หมวดหมู่อาหาร
ภาษาไทย
วันที่เผยแพร่21 มีนาคม 2569 เวลา 22:50

เมนูปลาแห้งสุดแปลก — 4 เมนูฮวังแทที่คนเกาหลีกินจริง

#เมนูปลาแห้ง#ซุปแก้แฮงค์#อาหารทะเลเผ็ด

สารบัญ

12 รายการ

ฮวังแท (Hwangtae) คืออะไร — ปลาแห้งที่ผ่านการแช่แข็งร้อยครั้ง?

รู้จัก "ฮวังแท" (hwangtae) กันไหม? มันคือปลาพอลล็อคอะแลสกา (myeongtae) ที่เอาไปแขวนตากลมข้างนอกตลอดฤดูหนาว ปล่อยให้แข็งแล้วละลายซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายสิบรอบ จนเนื้อพองฟูเป็นสีเหลืองทองและกลายเป็นวัตถุดิบที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง คนเกาหลีเอาไปทำได้ทั้งตุ๋น ต้มซุป เคี่ยวซอส และยำ แต่นอกเกาหลีแทบไม่มีใครรู้จักชื่อนี้เลย ในบล็อกนี้เคยพูดถึงต็อกบกกี (tteokbokki) หรือบิบิมบับ (bibimbap) ไปเยอะแล้ว วันนี้เลยขอโชว์อะไรที่ต่างออกไป เมนูปลาแห้งฮวังแทพวกนี้คือที่เรากับเพื่อนไปกินกันจริงๆ ช่วงซัมเมอร์ 2025 ที่เมืองแทจอน (Daejeon) เมืองใหญ่ที่อยู่ห่างจากโซลลงใต้ประมาณชั่วโมงครึ่ง

ปลาตัวเดียว เปลี่ยนชื่อได้ 7 ชื่อ — กระบวนการทำฮวังแทคืออะไร?

วัตถุดิบหลักของฮวังแทคือปลาเมียงแท (myeongtae) หรือปลาพอลล็อคอะแลสกา ปลาชนิดนี้เป็นหนึ่งในปลาที่คนเกาหลีกินมากที่สุด แต่จุดน่าสนใจคือ วิธีแปรรูปที่ต่างกัน ทำให้ชื่อเปลี่ยนไปหมดเลย

ปลาตัวเดียว ชื่อต่างกัน

• แซงแท (saengtae) — ปลาเมียงแทสดๆ เพิ่งจับมา

• ดงแท (dongtae) — แช่แข็งเร็วในตู้เย็น

• บูกอ (bugeo) — ตากลมจนแห้งแข็งแบนราบ

• ฮวังแท (hwangtae) — แช่แข็ง-ละลายสลับกันตลอดฤดูหนาว

หัวใจสำคัญอยู่ที่ "แช่แข็งแล้วละลาย" แถบเทือกเขาแดกวัลลยอง (Daegwallyeong) ในจังหวัดคังวอน-โด ทางตะวันออกของเกาหลี อุณหภูมิตอนกลางคืนช่วงหน้าหนาวจะลดต่ำลงกว่า -15 องศาเซลเซียส แต่ตอนกลางวันแดดออกอุณหภูมิก็กลับสูงขึ้น คนเกาหลีใช้ประโยชน์จากความต่างของอุณหภูมิธรรมชาตินี้ในการทำปลาแห้ง

ขั้นตอนการผลิต

ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ปลาเมียงแทจะถูกควักไส้ออก แล้วแขวนทีละตัวบนราวตากไม้ที่เรียกว่า "ด็อกจัง" (deokjang) กลางแจ้ง กระบวนการตากธรรมชาตินี้จะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงมีนาคมปีถัดไป รวมประมาณ 3-4 เดือน

