ซูชิเกาหลีคุ้มเกินคาด — เซ็ตครบจบในจานเดียว ต้องลอง!
เที่ยวเกาหลีแล้วอยากเปลี่ยนรสปากบ้าง
พอไปเที่ยวเกาหลีสักหลายวัน จะมีช่วงที่เมนูเริ่มวนซ้ำ กิมจิจิเก ซัมกยอบซัล บิบิมบับ ต็อกบกกี ทุกอย่างอร่อยหมดแหละ แต่กินไปเรื่อยๆ ก็จะมีวันที่อยากเปลี่ยนรสปากบ้าง
ตอนนั้นมีตัวเลือกดีๆ อยู่อันนึงที่ไม่คาดคิด คืออาหารญี่ปุ่นในเกาหลีนี่แหละ
จะบอกว่า มาถึงเกาหลีแล้วจะไปกินอาหารญี่ปุ่นทำไม? ก็เข้าใจนะ แต่สำหรับคนเกาหลี อาหารญี่ปุ่นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ราเม็ง ทงคัตสึ ซูชิ อุด้ง มีทุกแถวบ้าน แถมเกาหลีกับญี่ปุ่นนั่งเครื่องบินไม่ถึงสองชั่วโมง วัฒนธรรมอาหารจึงแลกเปลี่ยนกันมานาน ทำให้ระดับอาหารญี่ปุ่นในเกาหลีค่อนข้างสูงเลย
วันนี้จะมาเล่าเรื่องซูชิกันค่ะ ไปกินซูชิเซ็ตร้านเฉพาะทางในเกาหลีกับเพื่อนมา

นี่คือซูชิเซ็ตที่ออกมาจากร้านซูชิเฉพาะทางในเกาหลี มีแซลมอน ทูน่า ปลาฮิราเมะ ปลาไหล เนื้อวัว ไข่หวาน ทั้งหมดมาในจานเดียวแบบจัดเต็ม เกาหลีมีวัฒนธรรมกินปลาดิบเหมือนญี่ปุ่น เลยได้ซีฟู้ดสดๆ คุณภาพดี ทำให้ร้านซูชิฝีมือดีมีเยอะมาก
เราเคยกินซูชิที่ญี่ปุ่นมาก่อน แน่นอนว่าญี่ปุ่นเป็นต้นตำรับก็ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเทียบความคุ้มค่า ปริมาณต่อราคา ฝั่งเกาหลีให้เยอะกว่า ที่ญี่ปุ่นถ้าจะกินแบบเดียวกันทั้งชนิดและปริมาณ ราคาจะสูงกว่าพอสมควร รสชาติจะบอกว่าเหมือนกัน 100% ไม่ได้ แต่ซูชิเกาหลีก็ใกล้เคียงระดับญี่ปุ่นมากเลย
แล้วซูชิเกาหลียังมีเมนูที่ญี่ปุ่นไม่มีด้วย อย่างซูชิเนื้อวัวหรือซูชิกิมจิขาว เป็นเมนูที่เจอได้แค่ร้านซูชิในเกาหลีเท่านั้น การที่เมนูแบบเกาหลีผสมอยู่ด้วยอย่างเป็นธรรมชาตินี่แหละ เป็นอีกความสนุกของการกินซูชิในเกาหลี เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังละเอียดข้างล่างนะ
ประเภทร้านซูชิในเกาหลีและราคา
ก่อนอื่น มีเรื่องที่ควรรู้ก่อนเลือกร้านซูชิในเกาหลี ร้านซูชิเกาหลีแบ่งออกเป็นสามประเภทใหญ่ๆ ซึ่งราคาและบรรยากาศต่างกันสิ้นเชิง
ประเภทแรกคือโอมากาเสะ เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า "ขอฝากให้คุณ" คือเชฟจะเลือกวัตถุดิบของวันนั้นมาจัดเป็นคอร์สแล้วเสิร์ฟทีละคำ ในเกาหลี โอมากาเสะราคาตั้งแต่ 70,000 วอนถึงมากกว่า 200,000 วอน (ประมาณ 1,800-5,200 บาท) ต่อคน เป็นตัวเลือกสำหรับวันพิเศษหรือคนที่อยากได้ประสบการณ์ซูชิระดับพรีเมียม
ประเภทที่สองคือไคเท็นซูชิ หรือซูชิสายพาน ซูชิจะวิ่งมาบนสายพาน อยากกินจานไหนก็หยิบเลย ราคาต่างกันตามสีจาน โดยปกติประมาณ 15,000-25,000 วอน (ประมาณ 390-650 บาท) ต่อคน ก็อิ่มได้สบายๆ
ประเภทที่สามคือร้านซูชิเซ็ต สั่งเซ็ตมาจะได้ซูชิหลายชนิดในจานเดียว แถมมีเครื่องเคียงมาเป็นคอร์สด้วย ทั้งซุปมิโซะ สลัด อุด้ง เทมปุระ ของหวาน ราคาประมาณ 20,000-35,000 วอน (ประมาณ 520-910 บาท) ต่อคน
วันนี้ที่ไปกินคือประเภทที่สาม ร้านซูชิเซ็ตนี่แหละ คนละ 25,000 วอน สองคนก็ 50,000 วอน (ประมาณ 1,300 บาท) พูดตรงๆ ไม่ใช่ราคาถูกนะ ถ้าคิดว่าข้าวมื้อปกติในเกาหลีอยู่ที่ 10,000-15,000 วอน (ประมาณ 260-390 บาท) ก็ถือว่าแพงอยู่ งบเท่านี้ไปกินบุฟเฟ่ต์ซูชิกินไม่อั้นก็ได้ แต่พอเห็นของที่ออกมาแล้ว จะเข้าใจว่าทำไมราคานี้
ไกด์ราคาร้านซูชิในเกาหลีแต่ละประเภท
🍣 โอมากาเสะ (Omakase)
เชฟจัดคอร์สเสิร์ฟทีละคำ หรูหราและส่วนใหญ่ต้องจอง คนละ 70,000~200,000 วอน ขึ้นไป (ประมาณ 1,800~5,200+ บาท)
🔄 ซูชิสายพาน (Conveyor Belt Sushi)
ซูชิวิ่งมาบนสายพาน อยากกินอะไรก็หยิบเลย ราคาต่างกันตามสีจาน กินง่ายไม่ต้องคิดเยอะ คนละ 15,000~25,000 วอน (ประมาณ 390~650 บาท)
🍱 ร้านซูชิเซ็ต (Sushi Set Restaurant)
ซูชิหลายชนิดมาในจานเดียว พร้อมซุปมิโซะ อุด้ง เทมปุระ ของหวานเสิร์ฟเป็นคอร์ส ได้ลองหลายแบบในมื้อเดียว คนละ 20,000~35,000 วอน (ประมาณ 520~910 บาท)
สิ่งที่มาก่อนซูชิจะเสิร์ฟ
พอนั่งลงไป ซูชิไม่ได้มาทันทีนะ เครื่องเคียงจะค่อยๆ ทยอยมาก่อนทีละอย่าง

