หมวดหมู่อาหาร
ภาษาไทย
วันที่เผยแพร่26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22:36

รีวิวคอร์สซาชิมิเกาหลีจัดเต็ม ซีฟู้ดแปลกครบจาน

#ร้านอาหารทะเล#มื้อพิเศษ#ซาชิมิสด

สารบัญ

15 รายการ

ก่อนหน้านี้ฉันเคยเล่าเรื่องวัฒนธรรมร้านซาชิมิเกาหลีไปครั้งหนึ่งแล้ว ตั้งแต่รูปแบบคอร์สไปจนถึงวิธีกินซาชิมิ สำหรับคนที่เพิ่งเจอร้านสไตล์นี้ครั้งแรกในเกาหลีก็น่าจะมีหลายอย่างที่สงสัย แต่ถึงจะเรียกว่าร้านซาชิมิเกาหลีเหมือนกัน ก็ไม่ได้มีชุดเมนูเหมือนกันทุกร้านนะ รอบนี้ร้านที่ไปก็เป็นร้านแบบคอร์สเหมือนกัน แต่กับข้าวที่เสิร์ฟคู่กับซาชิมิแตกต่างกันไปในแต่ละร้าน บางทีก็ต่างกันเยอะมากเลยด้วย ต่อให้สั่งปลาดิบรวมเหมือนกัน บางร้านมีปลิงทะเล บางร้านมีหอยเป๋าฮื้อ บางร้านก็มีเมนูที่ไม่คาดคิดโผล่มาเฉย ๆ นี่แหละคือหนึ่งในความสนุกของร้านซาชิมิเกาหลี เพราะทุกครั้งที่ไปจะมีอะไรใหม่ให้ค้นพบเสมอ วันนี้ฉันเลยอยากพาไปดูว่าร้านคอร์สที่เพิ่งไปมาครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนยังไง แล้วแต่ละเมนูควรกินแบบไหนถึงจะอร่อยขึ้นด้วย

คอร์สร้านซาชิมิเกาหลีเมนูแรก ปลาตุ๋นรสเผ็ดกับหัวไชเท้าตุ๋น

ปลาตุ๋นรสเผ็ด — เซอร์ไพรส์แรกของคอร์สร้านซาชิมิ

จานแรกที่ออกมาคือปลาตุ๋นค่ะ เป็นปลาชิ้นหนึ่งราดซอสปรุงรสเผ็ดแบบจัดเต็ม เสิร์ฟมาพร้อมหัวไชเท้าตุ๋น หน้าตาดูเป็นอาหารบ้าน ๆ สไตล์เกาหลีมาก เพราะเป็นซอสแดงจากพริกป่นแล้วโปะต้นหอมซอยไว้ด้านบน แค่มองก็ชวนให้อยากกินกับข้าวแล้ว เมนูปลาตุ๋นแบบนี้ที่โผล่มาเป็นเครื่องเคียงก่อนซาชิมิ รอบที่แล้วฉันไม่เจอเลยนะ เสน่ห์ของคอร์สร้านซาชิมิเกาหลีก็คือความต่างแบบนี้แหละ

ชุดเครื่องห่อซาชิมิแบบเกาหลี กระเทียมสด พริกเขียว และซัมจัง

ก่อนซาชิมิจะมา เขาจะเตรียมชุดห่อกินไว้แบบนี้ก่อน ด้านซ้ายเป็นกระเทียมสดกับพริกเขียวเผ็ด ๆ ส่วนด้านขวาเป็นซัมจังที่โรยต้นหอมซอยละเอียด เวลาเอาซาชิมิวางบนผักกาดหอมหรือใบงาแล้วใส่พวกนี้ห่อกินในคำเดียว นั่นแหละคือวิธีกินซาชิมิแบบเกาหลีแท้ ๆ

โคลสอัพหัวไชเท้าตุ๋นที่ดูดซึมเครื่องปรุงเข้มข้น

หัวไชเท้าตุ๋น — ทำไมหลายคนถึงบอกว่าอร่อยกว่าปลา

พอมองใกล้ ๆ แล้ว หัวไชเท้าตุ๋นดูน่ากินยิ่งกว่าตัวปลาอีกค่ะ หัวไชเท้าที่ซึมซับเครื่องปรุงจากปลาทั้งหมดคือพระเอกเงาของอาหารตุ๋นสไตล์เกาหลีเลย ด้านนอกฉ่ำเหมือนเคลือบซอสไว้ ส่วนด้านในเคี่ยวมานานจนแค่แตะตะเกียบเบา ๆ ก็แยกตัวออกแล้ว พอกัดเข้าไป ซอสเผ็ดเค็มจะซึมลึกเข้าไปถึงข้างในอย่างชัดเจน จนมีคนไม่น้อยที่บอกว่าหัวไชเท้าอร่อยกว่าปลาด้วยซ้ำ หัวไชเท้าชิ้นที่อุ้มน้ำซุปซึ่งละลายรสมันของปลาไว้เต็ม ๆ แบบนี้ ขโมยข้าวชัด ๆ