กลางคืนปลาจะแข็งตัว กลางวันจะละลาย วนแบบนี้วันละรอบ ตั้งแต่หลายสิบรอบจนถึงเกือบร้อยรอบ แต่ละครั้งที่เกิดวงจรนี้ ผนังเซลล์ของเนื้อปลาจะแตกออก ทำให้เนื้อเยื่อพองตัวขึ้นเรื่อยๆ

ผลลัพธ์คือ ปลาที่เคยแบนแข็งจะพองฟูขึ้นเป็นสีเหลืองทอง มีเนื้อสัมผัสนุ่มเหมือนฟองน้ำ คำว่า "ฮวัง (黃)" แปลว่าสีเหลือง และฮวังแทที่เสร็จแล้วก็มีสีทองอ่อนจริงๆ

วิธีนี้เริ่มต้นจากการถนอมอาหารในยุคที่ยังไม่มีตู้เย็น แต่กลับสร้างรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ต่างจากปลาเดิมอย่างสิ้นเชิง เอาใส่น้ำซุปก็ทำให้ซุปเข้มข้นขึ้น เอาไปเคี่ยวกับซอสก็ดูดซอสเข้าไปหมด ย่างก็เนื้อฟูนุ่ม ลองคิดภาพปลาแห้งที่ทำตัวเหมือนฟองน้ำดูดทุกอย่างเข้าไป — นั่นแหละฮวังแท ในเกาหลี คนที่ดื่มหนักเมื่อคืนจะกินซุปฮวังแทเพื่อ "แฮจัง" (haejang) คือการแก้อาการเมาค้าง เทียบง่ายๆ ก็คล้ายคนไทยตื่นมากินข้าวต้มร้อนๆ เช้าหลังปาร์ตี้ แต่เปลี่ยนจากข้าวต้มเป็นซุปปลาแห้งฟูๆ แทน

แต่ข้อจำกัดคือสภาพอากาศที่ต้องการมันจำเพาะมาก ฮวังแทจึงแทบไม่มีการผลิตนอกเกาหลีเลย

💡 ในเกาหลี ปลาเมียงแทตัวเดียวเปลี่ยนชื่อได้มากกว่า 7 ชื่อ ตามวิธีแปรรูป ขนาด และช่วงเวลาจับ เช่น โนการี (nogaree) คือลูกปลาเมียงแทตัวเล็ก โคดารี (kodaree) คือกึ่งแห้ง แม้แต่คนเกาหลีเองยังงงกับชื่อพวกนี้

แค่ฮวังแทตัวเดียว คนเกาหลีทำได้ทั้งตุ๋น ซุป เคี่ยวซอส และยำ วัตถุดิบเดียวกันแต่วิธีทำต่างกัน ผลลัพธ์เปลี่ยนไปขนาดไหน ตามมาดูจากรูปเลย

ฮวังแทตุ๋นซีฟู้ดเผ็ด (Hwangtae-Haemul-Jjim) — อาหารทะเลรวมมิตรในซอสเผ็ด

ฮวังแทตุ๋นซีฟู้ดเผ็ดจานเต็ม — ฮวังแทกับหมึกกระดองเล็กและมีดอด็อกบนถั่วงอกราดซอสเผ็ดแดง

เมนูแรกที่มาเสิร์ฟวันนั้นคือฮวังแท-แฮมุล-จิม สั่งไซส์เล็ก แต่พอยกมาวางบนโต๊ะ เพื่อนก็ถามเลยว่า "นี่สองคนกินไหวเหรอ?" ถั่วงอกกองสูงอยู่ข้างล่าง ข้างบนเป็นฮวังแท หมึกจุ๊กกุมิ (jjukkumi, หมึกกระดองตัวเล็ก) และมีดอด็อก (mideodeok, สัตว์ทะเลคล้ายสับปะรดทะเล) วางซ้อนกันขึ้นมา

