ไกด์บุนซิกเกาหลี | ต๊อกบกกี·คิมบับ·ทวิกิม ครบจบ!

รสชาติแรกที่จะได้เจอตอนเที่ยวเกาหลี
ไม่แพงเลย ไม่ต้องหาให้วุ่นวายด้วย แค่เดินไปเรื่อยๆ กลิ่นมันจะลอยมาถึงจมูกก่อนที่ตาจะเห็นร้านอีก ไม่ว่าจะซอยเล็กๆ ตลาด หรือหน้าโรงเรียน ที่เกาหลีมีทุกที่แบบไม่ต้องหา จานเดียวราคาแค่ประมาณ 50 บาท ก็มีความสุขได้แล้ว
นั่นแหละคือบุนซิก (Bunsik) อาหารเกาหลีสุดคลาสสิก
สำหรับคนเกาหลี บุนซิกไม่ใช่แค่อาหารธรรมดา มันคือความทรงจำของซอยที่เคยแห่ไปกับเพื่อนหลังเลิกเรียน ตาเป็นประกายเวลาเห็นไม้เสียบต๊อกบกกีอันละไม่กี่บาท ความทรงจำนั้นยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ในทุกคำที่กัด รสชาติที่ไม่เคยเปลี่ยนแม้ผ่านมาหลายสิบปี ตอนนี้ก็กำลังรอคุณอยู่เหมือนกันระหว่างเที่ยวเกาหลี
ถ้าเที่ยวเกาหลีแล้วไม่เคยกินบุนซิกสักครั้ง พูดตรงๆ ว่าพลาดไปครึ่งนึงเลยนะ อยากรู้ว่ารสชาติเป็นยังไงมั้ย? แค่เห็นรูปก็จะเข้าใจเลย เลื่อนลงไปดูเลย

พอนั่งลงก็จะเห็นวิวแบบนี้
อาหารรูปแท่งสีขาวแช่อยู่ในซอสสีแดง ของทอดกรอบๆ โรลม้วนด้วยสาหร่าย — ครั้งแรกที่เห็นอาจจะงงว่ามันคืออะไร ไม่เป็นไร เราเองตอนแรกก็งงเหมือนกัน
แท่งสีขาวในซอสสีแดงคือต๊อกบกกี (Tteokbokki) เป็นแท่งข้าวเหนียวเหนียวนุ่มที่เคี่ยวในซอสเผ็ดหวาน เมนูตัวแทนของบุนซิกเกาหลีเลยล่ะ ส่วนที่ทอดกรอบๆ ข้างๆ คือทวิกิม (Twigim) คือผัก พริก ปลาหมึก แท่งข้าวเหนียว และวัตถุดิบหลากหลายชุบแป้งทอด ถ้าจิ้มซอสต๊อกบกกีกินจะได้รสชาติที่ต่างกันไปอีกระดับเลย แล้วโรลที่ห่อสาหร่ายก็คือคิมบับ (Kimbap) ข้าว ผัก แฮม ไข่ ม้วนด้วยสาหร่ายแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ หน้าตาคล้ายซูชิญี่ปุ่นแต่เป็นอาหารคนละอย่างกันเลย
พอสามอย่างนี้มารวมกันบนโต๊ะ นั่นแหละคือบุนซิกเกาหลีครบสูตร
ต๊อกบกกี (Tteokbokki) คืออะไร?
แท่งข้าวเหนียวเหนียวนุ่ม (Rice Cake) เคี่ยวในซอสที่ทำจากโคชูจัง (Gochujang) ซอสหมักดั้งเดิมของเกาหลีที่มีรสเผ็ดแต่หวานลึกเป็นเอกลักษณ์
เนื้อสัมผัสของแท่งข้าวเหนียวจะเหนียวนุ่มมาก ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งรู้สึกว่าซอสซึมออกมาจากข้างใน คนที่ไม่ถนัดอาหารเผ็ดพอลองกินครั้งนึงก็จะหยุดมือไม่ได้เลย