คอร์สร้านซาชิมิเกาหลี ซุปโอมุกกับต้นหอมและพริกเขียว

โอมุกทังกับไข่นึ่ง — ของเคียงที่ช่วยให้ท้องสบาย

นี่คือโอมุกทังค่า เป็นซุปใสที่ใส่โอเด้งเกาหลีชิ้นใหญ่ ๆ ซึ่งย่างจนหอมเล็กน้อยแล้วนำมาต้มกับต้นหอมและพริกเขียว รสไม่จัดและสะอาดมาก เลยทำหน้าที่ปลอบท้องได้ดีในช่วงต้นคอร์ส

ไข่นึ่งเกาหลีที่ฟูเด้งในหม้อหินร้อน

ส่วนจานนี้คือไข่นึ่งเกาหลีค่ะ เสิร์ฟมาในหม้อหินร้อนแล้วฟูพองขึ้นมาแบบน่ารักมาก ใส่แครอตกับต้นหอมทำให้สีสันดูสดขึ้นด้วย รสชาติละมุน มัน และนุ่ม ด้านนอกมีแรงเด้งนิด ๆ แต่ด้านในชุ่มฉ่ำเหมือนเต้าหู้อ่อน กินคั่นระหว่างเมนูเผ็ด ๆ แล้วช่วยรีเซ็ตปากได้ดีเลย ความอร่อยแบบเฉพาะตัวของไข่นึ่งเกาหลีอยู่ที่ก้นหม้อหินนี่แหละ เพราะส่วนที่โดนความร้อนมากสุดจะเกรียมนิด ๆ เพิ่มความหอมมันขึ้นมาอีกขั้น ขูดกินแล้วเพลินแบบไม่รู้ตัว รีบกินก่อนหม้อจะเย็นนะ

กุ้งทอดกรอบเป็นเครื่องเคียงในคอร์สร้านซาชิมิ

กุ้งทอด — คำกรอบ ๆ ที่ช่วยเรียกน้ำย่อย

นี่คือกุ้งทอดค่ะ เอากุ้งตัวอวบไปชุบเกล็ดขนมปังแล้วทอดจนกรอบ พอกัดเข้าไป ด้านนอกจะกรุบกรอบ ส่วนด้านในยังเด้งฉ่ำเป็นเนื้อกุ้งชัด ๆ เมนูนี้ทำหน้าที่ปลุกความอยากอาหารก่อนซาชิมิจะมาถึง แต่พูดตรง ๆ นะ แค่จานนี้อย่างเดียวก็อร่อยพอให้แฮปปี้แล้ว

หมึกสายสดโรยงาและน้ำมันงา เมนูแปลกของร้านซาชิมิเกาหลี

หมึกสายสด — เมนูร้านซาชิมิเกาหลีที่ต่างชาติช็อกที่สุด

จานนี้คือหมึกสายสดค่ะ เขาจะจัดการหมึกที่ยังมีชีวิตตรงนั้นเลย แล้วราดน้ำมันงากับโรยงาออกมาให้ สำหรับคนต่างชาติที่เห็นครั้งแรก หน้าตาเมนูนี้อาจจะกระแทกสายตาพอสมควร เพราะหนวดที่ยังขยับดุ๊กดิ๊กถูกวางอยู่บนจานแบบสด ๆ จริง ๆ หลายคนเห็นต่อหน้าก็ยังไม่กล้าคีบเข้าปาก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ในหมู่ชาวต่างชาติที่อยู่เกาหลีมาเกิน 2–3 ปี เมนูนี้กลับกลายเป็นของโปรดที่ยิ่งหากินไม่ได้ยิ่งคิดถึง หลายคนบอกว่ายิ่งคุ้นกับชีวิตในเกาหลี ก็ยิ่งกินหมึกสายสดเก่งขึ้นและอยากกินบ่อยขึ้น ความหนึบเด้งของเนื้อรวมกับกลิ่นหอมน้ำมันงาทำให้เป็นเมนูที่ถ้ารู้รสแล้วจะถอนตัวยากมาก