คลอสอัพหนวดหมึกเคลือบซอสเผ็ดแดงกับงาขาวในจานอาหารทะเลเผ็ดเกาหลี

เห็นสีแดงนึกว่าจะเผ็ดจัด แต่คำแรกที่เข้าปากกลับหวาน ความหวานมาก่อน ความเผ็ดค่อยไล่ตามมาทีหลัง เนื้อฮวังแทดูดซอสเข้าไปเต็มๆ เคี้ยวทีไรก็มีรสซอสไหลออกมา ปลาธรรมดาเอาไปเคี่ยวกับซอสเนื้อมักจะเปื่อยพัง แต่ฮวังแทยิ่งเคี่ยวกลับยิ่งพองตัว

หัวหมึกจุ๊กกุมิทั้งตัวพร้อมจุ๊บดูดในจานฮวังแทตุ๋นเผ็ด

หัวหมึกจุ๊กกุมิมาทั้งตัวเลย จุ๊บดูดยังเห็นชัดๆ ในเกาหลีการเสิร์ฟอาหารทะเลแบบเต็มตัวแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติมาก

จุ๊กกุมิกับมีดอด็อก — อาหารทะเลในจานตุ๋นเผ็ด

คลอสอัพหมึกจุ๊กกุมิเคี่ยวซอสเผ็ดกับงาขาว — หนวดหมึกเล็กเหนียวนุ่ม

ดูใกล้ๆ จะเห็นว่าตัวเล็กกว่าหมึกยักษ์ทั่วไปมาก หนวดก็เรียวกว่า ผ่านการเคี่ยวกับซอสจนเหนียวนุ่มกำลังดี เพื่อนเราเลือกหยิบกินแต่หมึกอย่างเดียวเลย

มีดอด็อกกับจุ๊กกุมิแทรกอยู่ระหว่างถั่วงอกในซอสเผ็ด

ตัวที่มีสีเขียวอมๆ นั่นคือมีดอด็อก สัตว์ทะเลที่นอกเกาหลีแทบไม่มีโอกาสได้เจอ

🦑 มีดอด็อก (Mideodeok) คืออะไร?

ภาษาอังกฤษเรียก sea pineapple หรือ sea squirt เป็นสัตว์ทะเลที่เกาะอยู่ตามหิน เก็บได้ตามชายฝั่งทะเลใต้ของเกาหลี มักใส่ในจานตุ๋นหรือซุป

พอกัดลงไปจะมีน้ำรสเค็มคล้ายน้ำทะเลพุ่งแตกออกมา แม้แต่คนเกาหลีเองก็ยังแบ่งเป็นสองฝ่าย ชอบกับไม่ชอบ แต่ถ้าชอบซีฟู้ดอยู่แล้ว ลองสักคำก็น่าจะไม่ผิดหวัง

เนื้อฮวังแทพองฟูซึมซอสเผ็ดอยู่ระหว่างถั่วงอก — ปลาแห้งเกาหลีที่ไม่เปื่อย

เนื้อฮวังแทแทรกอยู่ระหว่างถั่วงอก เคี่ยวกับซอสแล้วก็ไม่พัง กลับพองตัวเสียอีก นี่คือจุดเด่นที่เห็นชัดที่สุดเวลาทำอาหารจากฮวังแท

ตะเกียบคีบถั่วงอกจากจานฮวังแทตุ๋นเผ็ด — ถั่วงอกดูดน้ำซอสเผ็ดจนเข้าเนื้อ

ถั่วงอกข้างล่างก็อย่าดูถูก มันดูดน้ำซอสเผ็ดจนเข้าเนื้อ แค่ตักขึ้นมาวางบนข้าวก็เป็นกับข้าวได้แล้ว

เหลือน้ำซอสก้นจาน ทำอะไรต่อ?