ดูใกล้ๆ หน้าตาเป็นแบบนี้
แท่งข้าวเหนียวเล็กๆ อมซอสเต็มที่จนเป็นเงาวาว ทุกครั้งที่ตะหลิวไม้ค่อยๆ คนช้าๆ ก็จะเห็นซอสซึมเข้าไปตามซอกทุกซอก ช่วงเวลานี้แหละที่ดูน่ากินที่สุด พูดตรงๆ แค่ดูรูปก็น้ำลายสอแล้ว
ร้านบุนซิกเกาหลีจะทำต๊อกบกกีแบบนี้แหละ ผัดทีละเยอะๆ บนกระทะเหล็กใหญ่ ไม่ได้ทำไว้ล่วงหน้านะ พอมีออร์เดอร์เข้ามาก็ราดซอสแล้วเริ่มผัดเลยตรงนั้น เพราะงั้นเสิร์ฟมาร้อนสดใหม่ตลอด สังเกตขนาดแท่งข้าวเหนียวมั้ย? ร้านบุนซิกแต่ละร้านจะใช้แท่งข้าวเหนียวขนาดต่างกันนิดหน่อย แบบเล็กอวบๆ อย่างนี้จะอมซอสได้ดีกว่าแล้วก็ป๊อปเข้าปากได้พอดีคำ


ในที่สุดก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว
จานสีชมพูรองด้วยพลาสติก แล้วก็ต๊อกบกกีอยู่ข้างบน เห็นไม้จิ้มฟันปักอยู่มั้ย? นี่แหละบรรยากาศร้านบุนซิกเกาหลีแท้ๆ
แต่เดี๋ยวก่อน สังเกตมั้ย? มีแค่แท่งข้าวเหนียวอย่างเดียว ไม่มีอย่างอื่นเลย
จริงๆ แล้วร้านต๊อกบกกีส่วนใหญ่ในเกาหลี พอสั่งต๊อกบกกีจะมีโอมุก (Eomuk, ลูกชิ้นปลาแผ่น) ใส่มาด้วย โอมุกเหนียวนุ่มอมซอสเต็มๆ ผสมกับแท่งข้าวเหนียว นี่คือส่วนประกอบพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่คิดถึงเวลาพูดถึงต๊อกบกกี แต่ร้านนี้ไม่เหมือนร้านอื่น ให้แค่แท่งข้าวเหนียวอย่างเดียว นี่คือสไตล์ของร้านนี้
มันไม่ใช่เรื่องแย่นะ ตรงข้ามเลย แบบนี้ทำให้โฟกัสกับรสชาติของตัวแท่งข้าวเหนียวได้เต็มที่ แท่งข้าวเหนียวอวบๆ อมซอสเต็มจานเลย — มันก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน ตอนแรกรู้สึกว่าไม่มีโอมุกมันจะโล่งไปมั้ย แต่พอกินไปเรื่อยๆ ก็ติดใจสไตล์ของร้านนี้เลย ระหว่างเที่ยวเกาหลีรู้ไว้ก่อนนะว่าร้านต๊อกบกกีแต่ละร้านส่วนประกอบอาจจะไม่เหมือนกัน รู้ล่วงหน้าจะได้ไม่ตกใจ

