
เซ็ตข้าวบาร์เลย์เกาหลี กับข้าว 18 อย่าง เต็มโต๊ะ!
สารบัญ
16 รายการ
อยากพาภรรยาไปกินข้าวดีๆ สักมื้อ
ภรรยาเหนื่อยทุกวัน อยากพาไปกินข้าวดีๆ สักที วันนึงเลื่อนดู YouTube Shorts เจอคลิปร้านข้าวบาร์เลย์ที่กับข้าวเรียงเต็มโต๊ะ เห็นแล้วตัดสินใจเลย ปกติภรรยาไม่ค่อยชอบกินข้าวนอกแพงๆ เลยผัดวันประกันพรุ่งมาตลอด แต่รอบนี้ตัดสินใจจ่ายเองทั้งหมด เมษายน 2026 พาภรรยาชาวต่างชาติไปที่ร้าน 1972 Song Eunjeong Boribap สาขาต้นตำรับ อยู่ที่โจชีวอน เมืองเซจง ประเทศเกาหลีใต้

ไปถึงตอนเย็น ขนาดตึกใหญ่กว่าที่คิดมาก คิดว่าเป็นร้านข้าวบาร์เลย์เล็กๆ ธรรมดาในละแวกบ้าน แต่พอเห็นตึกจริงก็ตกใจเหมือนกัน ผนังด้านนอกมีรูปข้าวบาร์เลย์ติดขนาดใหญ่ ไฟก็จัดมาดี ดูทันสมัยกว่าร้านข้าวบาร์เลย์ทั่วไปเยอะ แต่ ที่จอดรถค่อนข้างแคบเมื่อเทียบกับขนาดร้าน ถ้ามาช่วงมื้อเย็นพีคๆ อาจต้องวนหาที่จอดสักหน่อย
โต๊ะกว้าง เดี๋ยวจะรู้ว่าทำไม

เข้าไปนั่งแล้วสังเกตว่าโต๊ะกว้างมาก เป็นโต๊ะสำหรับ 4 คน แต่นั่ง 2 คนยังเหลือที่เยอะ ตอนหลังพอกับข้าวมาเต็มถึงได้รู้ว่าทำไมโต๊ะต้องกว้างขนาดนี้ มุมโต๊ะมีแท็บเล็ตสำหรับสั่งอาหาร แถมน้ำมันงาและน้ำมันเพอริลลาก็จัดเตรียมไว้ให้พร้อมแล้ว
สั่งผ่านแท็บเล็ต — สะดวกแต่ไม่มีภาษาอื่น

