่งด่วนซอแดกู
ขั้นตอน 3
รถไฟใต้ดินสาย 3 สถานีมันพยอง (หน้าสถานีขนส่ง) → ลงที่สถานีตลาดซอมุน
ขั้นตอน 4
ทางออก 3 สถานีตลาดซอมุน → เดิน 3 นาที
ขั้นตอน 1
ขึ้น KTX จากสถานีปูซาน
ใช้เวลาประมาณ 50 นาที
ขั้นตอน 2
ลงที่สถานีดงแดกู → ต่อรถไฟใต้ดินสาย 1
ขั้นตอน 3
เปลี่ยนสาย 3 ที่สถานีบันวอลดัง → ลงที่สถานีตลาดซอมุน
ขั้นตอน 4
ทางออก 3 สถานีตลาดซอมุน → เดิน 3 นาที
ขั้นตอน 1
ขึ้นรถบัสจากสถานีขนส่งซาซัง (ฝั่งตะวันตก) ปูซาน
ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง · วันละ 13 เที่ยว · รถแรก 07:00 รถสุดท้าย 19:00
ขั้นตอน 2
ลงที่สถานีขนส่งแดกูฝั่งตะวันตก → เดินไปตลาดซอมุนประมาณ 10 นาที
จอดใกล้ตลาดซอมุนเลย บางทีสะดวกกว่า KTX อีก
ขั้นตอน 1
จากสนามบินแดกูขึ้นรถบัส (สาย 401 หรือด่วนสาย 1) → สถานีอายังเกียว
ขั้นตอน 2
รถไฟใต้ดินสาย 1 → เปลี่ยนสาย 3 ที่สถานีบันวอลดัง → ลงที่สถานีตลาดซอมุน
ขั้นตอน 3
ทางออก 3 สถานีตลาดซอมุน → เดิน 3 นาที
รวมใช้เวลาประมาณ 40–50 นาที
※ ค่าเดินทางและเวลาเป็นข้อมูล ณ มีนาคม 2026 อาจมีการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลล่าสุดเช็คที่ Korail, SRT, จองตั๋วรถบัสด่วน
โพสต์นี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ https://hi-jsb.blog