รวมซีฟู้ดแปลกในร้านซาชิมิเกาหลี หอยเป๋าฮื้อ เพรียงทะเล ปลิงทะเล และแกบุล

หอยเป๋าฮื้อ เพรียงทะเล ปลิงทะเล และแกบุล — ซีฟู้ดแปลกที่เจอได้ในร้านซาชิมิเกาหลี

ในที่สุดไฮไลต์ของวันนี้ก็มาแล้วค่ะ ทั้งหอยเป๋าฮื้อ เพรียงทะเล ปลิงทะเล และแกบุล ถูกจัดมาเต็มจานแบบที่หาเจอได้ในร้านซาชิมิเกาหลีเท่านั้น สำหรับคนต่างชาติ หน้าตาแต่ละอย่างอาจดูแปลกตั้งแต่แรกเห็น แต่ความแปลกนี่แหละคือเสน่ห์ของจานนี้

🐚 เพรียงทะเล — รสชาติของทะเลแบบเต็มคำ

แค่รูปร่างก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมดา พอแยกเปลือกที่ขรุขระออกจะเห็นเนื้อสีส้มอมทองเด้ง ๆ โผล่มา เป็นเมนูที่ทำให้คนต่างชาติหลายคนตาโตตั้งแต่ยังไม่เริ่มกิน รสชาติถ้าจะให้อธิบายสั้น ๆ ก็คือเหมือนกลืนทะเลทั้งผืนลงไปในคำเดียว กลิ่นทะเลเข้มข้นกระจายเต็มปาก พร้อมรสหวานปนขมที่มีเอกลักษณ์สุด ๆ นี่เป็นเมนูที่คนชอบกับไม่ชอบแบ่งขั้วกันแรงมาก แต่คนที่ติดใจแล้วก็มักถอนตัวไม่ขึ้น เป็นซีฟู้ดหายากที่นอกเกาหลีกับญี่ปุ่นแทบไม่ค่อยกินกัน

🐾 หอยเป๋าฮื้อซาชิมิ — ซีฟู้ดหรูของเกาหลี

ในเกาหลี หอยเป๋าฮื้อถือเป็นตัวแทนของซีฟู้ดระดับพรีเมียมเลย หอยเป๋าฮื้อที่หั่นบางเป็นซาชิมิมีประกายมุกใส ๆ สวยมาก พอเคี้ยวจะรู้สึกถึงเนื้อที่เด้งแต่ก็นุ่มในเวลาเดียวกัน รสจะค่อนข้างอ่อนและมันหอม พร้อมกลิ่นทะเลเบา ๆ ที่ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาตอนเคี้ยว เมนูนี้ไม่แรงเกินไป จึงเป็นหนึ่งในซีฟู้ดแปลกที่คนต่างชาติกินได้ง่ายที่สุด ตรงมุมจานยังมีเครื่องในหอยเป๋าฮื้อสีเขียวเข้มด้วย ขมปลายลิ้นนิด ๆ แต่ตามมาด้วยความมันที่น่าสนใจมาก

🥒 ปลิงทะเล — ซีฟู้ดหน้าตาแปลกแต่กินเพลิน

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าคล้ายแตงกวาแห่งท้องทะเล ในเกาหลีนิยมกินสดแบบหั่นเป็นชิ้นคล้ายซาชิมิ ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมการกินที่ค่อนข้างเฉพาะตัวในระดับโลก ผิวขรุขระอาจทำให้รู้สึกแปลกในตอนแรก แต่พอลองกินจริงจะเจอทั้งความกรอบและความหนึบในคำเดียวอย่างน่าสนใจ รสชาติค่อนข้างสะอาดและเรียบ แต่ยิ่งเคี้ยวยิ่งรู้สึกถึงรสทะเลที่ลึกและสดชื่น ถ้าจิ้มซอสพริกเปรี้ยวหวานแล้ววางบนใบงา รสจะยิ่งเด่นขึ้นมาก