สั่งอาหารผ่านแท็บเล็ตที่วางประจำโต๊ะ แตะไม่กี่ทีก็เสร็จ แต่ปัญหาคือเมนูมีช่องภาษาอังกฤษก็จริง แต่จริงๆ แล้วไม่ได้แปลอะไรเลย ถ้าอ่านภาษาเกาหลีไม่ออกจะสั่งยากมาก เลยสรุปเมนูพร้อมราคาไว้ให้ข้างล่างนี้เลย
1972 Song Eunjeong Boribap · เมนู
Menu · メニュー · 菜单
-
฿825 (33,000₩)
เซ็ตเต็มโต๊ะ Song Eunjeong (1 คน)
Full Table Set / 松恩亭フルセット / 松恩亭套餐
สั่งขั้นต่ำ 2 คน · Min. 2 persons
-
฿375 (15,000₩)
ข้าวบาร์เลย์ + ซุปเต้าเจี้ยว (เทนจัง) (1 คน)
Soybean Paste Stew + Barley Rice / 味噌チゲ麦ごはん / 大酱汤麦饭
-
฿375 (15,000₩)
ข้าวบาร์เลย์ + ซุปชองกุกจัง (1 คน)
Cheonggukjang Stew + Barley Rice / 清麹醤チゲ麦ごはん / 清麴酱汤麦饭
-
฿75 (3,000₩)
เด็ก (3–7 ขวบ)
Kids Meal / お子様メニュー / 儿童餐
เมนูเพิ่มเติม · Add-ons
- ปลาแมคเคอเรลย่าง / Grilled Mackerel / 鯖の塩焼き / 烤鲭鱼฿250 (10,000₩)
- หมูผัดเผ็ด (เจยุกบกกึม) / Spicy Pork / 豚キムチ炒め / 辣炒猪肉฿150 (6,000₩)
- เนื้อบูลโกกิ / Beef Bulgogi / 牛プルコギ / 烤牛肉฿225 (9,000₩)
เซ็ตข้าวบาร์เลย์เกาหลี สั่งข้าวถ้วยเดียว กับข้าวมาขนาดนี้เลย
การกินข้าวในเกาหลีไม่ใช่แค่กินข้าวถ้วยเดียวจบ ข้าวเป็นศูนย์กลาง แล้วรอบๆ จะมีนามึล (ผักปรุงรส) จิกแก (ซุป/แกง) ของย่าง ของเคี่ยว ของดอง เรียงเต็มโต๊ะ นี่แหละคือวัฒนธรรม "บันชัน" (กับข้าว) ของเกาหลี และเป็นหัวใจของเซ็ตอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิม ข้าวบาร์เลย์คือข้าวที่ผสมเมล็ดบาร์เลย์ลงไปหุงพร้อมข้าวสวย เนื้อสัมผัสหยาบกว่าข้าวขาวปกติ เคี้ยวแล้วเด้งๆ เป็นเม็ดในปาก คนเกาหลีกินเป็นอาหารสุขภาพมาตั้งแต่สมัยโบราณ ร้านข้าวบาร์เลย์จะเสิร์ฟข้าวพร้อมนามึลเยอะมากให้คลุกเคล้ากินแบบข้าวผัด กับข้าวเลยต้องมาเป็นสิบอย่าง ผมอยู่เกาหลีและเคยรีวิวร้านข้าวแบบเซ็ต (แบ็กบัน) ราคาราว ฿200–250 มาหลายครั้งในบล็อก เซ็ตข้าวบาร์เลย์ที่กินรอบนี้ถือว่าเป็น เวอร์ชันอัปเกรดเต็มคอร์ส ของแบ็กบันทั่วไปเลย

กดสั่งผ่านแท็บเล็ตปุ๊บ ไม่ถึง 30 วินาทีกับข้าวก็มาแล้ว มาพร้อมกันบนถาดทองเหลือง 2 ถาดเต็มๆ ภรรยายังไม่ทันวางมือถือเลย ตกใจกับความเร็วเหมือนกัน

พอแกะถาดวางเรียงบนโต๊ะ ก็เต็มโต๊ะเลย ตอนนี้แหละถึงเข้าใจว่าทำไมโต๊ะต้องกว้าง ภรรยาเห็นแล้วตาโต ถามว่า "นี่ทั้งหมดเป็นของเราเหรอ?" เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นกับข้าวเกาหลีเรียงเต็มโต๊ะแบบนี้ด้วยตาตัวเอง รู้สึกประทับใจมาก
ถาดทองเหลือง 2 ถาด — บันชันกับนามึลแยกกัน

ถาดนี้เป็นฝั่งบันชัน (กับข้าวเครื่องเคียง) มีไข่นกกระทาเคี่ยวซีอิ๊ว สลัดรากบัว มูแซงแช (หัวไชเท้าสดคลุกพริก) ฮวังแท (ปลาพอลล็อกแห้งคลุกซอส) ถั่วเคลือบน้ำเชื่อม สลัดมักกะโรนี ใส่ถ้วยทองเหลืองมาชามละอย่าง เป็นกับข้าวหมวดเค็มๆ หวานๆ สำหรับเปิดความอยากอาหาร กิมจิผักกาดอ่อน (ยอลมูกิมจิ) ก็มาอยู่ในถาดนี้ด้วย