มุมบนของจานฮวังแทตุ๋นเผ็ด — น้ำซอสแดงเหลือขังก้นจาน

กินเกือบหมดแล้วจะเหลือน้ำซอสแดงขังอยู่ก้นจาน ในเกาหลีไม่มีใครทิ้งมัน เอาข้าวใส่ลงไปคลุกกินเลย เพื่อนบอกว่าข้าวคลุกน้ำซอสอร่อยกว่าจานหลักอีก ซึ่ง... ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ

ซุปฮวังแทแก้แฮงค์ (Hwangtae-Haejangguk) — ซุปปลาแห้งใสๆ ล้างรสเผ็ด

กินตุ๋นเผ็ดจนอิ่มแล้วก็อยากได้น้ำซุปใสๆ เลยสั่งซุปฮวังแท-แฮจังกุก (ซุปแก้แฮงค์) มาเพิ่ม

🍺 แฮจัง (Haejang) คืออะไร?

แปลว่า "สลายอาการเมาค้าง" ในเกาหลีมีวัฒนธรรมกินซุปร้อนๆ เช้าหลังดื่มมานาน ประเภทซุปแก้แฮงค์ก็หลากหลาย ทั้งซุปฮวังแท ซุปกระดูกหมู (ppyeo-haejangguk) ซุปถั่วงอก (kongnamul-haejangguk) และอื่นๆ อีกเพียบ

ในเมืองใหญ่ของเกาหลีจะมีร้านซุปแก้แฮงค์เปิดยันตี 4-5 เยอะมาก พอเลิกดื่มก็ตรงไปร้านแฮจังกุกเลย กลายเป็นรูทีนไปแล้ว

ซุปฮวังแทแก้แฮงค์ในหม้อดินดำ — น้ำซุปใสกับเห็ดเข็มทองและกุ้ยช่าย

วันนั้นไม่ได้ดื่มเหล้าเลยนะ แต่ซุปแก้แฮงค์ไม่ดื่มก็อร่อย หม้อดินเกาหลี (ttukbaegi) น้ำซุปใสเดือดปุดๆ มีเห็ดเข็มทอง (paengi-beoseot) กับกุ้ยช่ายโรยอยู่ด้านบน ตรงข้ามกับจานตุ๋นเผ็ดทุกอย่าง ใส มันน้อย แทบไม่มีน้ำมัน

คลอสอัพเนื้อฮวังแทในซุปใส — ปลาแห้งพองฟูอุ้มน้ำซุปจนหนานุ่ม

เนื้อฮวังแทอุ้มน้ำซุปจนพองเต็มที่ จากปลาแห้งแข็งกลายมาเป็นแบบนี้ในน้ำซุป คีบด้วยตะเกียบจะฉีกตามเส้นใยออกมา เนื้อสัมผัสใกล้เคียงกับเต้าหู้นิ่มมากกว่าปลา

ตะเกียบยกเนื้อฮวังแทจากซุปแก้แฮงค์ — เห็นความหนาของเนื้อปลาแห้งที่อุ้มน้ำ

ยกขึ้นมาดูจะเห็นความหนาขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าเคยเป็นปลาแห้งแบน ด้านหลังเห็นจานโจริม (ปลาเคี่ยวซอส) ที่สั่งมาคู่กัน ตักซุปใสช้อนนึง เนื้อโจริมคำนึง ข้าวช้อนนึง วนลูปไม่หยุด

จิ้มซอสวาซาบิโชยุ — เปลี่ยนรสฮวังแทอีกแบบ

ซอสวาซาบิผสมโชยุในถ้วยเล็ก — ซอสจิ้มฮวังแทจากซุปแก้แฮงค์

ซอสวาซาบิโชยุ (gochunengyi-ganjang) เอาฮวังแทจากซุปมาจิ้มตรงนี้ รสเปลี่ยนไปอีกแบบเลย ฮวังแทที่เคยจืดอ่อนโยนได้ความแสบร้อนของวาซาบิกับความเค็มของโชยุเข้าไป รสชาติต่างจากกินเปล่าๆ แบบลิบลับ