🪱 แกบุล — เมนูช็อกสายตาแต่รสอ่อนกว่าที่คิด

นี่คือหนึ่งในซีฟู้ดแปลกที่ชิงอันดับหน้าตาตกใจที่สุดได้สบาย ๆ รูปร่างมันไม่เหมือนอะไรที่คนทั่วไปคุ้นเคย เลยทำให้คนต่างชาติหลายคนชะงักตอนเห็นครั้งแรก แต่รสจริง ๆ กลับอ่อนกว่าที่คิดมาก พอหั่นเนื้อใส ๆ เป็นชิ้นบาง ๆ จะได้สัมผัสหนึบเด้งชัดเจน รสออกหวานเบา ๆ พร้อมกลิ่นทะเลสดสะอาด ถ้าจิ้มน้ำมันงาจะยิ่งหอมมันขึ้น ทำให้คนที่ลองครั้งแรกหลายคนกินได้ง่ายกว่าที่คิด แม้แต่ในเกาหลีก็ไม่ใช่เมนูที่กินกันทุกวัน ถ้าคอร์สร้านซาชิมิมีแกบุลออกมา ก็ถือเป็นสัญญาณว่าจัดโต๊ะมาแบบใจกว้างทีเดียว

หอยเป๋าฮื้อซาชิมิเสิร์ฟพร้อมเปลือก โคลสอัพเนื้อหอยสีมุก

หอยเป๋าฮื้อ — ซีฟู้ดพรีเมียมจากชายฝั่งใต้ของเกาหลี

พอดูใกล้ ๆ จะยิ่งรู้สึกถึงเสน่ห์ของหอยเป๋าฮื้อชัดขึ้น เนื้อหอยทั้งชิ้นที่วางอยู่ในเปลือกส่องประกายเหมือนมุก และการเสิร์ฟแบบวางมาทั้งเปลือกนี่แหละคือสไตล์ร้านซาชิมิเกาหลี พอแตะเนื้อก็ยังรู้สึกได้ถึงความสดเหมือนยังมีชีวิตอยู่เลย

เหตุผลที่หอยเป๋าฮื้อเกาหลีพิเศษอยู่ที่สภาพแวดล้อมการเพาะเลี้ยง แถบชายฝั่งใต้โดยเฉพาะวานโดในจังหวัดชอลลาใต้ เป็นพื้นที่ที่อุณหภูมิน้ำ กระแสน้ำ และแหล่งสาหร่ายเหมาะกับการเติบโตของหอยเป๋าฮื้อมาก หอยเป๋าฮื้อเกาหลีโตมากับการกินสาหร่ายวากาเมะและสาหร่ายคอมบุ นั่นเลยเป็นเคล็ดลับของเนื้อที่เด้งและรสลึก ไม่ใช่แค่ตัวใหญ่ แต่มีแรงเคี้ยวและมีอูมามิแบบบาง ๆ ที่อยู่ในปากนาน วัฒนธรรมการกินหอยเป๋าฮื้อสดเป็นซาชิมิแบบนี้ไม่ได้พบได้บ่อยทั่วโลก แต่ในเกาหลีถือเป็นเรื่องธรรมชาติมาก แค่ได้กินความสดแบบตรง ๆ ก็เป็นสิทธิพิเศษของร้านซาชิมิเกาหลีแล้ว

แกบุลในถ้วยสีเหลืองและปลิงทะเลในถ้วยสีเขียว

แกบุลกับปลิงทะเล — รสชาติและคุณค่าที่อยู่เลยหน้าตาไปมาก

ของในถ้วยสีเหลืองคือแกบุล ส่วนของในถ้วยสีเขียวคือปลิงทะเลค่ะ พูดกันตรง ๆ หน้าตาของทั้งคู่สำหรับคนที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอาจดูแปลกพอสมควร แต่พอเริ่มคุยเรื่องรสชาติ เรื่องจะเปลี่ยนเลย

แกบุลพอเคี้ยวปุ๊บจะมีรสทะเลหวานสะอาดแตกออกมา ความหวานนี่แหละที่ทำให้หลายคนเซอร์ไพรส์ที่สุดหลังจากลองครั้งแรก ในแง่สุขภาพก็เป็นอาหารโปรตีนสูง ไขมันต่ำ และมีกรดอะมิโนมาก ในเกาหลีเองยังเชื่อกันมาตั้งแต่ก่อนว่าเป็นอาหารที่ช่วยฟื้นกำลังได้ดี

ส่วนปลิงทะเลมีรูปลักษณ์ใสอมเขียวที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ ด้านโภชนาการก็จัดว่าเด่นมากในบรรดาอาหารทะเล มีทั้งคอลลาเจน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระสูง แถมแคลอรีต่ำมาก จนในจีนได้รับการยกย่องมาแต่โบราณว่าเป็นวัตถุดิบบำรุงชั้นดี รสชาติออกสะอาดและหนึบ แต่ถ้าจิ้มซอสพริกเปรี้ยวหวานจะรู้สึกถึงความสดชื่นของทะเลชัดขึ้น อย่าเพิ่งกลัวเพราะหน้าตา ลองสักชิ้นก่อน แล้วคุณอาจไม่เสียดายเลย