สั่งอันนี้มาคู่กับต๊อกบกกีด้วย
จากซ้ายไปขวาคือ คิมมาลี (Gimmari) ทอดผัก (Twigim) และชีสสติ๊ก มาเสิร์ฟในตะกร้าเดียวกัน การจับคู่นี้เพอร์เฟกต์แบบไม่ทันตั้งตัวเลย
ชีสสติ๊กจริงๆ แล้วไม่ใช่เมนูที่เจอได้ทั่วไปในร้านบุนซิก ปกติจะเจอที่ร้านไก่ทอดหรือฟาสต์ฟู้ดมากกว่า ถ้าร้านบุนซิกไหนมีชีสสติ๊กขาย ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูพิเศษของร้านนั้น ที่ได้ลองกินที่นี่ข้างนอกกรอบ ข้างในชีสยืดยาวมาก อันนี้ของจริงเหรอ? ส่วนคิมมาลีกับของทอดต่างๆ เป็นเมนูพื้นฐานที่เจอได้ทุกร้านบุนซิกในเกาหลีเลย พอสั่งต๊อกบกกีก็แทบจะสั่งมาเป็นเซ็ตโดยอัตโนมัติ
คิมมาลี (Gimmari) คืออะไร?
เอาสาหร่าย (Gim) มาห่อวุ้นเส้น (Glass Noodles) ม้วนกลมๆ แล้วชุบแป้งทอด ข้างนอกกรอบ ข้างในเต็มไปด้วยวุ้นเส้นเหนียวนุ่ม เป็นหนึ่งในเมนูขายดีที่สุดในร้านบุนซิกรองจากต๊อกบกกี
ถ้าจิ้มซอสต๊อกบกกีกินนั่นแหละรสชาติตัวจริง กินเปล่าๆ ไม่มีซอสก็อร่อยอยู่แล้ว แต่พอเจอซอสแดงปุ๊บ อัปเลเวลไปอีกขั้นเลย
ของทอดในร้านบุนซิกเกาหลีมีอะไรบ้าง
ทอดผัก (Yachae Twigim)
แครอท หัวหอม พริก และผักอื่นๆ ชุบแป้งทอด เป็นของทอดพื้นฐานที่สุดของร้านบุนซิก ข้างนอกแป้งกรอบ ข้างในผักยังชุ่มน้ำอยู่ เคี้ยวสนุกมาก
ทอดปลาหมึก (Ojingeo Twigim)
ปลาหมึกชุบแป้งทอด เนื้อปลาหมึกเหนียวนุ่มเจอแป้งกรอบ ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย คนชอบอาหารทะเลจะชอบมาก
ทอดพริก (Gochu Twigim)
ยัดวุ้นเส้นหรือข้าวเหนียวไว้ข้างในพริกแล้วชุบแป้งทอด ข้างนอกกรอบข้างในเหนียว คนชอบเผ็ดต้องลอง
ทอดแท่งข้าวเหนียว (Tteok Twigim)
เอาแท่งข้าวเหนียวแบบเดียวกับที่ใส่ต๊อกบกกีมาชุบแป้งทอด ข้างนอกกรอบข้างในเหนียวนุ่มเหมือนเดิม จิ้มซอสต๊อกบกกีกินอร่อยขึ้นสองเท่า
คิมมาลีทอด (Gimmari Twigim)
สาหร่ายม้วนวุ้นเส้นแล้วทอด เป็นของทอดยอดนิยมอันดับ 1 ไม่มีข้อสงสัยเลย ถ้าต้องเลือกของทอดแค่อย่างเดียวในร้านบุนซิก แนะนำอันนี้เลย

ลองดูใกล้ๆ อีกหน่อย
อันซ้ายที่สีเข้มๆ คือคิมมาลี (Gimmari) เพราะห่อสาหร่ายแล้วทอดถึงออกมาเป็นสีเข้มแบบนี้ ครั้งแรกที่เห็นอาจจะรู้สึกแปลกๆ แต่กัดคำเดียวจะเข้าใจเลย แป้งทอดกรอบข้างนอก ข้างในวุ้นเส้นเหนียวนุ่มเคี้ยวสนุก เนื้อสัมผัสนี้เสพติดจริงๆ
ตรงกลางที่ทอดเป็นรูปขรุขระคือทอดผัก (Yachae Twigim) ความขรุขระนี่แหละคือจุดเด่น เพราะแป้งทอดไม่สม่ำเสมอทำให้มีอากาศแทรกตามซอก กรอบกว่าปกติอีก ส่วนทางขวาที่หนาๆ สีเหลืองทองคือชีสสติ๊ก เคลือบเกล็ดขนมปังข้างนอกเลยสีเข้มและดูอลังการ กัดคำนึงชีสข้างในยืดยาวออกมา ช่วงเวลานั้นแหละที่เป็นไฮไลต์ตัวจริง สามอย่างนี้เสิร์ฟมาในตะกร้าเดียวกันก็เรียกว่าสวยแบบจัดเต็มแล้ว