ซุปฮวังแทเดือดฟองปุดๆ ในหม้อดินเกาหลี — ซุปปลาร้อนๆ ควันกรุ่น

ช่วงที่ฟองผุดขึ้นมาควันกรุ่นนั่นแหละช่วงที่ดีที่สุด ซุปฮวังแทแก้แฮงค์ถ้าเย็นลงรสจะหายไปครึ่ง เราเริ่มจากกินข้าวแยก แล้วตอนท้ายเอาข้าวราดลงในน้ำซุปที่เหลือปิดจ๊อบ ส่วนเพื่อนราดข้าวลงซุปตั้งแต่คำแรก จะแบบไหนก็แล้วแต่ชอบ

ฮวังแทโจริม (Hwangtae-Jorim) — เมนูปลาแห้งเคี่ยวซอส วางบนข้าวแล้วจบ

ฮวังแทโจริมเต็มจาน — ปลาฮวังแททั้งตัวเคี่ยวซอสโคชูจังบนกระทะเหล็กร้อน

เมนูที่ง่ายที่สุดในวันนั้น กระทะเหล็กร้อนวางฮวังแททั้งตัว ทาซอสโคชูจัง (gochujang) แล้วเคี่ยว ไม่มีวัตถุดิบอื่นเลย มีแค่ฮวังแทกับซอส เป็นเมนูที่ได้ลิ้มรสตัวปลาแห้งโดยตรงที่สุด

คลอสอัพส่วนหัวฮวังแทโจริม — ครีบปลาติดซอสไหม้กรอบบนขอบกระทะ

ส่วนหัว ครีบปลายังมีซอสเกาะอยู่ ขอบที่ติดกระทะไหม้กรอบนิดๆ ตรงขอบกรอบๆ นี่แหละที่ฉีกกินก่อนเป็นอย่างแรก

คลอสอัพเนื้อฮวังแทโจริมเคลือบซอสโคชูจังเงาวาว — เมนูปลาแห้งเคี่ยวซอสกินกับข้าว

ส่วนเนื้อเคลือบซอสเงาวาว หวานนำ เผ็ดตาม คนกินเผ็ดไม่เก่งก็ยังรับได้สบายๆ

แต่ละส่วนของตัวปลา เนื้อสัมผัสไม่เหมือนกัน

คลอสอัพส่วนหางฮวังแทโจริม — เนื้อบางซึมซอสลึก

ฝั่งหาง เนื้อบางกว่าเลยซึมซอสลึกกว่า ฝั่งหัวเนื้อหนาชุ่มฉ่ำ ฝั่งหางเนื้อบางกรอบ ปลาตัวเดียวแต่แต่ละส่วนรสสัมผัสต่างกันหมด

ฮวังแทโจริมกับฮวังแทตุ๋นเผ็ดวางเทียบกัน — ปลาแห้งตัวเดียววิธีทำต่างกัน

วางเทียบกับจานตุ๋นเผ็ดจะเห็นว่าฮวังแทตัวเดียวกลายเป็นอาหารคนละจานเลย ตุ๋นเผ็ดชุ่มฉ่ำมีรสทะเลผสม โจริมเค็มเข้มซอสจัด กินกับข้าวนี่โจริมเข้ากันมากกว่า

ตะเกียบคีบเนื้อฮวังแทโจริมเคลือบซอสกับงาขาว — กับข้าวชิ้นเด็ด

คีบชิ้นนึงวางบนข้าว จบ ในภาษาเกาหลีมีคำว่า "บับ-โดดุก" (bap-doduk) แปลว่า "โจรขโมยข้าว" หมายถึงกับข้าวอร่อยจนข้าวหายไปไม่รู้ตัว ตอนที่บอกเพื่อนว่า "เหลือข้าวไว้บ้าง" ก็สายไปแล้ว

ฮวังแทมุชิม (Hwangtae-Muchim) — ยำปลาแห้งล้างปาก

จานฮวังแทมุชิม — ปลาแห้งฉีกฝอยคลุกพริกป่นกับแตงกวา แครอท และงาขาว

ฮวังแทฉีกฝอยคลุกกับซอสพริกป่นเกาหลี มีแตงกวา แครอท และงาขาวโรยหน้า นี่คือ "บันชัน" (banchan) เครื่องเคียงเกาหลี ไม่ใช่จานหลัก แต่เป็นตัวกินแทรกระหว่างมื้อ รสเปรี้ยวเหนียวนุ่ม กินหลังจานเผ็ดหรือจานเค็มแล้วปากสะอาดขึ้นทันที