เพรียงทะเลเสิร์ฟพร้อมเปลือก เนื้อสีทองส้มสด

เพรียงทะเล — รสชาติที่เทียบกับอาหารอะไรแทบไม่ได้

นี่คือเพรียงทะเลที่เสิร์ฟมาพร้อมเปลือกแบบเต็ม ๆ ค่ะ พอแยกเปลือกออกจะเห็นเนื้อด้านในสีทองผสมส้มที่ดูฉ่ำและเด้งมาก แค่เห็นก็รู้เลยว่าสดจริง

รสชาติเป็นอะไรที่อธิบายยากมากสำหรับคนที่ไม่เคยกิน เพราะมันทั้งหวาน ทั้งขมอ่อน ๆ ทั้งเค็มนิด ๆ พร้อมกลิ่นทะเลลึกในเวลาเดียวกัน เป็นรสที่แทบเอาไปเทียบกับอาหารชนิดไหนไม่ได้เลย เนื้อสัมผัสนุ่มแต่ก็มีแรงเด้งเบา ๆ ให้เคี้ยวสนุก

ในแง่สุขภาพก็ดีมากเช่นกัน เพรียงทะเลมีไกลโคเจนและทอรีนสูง โดยทอรีนเป็นสารที่ขึ้นชื่อว่าช่วยเรื่องความล้าและการทำงานของตับ อาหารชนิดนี้แคลอรีต่ำแต่โปรตีนสูง จึงมีความหนาแน่นทางโภชนาการดีมาก เป็นซีฟู้ดหายากที่นอกเกาหลีกับญี่ปุ่นแทบไม่ค่อยกินกัน การได้เจอแบบสด ๆ ในร้านซาชิมิเกาหลีจึงเป็นประสบการณ์ที่พิเศษจริง ๆ

คอร์สร้านซาชิมิเกาหลี หอยนึ่งในหม้อร้อน

หอยนึ่ง ปลาหมึกลวก และปูนึ่ง — ความสนุกของคอร์สร้านซาชิมิที่ออกมาไม่หยุด

เสน่ห์ของคอร์สร้านซาชิมิเกาหลีคือแบบนี้เลยค่ะ กินไปเรื่อย ๆ แล้วอาหารก็ยังทยอยมาไม่หยุด คิดว่าหมดแล้วก็มาอีก มาอีก เหมือนไม่มีวันจบ รอบนี้เป็นหอยนึ่งค่ะ

เขานึ่งหอยทั้งเปลือกมาเลย น้ำที่ออกมาจากหอยหวานเย็นคอและลึกมาก พอเปิดเปลือกจะเห็นเนื้อหอยเด้ง ๆ รสทะเลเค็มอ่อน ๆ แบบธรรมชาติยังอยู่ครบ เป็นเมนูที่ไม่พึ่งเครื่องปรุงแรง ๆ แต่ให้รสของหอยนำเต็มที่ เลยช่วยล้างปากได้ดีมากหลังจากกินซีฟู้ดรสเข้มหลายอย่างมาก่อน อย่าปล่อยน้ำซุปทิ้งนะ ลองดื่มดูด้วย นั่นแหละคือวิธีกินหอยนึ่งให้อร่อยจริง

ปลาหมึกลวกกับผักมินารี และปูนึ่งที่อยู่ด้านหลัง

ยังไม่จบแค่นี้นะ คอร์สร้านซาชิมิเกาหลีคือสุดจริง

รอบนี้ต่อด้วยปลาหมึกลวกค่ะ เอาปลาหมึกสดทั้งตัวไปลวกแล้ววางอย่างเรียบร้อยบนผักมินารี ด้านหลังยังเห็นปูนึ่งอีกต่างหาก ปลาหมึกลวกเป็นเมนูที่ไม่ทอดและไม่คลุกซอส จึงดึงรสธรรมชาติของปลาหมึกออกมาตรง ๆ เลย จุดเด่นคือความหนึบแต่นุ่ม กับรสที่สะอาดและไม่หนัก ถ้าจิ้มซอสพริกเปรี้ยวหวานแล้วกินพร้อมมินารีในคำเดียว ความหอมมันของปลาหมึกกับกลิ่นสดของสมุนไพรจะเข้ากันกว่าที่คิดมาก เพราะไม่มีรสจัดมารบกวน จึงทำหน้าที่รีเซ็ตรสในช่วงกลางคอร์สได้ดีสุด ๆ