ชีสสติ๊ก — ถ้าเจอในร้านบุนซิกถือว่าโชคดีมาก
เกล็ดขนมปังสีทองเห็นชัดเลย สองชิ้นวางเรียงกันแค่เห็นก็น่ากินแล้ว ข้างนอกกรอบ ข้างในชีสยืดยาว ถ้าเจอร้านบุนซิกที่ขายชีสสติ๊กถือว่าโชคดีมากจริงๆ

เซ็ตของทอดรวม — ครบจบในตะกร้าเดียว
ตะกร้าเดียวมีครบสามอย่าง ซ้ายคิมมาลี (Gimmari) ตรงกลางทอดผัก (Yachae Twigim) ขวาชีสสติ๊ก เห็นรวมกันแบบนี้รู้สึกถึงเสน่ห์ของทอดร้านบุนซิกเกาหลีเลยใช่มั้ย? แต่ละชิ้นสีต่าง รูปร่างต่าง เนื้อสัมผัสก็ต่าง นั่นแหละคือจุดเด่น

คิมมาลี (Gimmari) ถ่ายใกล้ — เห็นข้างในชัดเลย
ดูใกล้ๆ เห็นข้างในมั้ย? สาหร่าย (Gim) ข้างในมีวุ้นเส้น (Glass Noodles) เต็มไปหมด แป้งทอดข้างนอกบางกรอบ แต่พอกัดคำนึงจะเจอวุ้นเส้นเหนียวนุ่มข้างใน ความแตกต่างของเนื้อสัมผัสนี่แหละคือทุกอย่างของคิมมาลี ถ้าจิ้มซอสต๊อกบกกีกินล่ะก็ ไม่ต้องพูดก็รู้ว่ารสชาติเป็นยังไง