เอาทุกอย่างวางบนข้าวบาร์เลย์ คลุกรวมก็ครบมื้อ

ข้าวบาร์เลย์ในอ่างสเตนเลสใหญ่ — หัวไชเท้าดอง สาหร่ายป่น และโคชูจังบนข้าว

ข้าวที่นี่เป็นข้าวบาร์เลย์ (bori-bap) เสิร์ฟในอ่างสเตนเลสใหญ่ (yangpun) มาพร้อมหัวไชเท้าดอง สาหร่ายป่น และโคชูจัง (gochujang) คลุกรวมกันแล้วกิน การเสิร์ฟข้าวบาร์เลย์แทนข้าวขาวคือสไตล์ "จองชิก" (jeongsik) มื้อเซตเกาหลีแบบบ้านๆ เอาเมนูฮวังแทมาวางทีละคำก็ครบมื้อ

โต๊ะอาหารฮวังแทเต็มสำรับ — ฮวังแทโจริม ซุปแก้แฮงค์ เครื่องเคียงบนโต๊ะเดียว

นี่คือสำรับวันที่กลับไปกินอีกรอบ กินครั้งแรกแล้วอีกไม่กี่วันก็ไปอีก เห็นฮวังแทโจริมกับซุปแก้แฮงค์เรียงอยู่ไหม จากปลาแห้งตัวเดียวจัดโต๊ะได้ขนาดนี้

จานเปล่าหลังกินเสร็จ — กระทะโจริมและหม้อดินซุปแก้แฮงค์เกลี้ยง

กินเสร็จแล้ว จานเกลี้ยง

รีวิวตามตรง

จานตุ๋นเผ็ดกับโจริมค่อนข้างเผ็ด เพราะเป็นซอสโคชูจังเป็นเบส คนกินเผ็ดไม่ค่อยไหวอาจจะลำบากนิดนึง เพื่อนกินจานตุ๋นเผ็ดแล้วต้องดื่มน้ำ 3 แก้ว แต่ความหวานที่แทรกอยู่ทำให้ไม่ถึงขั้นกินไม่ได้ ถ้าเป็นครั้งแรกแนะนำเริ่มจากซุปแก้แฮงค์ก่อน

📌 สรุป 4 เมนูฮวังแทในมองเดียว

• ฮวังแทตุ๋นซีฟู้ดเผ็ด (hwangtae-haemul-jjim) — ซอสเผ็ด + อาหารทะเลเพียบ ปริมาณเยอะ รสจัด

• ซุปฮวังแทแก้แฮงค์ (hwangtae-haejangguk) — น้ำซุปใสอ่อนโยน กินไม่เผ็ดก็โอเค

• ฮวังแทโจริม (hwangtae-jorim) — เคี่ยวซอสโคชูจัง กับข้าวชั้นดี ระวังข้าวไม่พอ

• ฮวังแทมุชิม (hwangtae-muchim) — เครื่องเคียงเปรี้ยวเผ็ดเบาๆ ไว้ล้างปาก

ไปเกาหลีทีหน้าอย่ากินแค่หมูย่างกับไก่ทอดนะ ลองหาเมนูปลาแห้งแบบนี้กินดูบ้าง ร้านฮวังแทมีทั้งในโซลและแถบคังวอน-โดฝั่งภูเขาทางตะวันออก ถ้าเห็นคำว่า "황태" บนป้ายร้าน เดินเข้าไปเลย

โพสต์นี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ https://hi-jsb.blog

วันที่เผยแพร่ 21 มีนาคม 2569 เวลา 22:50
วันที่อัปเดต 21 มีนาคม 2569 เวลา 23:01