อย่างแรกที่มาคือผ้าเย็น ซูชิจะใช้ตะเกียบคีบกินก็ได้ หรือจะใช้มือหยิบกินก็ได้เลย ผ้าเย็นนี้เลยมาให้เช็ดมือก่อนทานนั่นเอง

ถัดมาคือสลัดกะหล่ำปลี ราดน้ำสลัดครีมมี่ เป็นจานเบาๆ ง่ายๆ ทำหน้าที่เปิดลิ้นก่อนจะเข้าสู่ซูชิจานหลัก

แล้วก็นี่ ข้าวต้มหอยเป๋าฮื้อ ถ้าบอกว่าร้านซูชิเสิร์ฟข้าวต้มมาด้วย อาจจะรู้สึกแปลกๆ แต่ร้านซูชิเซ็ตในเกาหลีที่เสิร์ฟข้าวต้มเป็นเครื่องเคียงแบบนี้มีเยอะเลย ซูชิเป็นอาหารเย็นโดยพื้นฐาน แทนที่จะกินเลย กินข้าวต้มอุ่นๆ อุ่นท้องก่อนจะช่วยลดภาระกระเพาะ แล้วยังรับรสปลาได้ดีขึ้นด้วย
ข้าวต้มหอยเป๋าฮื้อคืออะไร?
คือข้าวต้มสไตล์เกาหลีที่เอาหอยเป๋าฮื้อ (abalone) หั่นละเอียดผัดกับน้ำมันงา แล้วต้มกับข้าวช้าๆ จนเข้าเนื้อ มีกลิ่นทะเลอ่อนๆ รสนุ่มละมุนและมัน
ในเกาหลี ข้าวต้มหอยเป๋าฮื้อขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงร่างกาย กินตอนไม่สบายหรือเพลียๆ ส่วนในร้านซูชิ ทำหน้าที่อุ่นท้องก่อนกินปลาดิบเย็นๆ
ถ้าสั่งข้าวต้มหอยเป๋าฮื้อแยกต่างหาก ราคาปกติประมาณ 10,000~15,000 วอน (ประมาณ 260~390 บาท) แต่ถ้ารวมมาในเซ็ตซูชิก็ถือว่าคุ้มมาก
ซุปเต้าเจี้ยวเกาหลี vs มิโซะซุปญี่ปุ่น