ต่อมาคือคิมบับทูน่า (Tuna Kimbap) ที่สั่งจากร้านบุนซิก
คิมบับทูน่าเต็มจานบนจานสีขาว ดูหน้าตัดก็เข้าใจเลย ข้าวสีขาว แฮมสีชมพู หัวไชเท้าดอง (Pickled Radish) สีเหลือง แครอทสีส้ม ผักโขมสีเขียว แล้วก็ทูน่า สีสันที่ผสมกันนี่แหละคือเสน่ห์ของคิมบับ ด้านบนโรยงา (Sesame Seeds) เบาๆ ทางขวาก็เห็นชิ้นเล็กๆ ม้วนแบบมินิคิมบับด้วย
สั่งที่ร้านบุนซิกจะหั่นมาเป็นแถวแล้ววางในจานแบบนี้ ชิ้นพอดีคำกินสะดวก ถือเดินกินก็ไม่หกเลอะ หน้าตาคล้ายซูชิญี่ปุ่นแต่ต่างกันมาก ไม่ใช่ข้าวผสมน้ำส้มสายชู แต่เป็นข้าวคลุกน้ำมันงา วัตถุดิบก็หลากหลายกว่ามาก
🐟 คิมบับทูน่า (Tuna Kimbap)
ทูน่ากระป๋องคลุกมายองเนสใส่ในคิมบับ รสชาติมันนุ่มกลมกล่อม เป็นหนึ่งในชนิดที่สั่งกันเยอะที่สุดในร้านบุนซิก
🥩 คิมบับเนื้อ (Beef Kimbap)
ใส่เนื้อวัวผัดซีอิ๊ว รสเค็มอมหวานของเนื้อเข้ากับข้าวได้ลงตัวมาก รู้สึกเหมือนอัปเกรดจากคิมบับธรรมดาขึ้นไปอีกขั้น
🥗 คิมบับผัก (Vegetable Kimbap)
ไม่ใส่เนื้อสัตว์ มีแค่แตงกวา แครอท ผักโขม หัวไชเท้าดอง โกโบ ตัวเลือกที่เหมาะสำหรับสายมังสวิรัติเลย
🌶️ คิมบับกิมจิ (Kimchi Kimbap)
ใส่กิมจิผัดไว้ข้างใน รสเปรี้ยวเผ็ดของกิมจิระเบิดอยู่ในข้าว ความเห็นแบ่งสองฝั่ง แต่คนที่ชอบจะชอบแบบสุดๆ เลย
🦐 คิมบับกุ้ง (Shrimp Kimbap)
ใส่กุ้งตัวหรือเนื้อกุ้ง เนื้อกุ้งเด้งๆ ตัดกับข้าวนุ่มๆ คือจุดเด่นเลย
🍳 คิมบับไข่ (Egg Kimbap)
ใส่ไข่เจียวม้วนบางๆ (Rolled Omelette) รสไม่จัดเลยเหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่ลองกินคิมบับครั้งแรก
🍙 มินิคิมบับ (Mini Kimbap)
ม้วนเล็กกว่าคิมบับปกติมาก ขนาดพอดีคำกินเป็นของว่างได้พอดี ถ้าจิ้มน้ำซุปต๊อกบกกีกินจะได้รสชาติที่ต่างไปเลย
🌟 ชุงมูคิมบับ (Chungmu Kimbap)
คิมบับที่มีต้นกำเนิดจากเมืองทงยอง ทางใต้ของเกาหลี ม้วนเล็กๆ ใส่แค่ข้าวไม่มีไส้ กินคู่กับหัวไชเท้าดองเผ็ดและปลาหมึกยำ เป็นคิมบับพิเศษที่ได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นเกาหลี

รูปนี้จริงใจที่สุด
เห็นหน้าตัดชัดเจนเลย ทูน่าใส่มาเยอะแค่ไหน สีหัวไชเท้าดองสดแค่ไหน ข้าวขาวโรยงา แครอทสีแดง แฮมสีชมพู หัวไชเท้าดองสีเหลือง และทูน่าเต็มตรงกลาง ถ้าจะกินคิมบับครั้งแรกที่เกาหลี อันนี้แหละคือตัวจริง

โกโบ (Burdock Root) — อะไรเนี่ย? แต่ลองกินแล้วจะเปลี่ยนใจ
เห็นที่โผล่ขึ้นมาเหมือนแท่งไม้ตรงกลางคิมบับมั้ย? นั่นคือโกโบ (Burdock Root) หรือรากโกโบที่เคี่ยวในซีอิ๊วรสหวานเค็ม ยิ่งเคี้ยวยิ่งมีรสมันหอม ในเกาหลีการใส่โกโบในคิมบับเป็นเรื่องปกติมากๆ คนที่เห็นครั้งแรกอาจจะรู้สึกแปลก แต่พอได้ลองกินครั้งนึง ไม่มีจะรู้สึกขาดอะไรไปเลย

คิมบับเดียวกันแต่หน้าตัดไม่เหมือนกันเลย
หน้าตัดวางเรียงกัน ดูแบบนี้จะเห็นเลยว่าคิมบับใส่วัตถุดิบเยอะแค่ไหน ข้าวขาวล้อมรอบ ตรงกลางมีทูน่า แครอท หัวไชเท้าดอง แตงกวา แฮม เรียงเป็นชั้นๆ คิมบับทูน่าเหมือนกันแต่หั่นตรงไหนหน้าตัดก็ไม่เหมือนกัน นี่ก็เป็นอีกความสนุกของคิมบับเลย