อีกถาดเป็นฝั่งนามึล (ผักปรุงรส) มีถั่วงอก โกซาริ (เฟิร์นแห้ง) กอนกาจิ (มะเขือยาวตากแห้ง) กนดึเร (ผักภูเขา) ซูกินีผัด และเห็ดนางรม เรียงมาเป็นระเบียบ นามึลพวกนี้เอาไว้ใส่ในข้าวบาร์เลย์แล้วคลุกเคล้ากิน การแยกถาดบันชันกับนามึลแบบนี้ทำให้เป็นระเบียบดี แถมสนุกที่จะเลือกว่าจะลองอันไหนก่อน
กับข้าวทีละอย่าง อันไหนอร่อยน่าสนใจ
ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องกับข้าวเยอะ ไปกินจริงก็เยอะสมชื่อ แถมรสชาติแต่ละอย่างก็ดีด้วย จะพูดทุกอย่างหมดก็ยาวเกิน เลยเลือกเฉพาะอันที่ประทับใจมาเล่าให้ฟัง

โกซาริ (เฟิร์นแห้ง) ในเกาหลีจะเอาเฟิร์นแห้งแช่น้ำให้นิ่มแล้วผัดกับซีอิ๊วและน้ำมันงา เป็นกับข้าวประจำร้านข้าวบาร์เลย์ที่ขาดไม่ได้เลย เคี้ยวคำแรกจะรู้สึกเหนียวๆ หน่อย แต่พอเคี้ยวอีกสองสามคำก็นุ่มละลาย แล้วรสเค็มหอมจากซีอิ๊วกับน้ำมันงาก็ค่อยๆ ซึมขึ้นมา ผมชอบมากถึงขนาดไปเอาเพิ่มจากบาร์เติมอีกจานเลย

กอนกาจิ (มะเขือยาวตากแห้ง) ไม่ใช่มะเขือสดนะ เป็นมะเขือที่ตากแห้งแล้วแช่น้ำคืนสภาพก่อนผัดกับเครื่องปรุง เนื้อสัมผัสต่างจากมะเขือสดโดยสิ้นเชิง เหนียวนุ่มคล้ายเนื้อสัตว์ เคี้ยวเพลิน ซีอิ๊วซึมเข้าไปเต็มๆ พอใส่ในข้าวคลุกก็มีตัวตนชัดเจนมาก

เห็ดนางรมผัด ฉีกเป็นเส้นเล็กๆ ผัดกับน้ำมันงา ไม่เมือก แต่เหนียวนุ่มกำลังดี รสชาติอ่อนโยน ไม่จัดจ้าน เลยช่วยปรับสมดุลเวลากินคู่กับกับข้าวรสเข้มอื่นๆ ได้ดี
นามึลที่เหลือก็เล่าสั้นๆ

ชีแรกิ (ใบหัวไชเท้าแห้ง) ผัดทั้งก้าน กลิ่นหญ้าเข้มข้น น้ำมันงาชัดเจน

ก้านเผือก (โทรันแด) ข้างในก้านมีโพรงอากาศเล็กๆ ทำให้เนื้อสัมผัสนุ่มคล้ายฟองน้ำ แปลกดี เครื่องปรุงซึมเข้าไปในทุกซอกทุกมุม กัดคำเดียวรสชาติกระจายฉ่ำเลย

ถั่วงอก แทบไม่ปรุงรสเลย กินเดี่ยวๆ ไม่ค่อยมีอะไร แต่พอใส่ลงในข้าวบาร์เลย์คลุกรวมจะเข้าที่พอดี