แล้วก็นี่ มิโซะซุป หรือซุปเต้าเจี้ยวสไตล์ญี่ปุ่น เกาหลีก็มีซุปเต้าเจี้ยวเหมือนกันนะ แต่ถึงจะเป็นซุปเต้าเจี้ยวเหมือนกัน รสชาติต่างกันพอสมควรเลย
ซุปเต้าเจี้ยวเกาหลี vs มิโซะซุปญี่ปุ่น ต่างกันยังไง?
ชื่อคล้ายกัน แต่รสชาติต่างกันพอสมควร ความต่างหลักๆ อยู่ที่ตัวเต้าเจี้ยวเลย
🇰🇷 ซุปเต้าเจี้ยวเกาหลี (เดนจังกุก)
ใช้เต้าเจี้ยวหมักจากถั่วเหลือง หมักนานจนรสชาติเข้มข้นลึกซึ้ง เครื่องเยอะ ยิ่งต้มนานยิ่งหอม ใส่เต้าหู้ ฟักทอง มันฝรั่ง ต้นหอมเต็มหม้อ
🇯🇵 มิโซะซุปญี่ปุ่น
ใช้มิโซะที่ทำจากถั่วเหลืองหมักกับโคจิข้าว หมักไม่นานจึงรสอ่อนนุ่ม เครื่องน้อย หั่นบางเล็กๆ ต้มนานไปรสจะขุ่น จึงละลายมิโซะในน้ำซุปอุ่นแล้วกินเลย
ภาพรวมโต๊ะก่อนซูชิมา

พอจัดเสร็จแบบนี้ โต๊ะก็เต็มไปแล้ว ผ้าเย็น สลัด ข้าวต้มหอยเป๋าฮื้อ มิโซะซุป แล้วก็การิ (ขิงดองที่กินคู่กับซูชิ) จัดเรียง 2 ที่สวยงาม ซูชิยังไม่ออกมาเลยนะ แค่นี้ก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าราคา 650 บาทมันมาจากอะไร
เปิดเซ็ตซูชิ — จานเดียวได้ขนาดนี้
ซูชิมาแล้ว!


จานเดียวมาครบ ทามาโกะ ฮิราเมะ แซลมอน ทูน่า เนกิโทโระ โอยม้วน อะบุริแซลมอน เนื้อวัว ปลาไหล กิมจิขาว ทุกอย่างอยู่ในจานนี้หมด หลากหลายมากจนไม่รู้จะเริ่มจากอะไร แต่นั่นแหละคือความสนุกของเซ็ตนี้ เพื่อนหยิบซูชิเนื้อวัวก่อนเลย ส่วนเราเริ่มจากฮิราเมะ สั่งเซ็ตเดียวกันแต่ลำดับการกินต่างกันหมดเลย 555
ถ้าจะอธิบายทีละชิ้นคงไม่จบ เลยจะเลือกเฉพาะอันที่ประทับใจเป็นพิเศษมาเล่าให้ฟังนะ
ซูชิที่มีแค่ในเกาหลี — ซูชิเนื้อวัว