นี่แหละเซ็ตพื้นฐานของร้านบุนซิก
ในที่สุดก็เห็นภาพรวมทั้งหมดแล้ว จานขาวมีคิมบับทูน่า ตะกร้าส้มมีของทอด จานชมพูทางซ้ายมีต๊อกบกกี คนเกาหลีพอไปร้านบุนซิกก็จะสั่งแบบนี้โดยธรรมชาติ คิมบับหนึ่งแถว ต๊อกบกกีหนึ่งจาน ของทอดอีกสักชิ้นสองชิ้น ไม่มีกฎตายตัว แต่ทุกคนสั่งคล้ายๆ กัน

กักดูกี (Kkakdugi) — เครื่องเคียงที่รีเซ็ตปาก
กักดูกีสีแดงในถ้วยเซรามิกเล็กๆ กักดูกีคือหัวไชเท้าเกาหลี (Korean Radish) หั่นเป็นลูกเต๋าแล้วคลุกพริกป่น กระเทียม น้ำปลาหมัก เป็นกิมจิชนิดหนึ่ง ต่างจากกิมจิผักกาดขาวตรงที่ยังมีเนื้อสัมผัสกรอบของหัวไชเท้า เคี้ยวแล้วมีเสียง "กรึบ" เลย ร้านบุนซิกหลายร้านให้เป็นเครื่องเคียงฟรี กินต๊อกบกกีแล้วรู้สึกเลี่ยน แค่กัดกักดูกีสักชิ้นปากก็สดชื่นขึ้นมาทันที
ร้านบุนซิกยังมีเมนูอื่นๆ อีกนะ
นอกจากต๊อกบกกี คิมบับ ทวิกิม คิมมาลี ที่แนะนำไปแล้ว ถ้าดูเมนูร้านบุนซิกดีๆ จะมีเมนูซ่อนอยู่อีกเยอะ รู้ไว้ก่อนไปจะได้เพลิดเพลินกับอาหารได้มากขึ้น
🍜 ประเภทเส้น
จอลมยอน (Jjolmyeon)
เส้นหนาเหนียวนุ่มคลุกซอสโคชูจังเผ็ดหวาน โรยแตงกวาซอยกับไข่ต้มเป็นสูตรมาตรฐาน
ราบกกี (Rabokki)
มาม่าเกาหลีผสมต๊อกบกกี พอเส้นมาม่าพองในซอสต๊อกบกกีน้ำจะเข้มข้นขึ้น นั่นแหละคือจุดเด่น
บิบิมกุกซู (Bibim Guksu)
เส้นบางๆ คลุกซอสโคชูจังเปรี้ยวหวาน เมนูยอดนิยมโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน
🍲 ประเภทน้ำซุป
ซุปโอมุก (Eomuk Tang)
ลูกชิ้นปลาเสียบไม้แช่ในน้ำซุปร้อนๆ วันหนาวๆ จิบน้ำซุปสักอึกเหมือนยาวิเศษเลย
ซุปซุนแด (Sundaeguk)
ซุปที่ใส่ซุนแดกับเครื่องในต้ม น้ำซุปเข้มข้นใส่ข้าวกินมื้อเดียวอิ่มอยู่ท้องเลย
🥢 เมนูอื่นๆ
ซุนแด (Sundae)
ไส้กรอกเกาหลีที่ยัดวุ้นเส้นกับเลือดหมูไว้ในไส้หมูแล้วนึ่ง จิ้มเกลือหรือซอสต๊อกบกกีกินเป็นรสชาติที่ท้าทายและน่าลอง
เกรันมาลี (Gyeran Mari)
ไข่ใส่ผักม้วนๆ แล้วทอด นุ่มหอมมัน กินคู่กับคิมบับเข้ากันมาก
โอเด็งเสียบไม้ (Odeng Kkochi)
ลูกชิ้นปลาเสียบไม้ทาซอสย่าง ของกินเล่นที่ถือเดินกินริมทางได้เลย
ต๊อกโกจิ (Tteok Kkochi)
แท่งข้าวเหนียวเสียบไม้ทาซอสหวานย่าง ข้างนอกกรอบข้างในเหนียวนุ่ม