ซูกินีผัด (แอโฮบัก) ผัดแค่พอสุก ยังกรอบนิดๆ ไม่มันไม่เลี่ยน สะอาดปากดี

กนดึเร (ผักภูเขา) ไม่แน่ใจ 100% ว่าเป็นกนดึเรหรือชวีนามึล แต่มีรสขมอ่อนๆ ผสมกลิ่นน้ำมันเพอริลลา เข้ากับข้าวบาร์เลย์ได้ลงตัวมาก
นอกจากนามึลยังมีกับข้าวพวกนี้อีก

จับแช (เส้นวุ้นเส้นเกาหลีผัดซีอิ๊ว) เส้นวุ้นเส้นผัดซีอิ๊วคลุกผักโรยงา ภรรยาชอบอันนี้มาก ถึงขนาด ไปเอาเพิ่มจากบาร์เติมถึง 2 รอบ ดูเหมือนจะตกหลุมรักเส้นเหนียวนุ่มรสหวานๆ ไปเลย

ถั่วเคลือบน้ำเชื่อม อัลมอนด์ ถั่วลิสง เมล็ดฟักทอง เคี่ยวกับน้ำเชื่อมข้าวเหนียว เป็นกับข้าวแนวขนมหวานๆ กินนามึลไปสักพักแล้วหยิบอันนี้สักเม็ด บรรยากาศในปากเปลี่ยนทันที

โฮบักจอน (ซูกินีชุบไข่ทอด) หั่นซูกินีบางๆ ชุบเสื้อไข่แล้วทอด ข้างนอกกรอบ ข้างในชุ่มฉ่ำ

ฮวังแท (ปลาพอลล็อกแห้งคลุกซอส) คลุกซอสพริกโกชูจัง ออกหวานๆ เค็มๆ เป็นกับข้าวที่มือเอื้อมไปหยิบบ่อยมาก

สลัดมักกะโรนี อยู่ท่ามกลางนามึลแล้วเจออันนี้โผล่มา รู้สึกเปลี่ยนบรรยากาศดีเหมือนกัน ถ้ามีเด็กมาด้วยคงจะลงมือที่อันนี้เป็นอย่างแรก

ยอลมูกิมจิ (กิมจิผักกาดอ่อน) เอาต้นผักกาดอ่อนดองในซอสพริก มีน้ำเยิ้มๆ กินเย็นซ่าสดชื่น พอใส่ในข้าวบาร์เลย์คลุกก็ได้รสเผ็ดขึ้นมาชัดเลย

ไข่นกกระทาเคี่ยวซีอิ๊ว เคี่ยวในน้ำซีอิ๊วจนเค็มอมหวานนิดๆ เป็นกับข้าวคำเดียวหมด กินท่ามกลางนามึลแล้วได้โปรตีนแทรกมา มือก็เอื้อมไปหยิบซ้ำเรื่อยๆ

สลัดรากบัว เอารากบัว (เหง้าบัว) มาคลุกซอสงา เนื้อกรอบเด้ง ซอสเนียนนุ่ม ให้ความรู้สึกต่างจากนามึลอย่างชัดเจน แถมหน้าตัดมีรูกลมๆ ดูสนุกตาด้วย

มูแซงแช (หัวไชเท้าสดคลุกพริก) หัวไชเท้าซอยเส้นบางคลุกกับผงพริก กรอบเผ็ดเย็นสดชื่น ล้างปากได้ดี พอใส่ในข้าวบาร์เลย์คลุกก็ช่วยยกรสชาติทั้งจานขึ้นมาเลย
โดยรวมกับข้าวไม่จัดจ้าน ไม่เค็มไม่จืด อยู่ตรงกลางพอดี พูดตรงๆ ถ้าชอบรสจัดอาจรู้สึกว่าเบาไปหน่อย แต่ถ้าคิดเรื่องสุขภาพก็ว่าแบบนี้ดีกว่า เค็มจัดไม่ได้แปลว่าอร่อยเสมอไปนี่นา
เมนูหลักมาแล้ว — ข้าวบาร์เลย์กับซุปชองกุกจัง