ปูนึ่งสีแดงสดในคอร์สอาหารทะเลสไตล์เกาหลี

ปูนึ่ง — อร่อยจนยอมมือเลอะ

นี่คือปูนึ่งค่ะ ปูทั้งตัวที่นึ่งมาพร้อมกระดองถูกวางจนเต็มจาน แค่เห็นสีแดงสุกของมันก็น้ำลายไหลแล้ว

ปูเป็นหนึ่งในพระเอกของวัฒนธรรมอาหารทะเลเกาหลีเลย จุดสนุกคือการแกะกินเอง และไฮไลต์จริง ๆ จะอยู่ตอนดึงเนื้อปูสีขาวแน่น ๆ ออกจากก้าม พอได้ชิมความหวานนุ่มของเนื้อปูเข้าไปทีหนึ่ง ก็แทบลืมไปเลยว่ามือจะเลอะขนาดไหน

ปลาดิบรวมชิ้นหนาวางบนน้ำแข็ง จานหลักของร้านซาชิมิเกาหลี

ในที่สุดก็มาถึงจานหลัก — ปลาดิบรวม

ในที่สุดพระเอกตัวจริงของวันนี้ก็ออกมาแล้วค่ะ ซาชิมิ

ปลาดิบเนื้อขาวหั่นชิ้นใหญ่และหนาถูกเรียงเต็มจาน ตรงกลางยังมีส่วนหนังที่หั่นละเอียดวางมาด้วย การจัดจานที่มีมะนาวสองชิ้นดูสะอาดตามาก และการวางบนน้ำแข็งเพื่อรักษาความสดจนถึงคำสุดท้ายก็คือสไตล์ร้านซาชิมิเกาหลีแท้ ๆ ก่อนหน้านี้มีทั้งหอยนึ่ง ปลาหมึกลวก และปูนึ่งออกมาแล้ว แต่ทั้งหมดนั้นยังไม่ใช่เมนหลัก คอร์สร้านซาชิมิเกาหลีคือไม่ธรรมดาจริง ๆ ใช่ไหมล่ะ

ปลาดิบเนื้อขาวมีจุดเด่นที่ไขมันไม่มากและรสค่อนข้างสะอาด ถ้าจิ้มซอสพริกเปรี้ยวหวานจะช่วยดึงความสดของปลาออกมา ส่วนถ้าจิ้มโชยุวาซาบิ ก็จะได้เสน่ห์อีกแบบจากความเผ็ดหอมเบา ๆ เพราะหั่นมาหนาเลยทำให้มีแรงเคี้ยวชัด ยิ่งเคี้ยวยิ่งรู้สึกถึงความมันหอมแบบเรียบ ๆ ที่ค่อย ๆ ออกมา

โคลสอัพซาชิมิชิ้นหนาและเซกโกชิที่หั่นติดก้าง

เซกโกชิ — เสน่ห์กรุบกรอบจากการเคี้ยวก้างไปพร้อมกัน

พอดูใกล้ ๆ จะเห็นความต่างชัดขึ้นเลย บนปลาดิบชิ้นหนาที่แผ่ออกกว้าง มีเซกโกชิที่หั่นติดก้างกองอยู่เต็ม เซกโกชิคือปลาดิบที่หั่นบางทั้งหนังและก้าง ไม่เหมือนซาชิมิทั่วไปที่เอาก้างออกหมด เวลากินจะมีสัมผัสกรุบกรอบจากก้างเล็ก ๆ ซึ่งนี่แหละคือเสน่ห์ที่สุดของเซกโกชิ

ซาชิมิห่อผักแบบเกาหลี วางปลาดิบกับพริกเขียวบนผักกาด

ห่อซาชิมิด้วยผัก — แก่นแท้ของการกินซาชิมิแบบเกาหลี

ถ้ากินซาชิมิแบบนี้นะ บอกเลยว่าสุดจริง เอาปลาดิบหนึ่งชิ้นวางบนผักกาดหอม แล้วโปะพริกเขียวอีกชิ้น จากนั้นห่อเข้าปากทั้งคำ นี่แหละคือการกินห่อผักกับซาชิมิแบบเกาหลี ความนุ่มสะอาดของปลา ความกรอบของผัก และรสเผ็ดจี๊ดของพริกจะมาพร้อมกันในคำเดียว ถ้าเพิ่มซอสพริกเปรี้ยวหวานหรือซัมจังอีกนิดก็สมบูรณ์แบบเลย