อันแรกที่อยากเล่าคือซูชิเนื้อวัว เป็นเมนูที่หาไม่ได้ที่ร้านซูชิญี่ปุ่น แต่ร้านซูชิเกาหลีมีเป็นเรื่องปกติ
เนื้อฮันวู (Hanwoo) คือเนื้อวัวเกาหลี เขาหั่นบางวางบนข้าวแล้วใช้ทอร์ชลนไฟเบาๆ แค่ผิวนอก พอใส่ปากไป ไขมันจะละลายที่อุณหภูมิร่างกายแล้วคลี่คลายบนลิ้น ดูจากรูปจะเห็นว่าเนื้อใหญ่กว่าก้อนข้าวมาก ห้อยลงมาสองข้าง คำเดียวก็อิ่มใจเลย
เกาหลีเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมกินเนื้อวัวดิบ มีเมนูที่เรียกว่ายุกเฮ (yukhoe) คือเนื้อวัวดิบปรุงรสกินเลย เป็นอาหารโบราณ จากตรงนั้นการเอาเนื้อวัวมาวางบนซูชิก็เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ซูชิญี่ปุ่นเน้นซีฟู้ดเป็นหลัก แต่ในเกาหลี ซูชิเนื้อวัวอยู่ในเมนูเหมือนเป็นเรื่องปกติ เพื่อนหยิบอันนี้เป็นอันแรกเลย แล้วสุดท้ายก็บอกว่าอร่อยที่สุด
แซลมอนเหมือนกัน แต่รสต่างสิ้นเชิง — อะบุริ vs แซลมอนดิบ


ต่อมาคือแซลมอน ที่น่าสนุกคือแซลมอนตัวเดียวกันแต่มาสองแบบ อันนึงคืออะบุริแซลมอนที่ลนไฟเบาๆ ที่ผิว อีกอันคือแซลมอนดิบที่ไม่ผ่านไฟเลย
อะบุริแซลมอนจะมีรอยไฟที่ผิว หอมกรุ่น ผิวนอกสุกเล็กน้อยแต่ข้างในยังสดอยู่ ส่วนแซลมอนดิบเย็นสนิท ความนุ่มมาก่อน เคี้ยวไปจะรู้สึกไขมันของแซลมอนค่อยๆ แผ่ออก มัน หวานอ่อนๆ
ปลาตัวเดียวกันแต่ให้รสต่างขนาดนี้ นี่แหละความสนุกของซูชิ ที่ในเซ็ตใส่วัตถุดิบเดียวกันมาสองวิธีนี่เซนส์ดีมาก ถ้าถามว่าอันไหนอร่อยกว่า พูดตรงๆ คือแล้วแต่คน แต่เราชอบอะบุริมากกว่า
อีกเมนูที่มีแค่ร้านซูชิเกาหลี — ซูชิกิมจิขาว

นี่คือซูชิกิมจิขาว เมนูที่ญี่ปุ่นไม่มี มีแค่ร้านซูชิในเกาหลีเท่านั้น
แพ็กกิมจิ (baek-kimchi) คือกิมจิชนิดหนึ่งของเกาหลี ไม่เหมือนกิมจิแดงที่เรานึกถึง เพราะไม่ใส่พริกป่น เลยไม่เผ็ด รสเปรี้ยวสดชื่น เขาหั่นบางๆ วางบนข้าว ซึ่งพอกินซูชิปลาไปเรื่อยๆ ปากจะเริ่มเลี่ยนนิดๆ ตอนนั้นกินซูชิกิมจิขาวสักคำ ปากก็สะอาดสดชื่นขึ้นเลย ทำหน้าที่คล้ายการิ (ขิงดอง) แต่รสไปคนละทางเลย
ถ้ากินซูชิในเกาหลี อันนี้ต้องลองสักครั้ง เป็นซูชิที่ไม่มีทางได้กินในประเทศอื่นจริงๆ
สำหรับคนไม่ถนัดปลาดิบ — ซูชิปลาไหล

นี่คือซูชิปลาไหล ถ้าจะแนะนำสักอันสำหรับคนไม่ค่อยกินปลาดิบ ต้องอันนี้เลย
ปกติซูชิปลาไหลจะนึกถึงซอสหวานๆ แต่อันนี้ไม่ใส่ซอส ใช้ทอร์ชลนไฟแค่ผิวนอกเบาๆ ด้านหนังจะกรอบนิดๆ ส่วนเนื้อข้างในนุ่มละลาย ไม่มีซอสเลยได้รสปลาไหลล้วนๆ สะอาดมัน เคี้ยวไปเรื่อยๆ ความมันค่อยๆ ขึ้นมาแต่ไม่เลี่ยน กลิ่นคาวปลาก็แทบไม่มี คนที่เพิ่งเริ่มกินซูชิหรือกลัวปลาดิบ บอกว่าซูชิปลาไหลกินได้สบายเลยก็มีเยอะ
ฮิราเมะ ทามาโกะ — ซูชิที่เหลือก็พูดถึงสั้นๆ