กินกับข้าวไปสักสิบนาที เมนูหลักก็มาถึง ข้าวบาร์เลย์ในถ้วยทองเหลือง ข้างๆ เป็นซุปชองกุกจังเดือดปุดๆ ในหม้อดิน พอจานนี้มาวาง รู้สึกเลยว่าโต๊ะนี้สมบูรณ์แล้ว ที่เราสั่งคือเซ็ตข้าวบาร์เลย์ชองกุกจัง จะอธิบายให้ฟังสั้นๆ ว่าชองกุกจังคืออะไร
🫘 ชองกุกจัง (청국장) คืออะไร?
ชองกุกจังเป็นอาหารหมักดั้งเดิมของเกาหลี ทำจากถั่วเหลืองต้มสุกหมักด้วยเชื้อบาซิลลัสแค่ 2–3 วัน เทียบกับเทนจัง (เต้าเจี้ยวเกาหลี) ที่หมักนานเป็นเดือนหรือเป็นปี ชองกุกจังหมักสั้นมากจนเม็ดถั่วยังคงรูปอยู่ และกลิ่นแรงกว่ามาก
กลิ่นหมักที่แรงจัดทำให้แม้แต่คนเกาหลีเองก็ แบ่งเป็นสองฝ่ายชัดเจน คนที่ชอบก็ชอบมากถึงขั้นเอาซุปราดข้าวกินได้ทั้งหม้อ คนที่ไม่ชอบแค่ได้กลิ่นก็หนีแล้ว
เซ็ตข้าวบาร์เลย์ชองกุกจัง คือเอาชองกุกจังมาต้มเป็นซุปในหม้อดินพร้อมเต้าหู้ ฟักทอง พริก เสิร์ฟเดือดปุดๆ ราดข้าวกินตอนร้อนๆ หอมมันเข้มข้นจนติดใจ
💡 ถ้าไวเรื่องกลิ่น แนะนำสั่ง เซ็ตข้าวบาร์เลย์เทนจัง ราคาเท่ากัน เทนจังเป็นถั่วเหลืองหมักเหมือนกันแต่กลิ่นอ่อนกว่าเยอะ

นี่แหละชองกุกจัง ตอนเดือดในหม้อดินกลิ่นถั่วหมักลอยขึ้นมาเลย ผมเป็นฝ่ายที่ชอบกลิ่นนี้

ในน้ำซุปมีเม็ดถั่วเหลืองละลายอยู่ พร้อมเต้าหู้ ฟักทอง และพริก ชองกุกจังร้านนี้กลิ่นค่อนข้างอ่อน ไม่ใช่แบบแรงจนแสบจมูก ภรรยากินจนน้ำซุปหมดเกลี้ยง ส่วนผมเอาข้าวราดซุปไปเกินครึ่งถ้วย
บาร์เติมฟรี — หยิบเพิ่มได้ไม่ต้องเกรงใจ

มุมบาร์เติมกับข้าวเองได้เลย ถ้ากับข้าวบนโต๊ะไม่พอก็เดินไปตักเพิ่มได้ ไม่ต้องเรียกพนักงาน หยิบจานไปตักเอาตามใจชอบ ไม่ต้องเกรงใจใคร สะดวกดีมาก

ปลายบาร์มีจับแชอยู่ในหม้ออุ่นใบใหญ่ กับหม้อหุงข้าวอีกตัว ถ้าข้าวไม่พอก็ตักเพิ่มได้เลย ผมตักมาอีกถ้วยนึง พูดตรงๆ ว่า ข้าวจากหม้อตรงนี้ค่อนข้างเหนียวติดกันกว่าข้าวที่เสิร์ฟตอนแรก กินได้แต่สู้ข้าวที่ตักมาใหม่ๆ ไม่ได้ นอกจากนี้มีป้ายเขียนว่า "เหลืออาหารจะคิดค่าสิ่งแวดล้อมเพิ่ม 3,000 วอน (ราว ฿75)" ตักเท่าที่กินไหวพอนะ
เพิ่มปลาแมคเคอเรลย่าง — ตัวละ ฿250