คอร์สร้านซาชิมิเกาหลีปิดท้ายด้วยซุปปลารสเผ็ดน้ำสีแดง

ซุปปลารสเผ็ด — ตอนจบที่สมบูรณ์แบบของคอร์สร้านซาชิมิเกาหลี

เมนูที่ปิดท้ายคอร์สก็คือซุปปลารสเผ็ดค่ะ แค่หน้าตาก็ทรงพลังแล้ว เพราะบนผิวน้ำซุปสีแดงเข้มมีทั้งต้นหอม เห็ดเข็มทอง และพริกป่นโปะมาแน่น ๆ

ร้านซาชิมิเกาหลีเป็นที่ที่แทบไม่มีอะไรต้องทิ้ง หลังจากแล่ปลาแล้ว เขาจะไม่โยนก้างกับเศษเนื้อที่เหลือทิ้ง แต่เอามาต้มกับผักหลายชนิดจนกลายเป็นหม้อซุปเผ็ดร้อนนี้ นี่คือความฉลาดของวัฒนธรรมอาหารเกาหลีที่ใช้วัตถุดิบจนคุ้มที่สุด รสชาติเด่นที่ความเผ็ดอุ่นและความเข้มของน้ำซุป พร้อมอูมามิลึกจากก้างปลาที่ออกมาเต็ม ๆ ในทุกคำ ยังช่วยปลอบท้องที่เย็นจากการกินปลาดิบมาตลอดคอร์สได้ดีมากด้วย ถ้าเอาข้าวสวยสักถ้วยลงไปคลุกในตอนท้าย นั่นแหละคือการปิดคอร์สร้านซาชิมิเกาหลีแบบสมบูรณ์จริง ๆ

ซุปปลารสเผ็ดเดือดพล่าน น้ำซุปเริ่มเข้มข้นขึ้น

ตอนนี้เดือดปุด ๆ แล้วค่ะ เห็นได้เลยว่าน้ำซุปเริ่มเข้มขึ้นและเนื้อปลาค่อย ๆ ปล่อยรสออกมารวมกับน้ำซุป ตั้งแต่วินาทีนี้แหละที่ความอร่อยจริงเริ่มขึ้น

คอร์สเดียวแต่มีทั้งปลาตุ๋น หมึกสายสด หอยเป๋าฮื้อ ปลิงทะเล แกบุล ปลาหมึกลวก ปูนึ่ง และปลาดิบรวมจานหลัก ออกมาแบบแทบไม่มีช่วงให้พักหายใจเลย แต่ประเด็นสำคัญคือ ชุดเมนูพวกนี้ไม่เคยเหมือนกันทุกครั้งนี่สิ ต่อให้เป็นร้านคอร์สเหมือนกัน แต่ไปคนละร้านก็ได้องค์ประกอบคนละแบบ เลยมีอะไรใหม่ให้ค้นพบตลอด ร้านซาชิมิเกาหลีไม่ใช่ที่ที่ไปกินปลาดิบหนึ่งจานแล้วจบ แต่มันคือวัฒนธรรมหนึ่งอย่าง และเป็นประสบการณ์หนึ่งแบบเต็ม ๆ ถ้าใครยังไม่เคยไป ลองหาโอกาสไปสัมผัสดูสักครั้งนะ

🎣 ร้านซาชิมิเกาหลีทุกแห่งมีคอร์สไหม?

ไม่ใช่ค่ะ ร้านซาชิมิในเกาหลีแบ่งใหญ่ ๆ ได้เป็นสองสไตล์ แบบแรกคือร้านที่ทำเป็นคอร์สเหมือนที่เล่าในบทความนี้ ส่วนอีกแบบคือสไตล์ตลาดปลา ซึ่งจะให้เราเลือกปลาที่อยากกินจากตู้ปลาแล้วร้านจัดการให้ตรงนั้นเลย แบบนี้ไม่ได้มาเป็นคอร์ส แต่จะเป็นการสั่งเมนูเดี่ยวหลายอย่างแยกกันแทน ข้อดีคือเลือกชนิดปลาและปริมาณเองได้ ราคาก็เปลี่ยนไปตามสิ่งที่เลือก ทั้งสองแบบมีเสน่ห์คนละอย่าง ลองเลือกตามสไตล์ที่ชอบได้เลย

🍽️ คอร์สของร้านซาชิมิเหมือนกันทุกร้านไหม?