ที่เหลือก็พูดถึงสั้นๆ นะ ฮิราเมะเป็นปลาเนื้อขาวใสๆ ไม่ได้มันเหมือนแซลมอนหรือทูน่า แต่รสสะอาดกลมกล่อม เนื้อเหนียวนุ่มเคี้ยวมีสัมผัส กินสลับกับแซลมอนที่นุ่มละมุนจะเห็นความต่างชัดเจน ใส่วาซาบินิดนึงกินด้วย ความสะอาดของฮิราเมะกับรสซ่าของวาซาบิเข้ากันมาก
ทามาโกะคือไข่ม้วนญี่ปุ่นวางบนข้าวแล้วพันด้วยสาหร่าย ทำจากไข่ใส่น้ำตาลกับดาชิ (น้ำซุป) แล้วม้วนบางๆ หลายชั้นย่าง รสหวานนิดๆ เนื้อชุ่มนุ่ม คนที่กินปลาดิบไม่ค่อยได้หรือเด็กๆ จะชอบเมนูนี้เป็นพิเศษ
ซูชิเซ็ตทั้งหมด — มื้อเดียวได้ขนาดนี้




พอวางรวมกันทั้งเซ็ตแบบนี้ ตั้งแต่ความสะอาดกลมกล่อมของปลาเนื้อขาว ไขมันมันของแซลมอนและทูน่า กลิ่นหอมของอะบุริที่ลนไฟ สัมผัสละลายของเนื้อวัว ความนุ่มของปลาไหล ความสดชื่นของกิมจิขาว ไปจนถึงความหวานของทามาโกะ ได้สัมผัสทุกอย่างในมื้อเดียว ทั้งชนิดและปริมาณเยอะพอสมควร คนที่เพิ่งกินซูชิครั้งแรกหรือคนกินประจำก็อิ่มเอมกับเซ็ตนี้ได้เลย
แต่พูดตรงๆ มีอยู่อย่างที่เสียดายนิดหน่อย คือข้าว ซูชิที่ดีคือสมดุลระหว่างปลากับข้าว แต่บางคำข้าวก้อนใหญ่ไปหน่อย ทำให้รสข้าวมาก่อนรสปลา ส่วนใหญ่สัดส่วนดีนะ แต่บางคำก็น่าเสียดาย ถ้าคิดว่าราคา 650 บาท ก็พอรับได้ แต่คนละเอียดก็ไว้เป็นข้อมูลนะ
มินิอุด้ง เทมปุระ คาสเทลล่า — ที่เหลือในเซ็ต


หลังซูชิก็มีมินิอุด้งตามมา อันนึงใส่เทมปุระ อีกอันใส่อาบูราอาเกะ (เต้าหู้ทอด) แต่ขนาดเล็กมากจริงๆ นะ ปริมาณน้อยกินหมดไว แต่น้ำซุปอุ่นๆ ที่มาแทรกระหว่างซูชิเย็นช่วยอุ่นท้องได้พอดี ไทม์มิ่งเพอร์เฟกต์ ไม่ได้กินเอาอิ่ม แต่กินเพื่อให้โฟลว์มื้ออาหารลื่นไหล


เทมปุระก็รวมอยู่ในเซ็ตด้วย กุ้งทอด มันเทศทอด ปลาชิ้นเล็กทอดมาในจานเดียว กุ้งตัวโตพอสมควรเลย เปลือกนอกกรอบ เนื้อกุ้งข้างในเด้งมาก กินซูชิกับอุด้งไปเรื่อยๆ จะมีจังหวะที่อยากกินของทอดสักอย่าง แล้วมันก็มาพอดีจังหวะนั้นเลย