กับข้าวก็เยอะพอแล้ว แต่รู้สึกยังขาดอะไรสักอย่างเลยสั่งปลาแมคเคอเรล (ปลาทู/ซาบะ) ย่างเพิ่ม ปลาแมคเคอเรลเป็นปลาที่คนเกาหลีกินกันในชีวิตประจำวัน แต่ที่ย่างทั้งตัวแบบนี้ต้องกินในร้านถึงจะได้ หนังย่างจนกรอบ เนื้อข้างในชุ่มฉ่ำ เอาตะเกียบกดเบาๆ เนื้อก็หลุดออกง่าย ไม่เค็มจัด ได้รสมันหอมของปลาแมคเคอเรลล้วนๆ
สำรับเต็มโต๊ะ — สองคน ฿1,000

นี่คือสำรับที่กินกันสองคนเมื่อวาน ข้าวบาร์เลย์ ซุปชองกุกจัง ปลาแมคเคอเรลย่าง กับข้าวสิบกว่าอย่าง จับแช ซูกินีชุบไข่ทอด ครบหมด เทียบกับร้านแบ็กบัน (ข้าวราดแกง) ราคา ฿200–250 ที่เคยรีวิวก่อนหน้านี้ เหมือนเป็นสายพันธุ์เดียวกันแต่คนละระดับเลย เซ็ตข้าวบาร์เลย์ชองกุกจัง 2 ที่ ฿750 บวกปลาแมคเคอเรลย่าง ฿250 รวม ฿1,000 (40,000 วอน) พูดตรงๆ ว่าไม่ถูก แต่พอเห็นโต๊ะนี้ก็เข้าใจได้ทันที จำนวนกับข้าว บาร์เติมไม่อั้น แถมมีปลาย่างด้วย ถือว่าคุ้มค่ามื้อนึงได้เลย
ข้าวบาร์เลย์คลุก — กินแบบนี้นะ

นี่คือข้าวบาร์เลย์ มองเห็นเม็ดบาร์เลย์แทรกอยู่ระหว่างเม็ดข้าวสวย เนื้อสัมผัสหยาบกว่าข้าวขาวปกติ เคี้ยวแล้วเด้งๆ ป๊อปๆ ในปาก ภรรยาบอกว่าเนื้อสัมผัสเด้งๆ นี้แปลกดีแต่ชอบมาก ปกติชอบข้าวเหนียวนุ่ม แต่แบบนี้ก็มีเสน่ห์อีกแบบ บอกว่าข้าวบาร์เลย์เกาหลีอร่อยมาก เนื้อสัมผัสแบบนี้ไม่เคยเจอที่ไหนเลย

เอานามึล มูแซงแช กอนกาจิ วางบนข้าวบาร์เลย์ ใส่โกชูจัง (ซอสพริกเกาหลี) กับน้ำมันงา แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก็ได้ข้าวคลุก (บิบิมบับ) หนึ่งถ้วยเลย ที่ร้านข้าวบาร์เลย์เกาหลี นี่คือวิธีกินมาตรฐาน จะหยิบกินแยกชิ้นก็ได้ แต่พอคลุกรวมจะได้สัมผัสทุกอย่างในคำเดียว กรอบบ้าง เหนียวบ้าง เผ็ดบ้าง ทุกช้อนรสชาติไม่ซ้ำกัน เคล็ดลับคือใส่น้ำมันเพอริลลาให้เยอะหน่อย จะทำให้ทุกอย่างเคลือบเข้ากันนุ่มนวล หอมมันขึ้นมาทันที
ปลาคำนึง นามึลคีบนึง