ไม่เหมือนกันเลยค่ะ เมนูที่เห็นในบทความนี้ไม่ได้แปลว่าทุกร้านจะมีเหมือนกันเสมอ บางร้านมีปลาตุ๋น บางร้านเปลี่ยนเป็นเครื่องเคียงอย่างอื่น และบางร้านก็เสิร์ฟซีฟู้ดแปลกคนละชนิดแทนหอยเป๋าฮื้อหรือปลิงทะเล เพราะฉะนั้นถ้าไปแล้วไม่มีเมนูตามรูปก็อย่าเพิ่งผิดหวังนะ บางทีคุณอาจได้เจอเมนูที่ดีกว่านี้อีกก็ได้ นี่แหละคือเสน่ห์ของคอร์สร้านซาชิมิเกาหลี เพราะไปทีไรก็มีเซอร์ไพรส์ใหม่รออยู่เสมอ

💰 ราคาคอร์สประมาณเท่าไหร่?

แต่ละร้านต่างกันมากค่ะ บางแห่งเริ่มต้นราว ๆ ฿750 ต่อคน และคอร์สหรู ๆ ก็อาจเกิน ฿2,500 ได้เลย สิ่งสำคัญคือเมื่อเทียบกับราคาที่จ่าย ปริมาณและคุณภาพของอาหารที่ออกมามักให้มาเยอะกว่าที่คิด โดยเฉพาะคอร์สแบบรอบนี้ที่มีทั้งหอยเป๋าฮื้อ ปลิงทะเล และแกบุลรวมอยู่ด้วย ในแง่ประสบการณ์การกินนอกบ้านถือว่าคุ้มมากทีเดียว

🥢 ถ้ากินซาชิมิครั้งแรก ควรกินยังไง?

วิธีที่ง่ายที่สุดคือจิ้มซอสพริกเปรี้ยวหวานค่ะ เพราะซอสจะช่วยกลบรสคาวและทำให้คนที่ลองครั้งแรกกินได้ง่าย พอเริ่มคุ้นแล้วค่อยลองโชยุวาซาบิดู ความเผ็ดหอมอ่อน ๆ จะช่วยดันรสของปลาให้เด่นขึ้น ถ้าอยากกินแบบเกาหลีมากขึ้น แนะนำให้ห่อกับผักกาดหรือใบงา ใส่กระเทียม พริก และซัมจัง กลายเป็นห่อผักกับซาชิมิ ถ้าลองครั้งแรกจริง ๆ เริ่มจากซอสพริกเปรี้ยวหวานก่อนสบายสุด

🦑 เมนูแปลกอย่างหมึกสายสดหรือแกบุลต้องลองไหม?

แน่นอนว่าไม่มีใครบังคับค่ะ แต่ถ้ามีโอกาสฉันก็อยากแนะนำให้ลองสักครั้ง ความลังเลเพราะหน้าตาดูแปลกเป็นเรื่องธรรมชาติมาก แต่พอกินจริง หลายคนกลับแปลกใจว่ารสชาติมันอ่อนและสดกว่าที่คิด โดยเฉพาะความหวานของแกบุลกับสัมผัสกรอบหนึบของปลิงทะเล เป็นประสบการณ์ที่เทียบกับอาหารอย่างอื่นได้ยาก ถ้ามาเกาหลีแล้ว เมนูแบบนี้แหละที่เป็นสิ่งที่คุณหาได้ยากมากจากที่อื่น

🍶 กินซาชิมิกับเครื่องดื่มอะไรดี?

ถ้าเป็นในเกาหลี เครื่องดื่มที่คนจับคู่กับซาชิมิบ่อยที่สุดก็คือโซจูค่ะ รสสะอาดและความแรงของมันช่วยตัดกลิ่นคาวปลาและทำให้ปากสดขึ้นได้ดี ถ้าอยากดื่มอะไรเบากว่านั้นเบียร์ก็เข้ากันมาก ส่วนคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์น้ำข้าวคั่วร้อนหรือน้ำเปล่าก็เข้ากันได้ดีเหมือนกัน ในร้านซาชิมิเกาหลี ต่อให้ไม่ดื่มเหล้าก็ไม่ได้ดูแปลกอะไรเลย กินแบบสบาย ๆ ได้เต็มที่

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกบน https://hi-jsb.blog.

วันที่เผยแพร่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22:36
วันที่อัปเดต 17 มีนาคม 2569 เวลา 09:27