ของหวานปิดท้ายคือคาสเทลล่า ผิวนอกสีน้ำตาลอบเบาๆ ข้างในสีเหลืองนุ่มฟู หวานแต่ไม่จัดจนเกินไป กินหลังซูชิปลาหมดแล้วเป็นของล้างปากได้พอดี ร้านซูชิเฉพาะทางในเกาหลีที่เสิร์ฟคาสเทลล่าเป็นของหวานปิดท้ายแบบนี้มีเยอะเลย
วิธีกินซูชิ — ถ้าเป็นครั้งแรก รู้แค่นี้ก็พอ
อาจมีคนที่เพิ่งกินซูชิครั้งแรก เลยรวมวิธีกินซูชิมาให้สั้นๆ ด้วย
วิธีกินซูชิ — รู้ไว้จะได้กินอร่อยขึ้น
🤚 ใช้มือหยิบกินก็ได้
ซูชิเป็นอาหารที่กินด้วยมือได้ ถ้าใช้ตะเกียบไม่ถนัด ใช้มือหยิบกินก็ไม่แปลกเลย นี่แหละเหตุผลที่เสิร์ฟผ้าเย็นมาก่อนอาหาร
🐟 จิ้มซีอิ๊วด้านปลา
ตอนจิ้มซีอิ๊ว ให้เอาด้านปลาลงจิ้มเบาๆ ไม่ใช่ด้านข้าว ถ้าจิ้มด้านข้าว ข้าวจะดูดซีอิ๊วเยอะจนเค็ม แถมข้าวอาจร่วนแตกได้ด้วย
🫚 การิ (ขิงดอง) กินระหว่างคำ
ขิงดองสีชมพูอ่อนที่วางข้างๆ ซูชิคือการิ ไม่ใช่เอาวางบนซูชิแล้วกินพร้อมกัน แต่กินระหว่างคำซูชิเพื่อล้างรสในปาก จะได้รับรสซูชิคำถัดไปได้ดีขึ้น
🌶️ วาซาบิมักใส่มาให้แล้ว
ซูชิส่วนใหญ่จะมีวาซาบิใส่ไว้ระหว่างข้าวกับปลาเล็กน้อยแล้ว ถ้าอยากเพิ่มก็ป้ายบนปลาเบาๆ ได้ ถ้ากินเผ็ดไม่ได้ ตอนสั่งก็บอกว่า "วาซาบิ แพจูเซโย" (ไม่ใส่วาซาบิค่ะ)
👄 กินคำเดียวหมด
ซูชิควรกินทั้งคำในคำเดียว ถ้ากัดครึ่งเดียว ข้าวจะร่วนและปลาจะแยกออก สมดุลรสจะเสีย ถ้าปากเล็กกัดคำเดียวไม่ไหว สองคำก็โอเค
ประโยคภาษาเกาหลีที่ใช้ได้ในร้านซูชิ
พูดเกาหลีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เอาประโยคข้างล่างนี้โชว์หน้าจอให้พนักงานดูได้เลย
พูดเกาหลีไม่ได้ก็โอเค เอาหน้าจอนี้โชว์ให้พนักงานได้เลย
추천 메뉴가 뭐예요?
มีเมนูแนะนำไหมคะ?
🔊 ชูชอน เมนูกา มวอเยโย?
와사비 빼주세요
ไม่ใส่วาซาบิค่ะ
🔊 วาซาบิ แพจูเซโย
간장 더 주세요
ขอซีอิ๊วเพิ่มค่ะ
🔊 คันจัง ทอ จูเซโย
이거 하나 더 주문할게요
ขอสั่งอันนี้เพิ่มอีกหนึ่งค่ะ
🔊 อีกอ ฮานา ทอ จูมุนฮัลเกโย
화장실 어디예요?
ห้องน้ำอยู่ที่ไหนคะ?
🔊 ฮวาจังชิล ออดีเยโย?
계산이요
เก็บเงินค่ะ
🔊 เกซานอีโย
เที่ยวเกาหลีทั้งที ลองแทรกซูชิสักมื้อ
กินอาหารญี่ปุ่นในเกาหลีไม่ใช่แค่เปลี่ยนรสปากธรรมดา ซูชิเหมือนกันแต่มีเมนูอย่างซูชิเนื้อวัวหรือซูชิกิมจิขาวที่มีแค่ในเกาหลี ผสมอยู่อย่างเป็นธรรมชาติ สนุกไม่เหมือนกินที่ญี่ปุ่น
ไม่มีกฎว่าเที่ยวเกาหลีต้องกินแต่อาหารเกาหลีทุกมื้อ กลับกัน พอแทรกมื้ออื่นเข้าไปสักมื้อ วันถัดมากินอาหารเกาหลีจะรู้สึกสดใหม่ขึ้นอีก ถ้าเที่ยวเกาหลีแล้วเริ่มเบื่อรส ลองแทรกซูชิเซ็ตสักมื้อดูนะ 650 บาทอาจรู้สึกแพง แต่พอเห็นของจริงที่ออกมา จะเปลี่ยนใจเลย
โพสต์นี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ https://hi-jsb.blog