คีบเนื้อปลาแมคเคอเรลขึ้นมาสักคำ ฝั่งหนังย่างกรอบเกรียม ข้างในชุ่มฉ่ำ กินสลับกับข้าวบาร์เลย์คลุกสักช้อน รสหอมมันของนามึลตามด้วยความอูมามิของน้ำมันปลา ปากแน่นไปหมด

คีบนามึลขึ้นมาจะเห็นน้ำมันเพอริลลาเคลือบเงาวับ กินจากจานเดี่ยวกับเอาวางบนข้าวแล้วกิน รสชาติต่างกันอย่างชัดเจน ภรรยาบอกว่าใส่โกซาริกับกนดึเรดีที่สุด ส่วนผมชอบมูแซงแชที่เผ็ดๆ ใส่ข้าวบาร์เลย์ได้เข้ากันดี จะใส่อะไรก็ได้ตามใจชอบเลย นี่แหละเสน่ห์ของข้าวคลุก ไม่มีคำตอบตายตัว
เซ็ตข้าวบาร์เลย์เกาหลี สรุปตามตรง
ข้าวบาร์เลย์หนึ่งสำรับในเกาหลีไม่ใช่แค่มื้อธรรมดา กับข้าวแต่ละอย่างมีบทบาทของตัวเอง จะเลือกผสมอย่างไหนคลุกยังไงก็ได้รสชาติไม่เหมือนกัน พาภรรยาชาวต่างชาติไปกินรอบนี้ถึงได้รู้ว่า วัฒนธรรมการจัดสำรับแบบนี้ของเกาหลีน่าทึ่งมากเมื่อมองจากสายตาคนนอก สั่งข้าวถ้วยเดียวแต่กับข้าวมาสิบกว่าอย่าง กินหมดก็ไปเติมได้อีก แล้วก็เอามาคลุกเคล้าตามสไตล์ตัวเอง ภรรยาบอกว่าข้าวบาร์เลย์เกาหลีอร่อยจริงๆ โดยเฉพาะเนื้อสัมผัสที่ไม่เหมือนข้าวที่ไหน และนี่คือวิธีกินข้าวที่หาได้ยากนอกเกาหลี
ราคาคนละราว ฿500 (20,000 วอน) ไม่ถูกหรอก แต่กับสำรับแบบนี้ก็ถือว่าคุ้มค่า ถ้าจะบอกข้อเสีย ก็คือ ถ้าหวังรสจัดจ้าน อาจรู้สึกว่าโดยรวมเบาไป แล้วก็ ที่จอดรถแคบเมื่อเทียบกับขนาดร้าน กับ ข้าวจากบาร์เติมค่อนข้างเหนียวติดกว่าข้าวที่เสิร์ฟรอบแรก แต่ถ้าอยากพาคนที่เหนื่อยทุกวันไปกินข้าวดีๆ สักมื้อ มื้อนี้คุ้มค่าทุกบาท
1972 Song Eunjeong Boribap สาขาต้นตำรับ
송은정 보리밥 본점 · โจชีวอน เมืองเซจง
- 📍 2427 Sejong-ro, Jochiwon-eup, เมืองเซจง ประเทศเกาหลีใต้ ชั้น 1 (เมืองเซจงอยู่ตอนกลางของเกาหลีใต้ ห่างจากโซลราว 120 กม.)
-
🕐
เปิดทุกวัน 08:30 – 20:30 (สั่งได้ถึง 20:00)
พักเบรก 15:00 – 17:00 - 📞 +82-507-1343-0929
- 🅿️ มีที่จอดรถ (ค่อนข้างแคบเมื่อเทียบกับขนาดร้าน)
- 💰 2 คน ราว ฿1,000 (40,000₩) — ข้าวบาร์เลย์ชองกุกจัง ×2 + ปลาแมคเคอเรลย่าง ×1
- 📌 จองผ่าน Naver ได้ · ถ้ารีวิวพร้อมรูปจะได้ไข่ดาวน้ำมันงา 2 ใบฟรี