หมวดหมู่คาเฟ่
ภาษาไทย
วันที่เผยแพร่3 เมษายน 2569 เวลา 00:26

คาเฟ่น่านั่งบ้านเพ ระยอง | มูสเค้กบลูเบอร์รี่ที่สามีฝรั่งยังต้องยอม

#คาเฟ่บ้านเพ ระยอง#คาเฟ่น่านั่ง ระยอง#มูสเค้กบลูเบอร์รี่

สารบัญ

14 รายการ

คาเฟ่บ้านเพที่สามีฝรั่งบังเอิญเจอก่อนไปเกาะเสม็ด

Elephante Cafe เป็นคาเฟ่น่านั่งเล็กๆ ในบ้านเพ ระยอง ห่างจากท่าเรือหนวดหนุ่มแค่เดินสิบนาที ร้านสองชั้นตกแต่งแนววินเทจ มีมูสเค้กบลูเบอร์รี่ที่อร่อยจนผมต้องยกให้เป็นเค้กที่ดีที่สุดที่เคยกินในไทย อเมริกาโน่แก้วละ 60 บาท ไม่แพงเลยครับ

ผมเป็นคนเกาหลีที่เคยอยู่เมืองไทยกับภรรยา ตอนนั้นเราจะไปเที่ยวเกาะเสม็ดกัน ไปถึงท่าเรือหนวดหนุ่มแล้วเรือยังไม่ออกอีกนาน ภรรยาก็เลยบอกว่า "ไปหากาแฟดื่มก่อนดีกว่า" เดินไปตามถนนริมหาดบ้านเพแล้วก็เจอตึกเล็กๆ สองชั้นหลังนี้ครับ ตอนนี้ผมกลับไปอยู่เกาหลีแล้ว แต่ยังคิดถึงที่นี่อยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะกาแฟนะครับ แต่เพราะเค้ก

ผมเคยตะลุยคาเฟ่มาเยอะตอนอยู่ไทย ตั้งแต่ย่านทองหล่อไปจนถึงพัทยาและเกาะเสม็ด แต่ระยองให้ฟีลที่ต่างออกไปเลยครับ ไม่ได้เป็นย่านที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยอะ พอนั่งอยู่ท่ามกลางคนในละแวกที่ใส่รองเท้าแตะมานั่งกินกาแฟวันหยุด ผมรู้สึกเหมือนไม่ใช่นักท่องเที่ยวแล้ว แต่เป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่จริงๆ

สิ่งที่สามีฝรั่งเรียนรู้จากการสั่งกาแฟในไทย

ก่อนจะเล่าเรื่องร้าน ผมขอแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวหน่อยนะครับ เรื่องวัฒนธรรมกาแฟของไทยที่ผมค่อยๆ เรียนรู้จากภรรยาและจากการสั่งผิดหลายครั้ง สำหรับชาวต่างชาติที่เพิ่งมาถึงเมืองไทย เรื่องนี้อาจเป็นประโยชน์ครับ

☕ สิ่งที่ฝรั่งมือใหม่ควรรู้ก่อนสั่งกาแฟในไทย

เสน่ห์กาแฟไทยที่ไม่เหมือนใครในโลก

เอสเพรสโซ่ Espresso

🌍 ในต่างประเทศ — มักจะเสิร์ฟแบบไม่หวาน ขมล้วนๆ

🇹🇭 ในไทย — หลายร้านเติมนมข้นหวานมาด้วย ซึ่งทำให้รสชาติกลมกล่อมขึ้นมาก ผมชอบนะครับแต่ตอนแรกตกใจเหมือนกัน

อเมริกาโน่ Americano

🌍 ในต่างประเทศ — เอสเพรสโซ่ + น้ำเปล่า ไม่มีน้ำตาล

🇹🇭 ในไทย — หลายร้านใส่ไซรัปน้ำตาลมาให้เลย ตอนแรกผมงงมากว่าทำไมอเมริกาโน่หวาน จนภรรยาสอนว่าถ้าไม่อยากหวานต้องบอก "ไม่หวาน"

คาเฟ่ลาเต้ Café Latte

🌍 ในต่างประเทศ — เอสเพรสโซ่ + นมสด ไม่หวาน

🇹🇭 ในไทย — หลายร้านใช้นมข้นหวาน + นมข้นจืดแทนนมสด ได้รสชาติเข้มข้นหอมมัน ผมว่านี่คือเอกลักษณ์ของกาแฟไทยที่หาไม่ได้ที่อื่นเลยครับ

กาแฟเย็น กาแฟเย็น

🌍 ในต่างประเทศ — ไม่มีเมนูนี้เลย (มีแค่ในไทย!)