สรุป — กลิ่นนั้นกำลังเรียกคุณอยู่แล้ว
บุนซิกเกาหลีเป็นยังไงบ้าง? ไม่แพง ไม่หรูหรา แต่พอได้ลองกินสักครั้งจะคิดถึงอยู่เรื่อยๆ นั่นแหละคือพลังของอาหารข้างทางเกาหลี
ต๊อกบกกีหนึ่งจาน ของทอดสักชิ้นสองชิ้น คิมบับหนึ่งแถว แค่คอมโบนี้คอมโบเดียวทำให้คนเกาหลีมีความสุขมาหลายสิบปีแล้ว ระหว่างเที่ยวเกาหลีถ้าเดินอยู่ในซอยไหนแล้วกลิ่นซอสแดงลอยมาถึงจมูก อย่าเดินผ่านไปนะ กลิ่นนั้นกำลังเรียกคุณอยู่แล้ว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. กินบุนซิกได้ที่ไหน?
เจอได้ง่ายๆ ทุกที่ในเกาหลีเลย ซอยย่านคึกคัก หน้าโรงเรียน ในตลาดดั้งเดิม ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ร้านบุนซิกมีอยู่ทั่วไปมากจริงๆ โดยเฉพาะตลาดดั้งเดิมคือที่ที่ถูกที่สุดและบรรยากาศดีที่สุดสำหรับกินบุนซิก ที่โซลก็มีตลาดกวางจัง ตลาดนัมแดมุน ซอยต๊อกบกกีชินดัง ที่ขึ้นชื่อ ย่านคึกคักอย่างฮงแด ชินชน มยองดง แค่เดินในซอยก็จะเจอร้านบุนซิกได้เลย ค้นใน Google Maps ว่า "분식" หรือ "Bunsik" จะเจอร้านใกล้ๆ ทันที
Q2. ราคาเท่าไหร่?
บุนซิกคืออาหารชาวบ้านตัวแทนของเกาหลีเลย ถึงค่าครองชีพในเกาหลีจะขึ้นเยอะแล้ว แต่ยังเป็นมื้ออาหารที่ไม่หนักกระเป๋าอยู่
※ ตลาดดั้งเดิมส่วนใหญ่จะถูกกว่าอีก สั่งครบสามอย่างก็ตกประมาณ 250 บาทเท่านั้น
Q3. บุนซิกเผ็ดมั้ย? กินเผ็ดไม่ได้จะโอเคมั้ย?
เมนูหลักของบุนซิกอย่างต๊อกบกกีเป็นอาหารเผ็ด แต่ไม่ใช่ทุกเมนูบุนซิกจะเผ็ด
💡 ตอนสั่งลองพูดว่า "ดล แมบเก แฮจูเซโย (Deol maepge haejuseyo)" แปลว่า "ลดความเผ็ดหน่อยค่ะ/ครับ" บางร้านปรับระดับให้ได้
Q4. ห่อกลับบ้านได้มั้ย? ถือเดินกินได้มั้ย?
ได้ค่ะ/ครับ ร้านบุนซิกส่วนใหญ่ห่อกลับได้ พูดภาษาเกาหลีว่า "โพจัง แฮจูเซโย (Pojang haejuseyo)" แปลว่า "ห่อกลับค่ะ/ครับ" คิมบับห่อแล้วถือเดินกินสะดวกมาก ต๊อกบกกีมีน้ำซอสเยอะระวังหกตอนถือ ส่วนของทอดพอทิ้งไว้นานจะนิ่ม กินสดๆ อร่อยที่สุด ที่ตลาดดั้งเดิมหรือถนนกินของเดินกินถือเป็นวัฒนธรรมปกติเลย
💡 ตอนสั่งห่อกลับบอกเขาเพิ่มว่าขอช้อนส้อมกับไม้จิ้มฟันด้วย เขาจะใส่ให้
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ https://hi-jsb.blog