🇹🇭 ในไทย — กาแฟเข้มข้น + นมข้นหวาน + น้ำตาล + นมข้นจืด + น้ำแข็ง รสชาติหวานมันครีมมี่สุดๆ ภรรยาผมสั่งทุกครั้ง และตอนนี้ผมก็ติดไปด้วยครับ

โอเลี้ยง โอเลี้ยง

🌍 ในต่างประเทศ — ไม่มีเมนูนี้เลย (มีแค่ในไทย!)

🇹🇭 ในไทย — กาแฟดำแบบไทยแท้ คั่วผสมธัญพืชอย่างข้าวโพด งา ถั่วเหลือง ให้กลิ่นหอมที่หาไม่ได้จากกาแฟที่ไหนในโลก ผมว่านี่คือสมบัติของวัฒนธรรมกาแฟไทยเลยครับ

⚠️ เคล็ดลับสำหรับเพื่อนต่างชาติ

ไม่อยากหวาน → บอก "ไม่ใส่น้ำตาล"
ไม่เอานมข้น → บอก "ไม่ใส่นมข้น"
หลายร้านยังเลือกระดับความหวานได้ 0% / 25% / 50% / 75% อีกด้วย ซึ่งสะดวกมากครับ

ผมเล่าเรื่องนี้เพราะอยากให้เพื่อนต่างชาติที่มาเที่ยวไทยเข้าใจว่า วัฒนธรรมกาแฟของไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจมากครับ ไม่ใช่ "ผิด" หรือ "แปลก" แต่เป็นรสชาติที่พัฒนามาจากวัฒนธรรมการกินของคนไทยจริงๆ ตอนที่ผมเข้าใจตรงนี้แล้ว ผมกลับชอบกาแฟสไตล์ไทยมากขึ้นด้วยซ้ำ

อเมริกาโน่ยูซุ รสชาติที่ต้องลุ้น

ผมสั่งอเมริกาโน่ยูซุ ที่เป็นเมนูแนะนำของร้าน ก้นแก้วเป็นไซรัปยูซุสีเหลืองแล้วอเมริกาโน่เทลงข้างบน มีเลมอนสไลซ์กับพาร์สลีย์แต่งหน้า ซึ่งดูเหมือนร้านนี้จะชอบแต่งพาร์สลีย์ในทุกเมนูเลย น่าจะเป็นซิกเนเจอร์ของร้านครับ แต่พูดตรงๆ นะ รสชาตินี้ค่อนข้างท้าทายเหมือนกัน ความขมของกาแฟกับความเปรี้ยวของยูซุมาพร้อมกัน ไม่รู้จะโฟกัสรสไหนดี เป็นเมนูที่ชอบไม่ชอบแบ่งชัดเลยครับ อเมริกาโน่แก้วละ 60 บาท

อเมริกาโน่ยูซุ Elephante Cafe ไซรัปยูซุสีเหลืองก้นแก้ว กาแฟเข้มด้านบน เมนูซิกเนเจอร์คาเฟ่บ้านเพ

ลิ้นจี่โซดาที่ภรรยาเลือก

ภรรยาผมยืนดูตู้โชว์อยู่ตั้งนานกว่าจะตัดสินใจ สุดท้ายสั่งลิ้นจี่โซดา เป็นโซดาใส่ไซรัปลิ้นจี่แล้วมีเนื้อลิ้นจี่ลูกใหญ่ๆ ลอยอยู่ข้างบน แน่นอนว่ามีพาร์สลีย์แต่งด้วย รสชาติเบาๆ สดชื่นดีครับ กลิ่นลิ้นจี่ไม่แรงจนเกินไป ฟุ้งนิดๆ แค่พอดี ราคา 75 บาท

ลิ้นจี่โซดา Elephante Cafe บ้านเพ โซดาใสเนื้อลิ้นจี่สด พาร์สลีย์แต่งหน้า
ลิ้นจี่โซดาและมูสเค้กบลูเบอร์รี่วางคู่กันบนโต๊ะไม้ คาเฟ่น่านั่งระยอง

เค้กที่ดีที่สุดในชีวิตกลับเจอที่คาเฟ่เล็กๆ ในบ้านเพ

ทีนี้มาถึงพระเอกของวันนั้นครับ เค้กสีม่วงที่ภรรยาหยิบมาจากตู้โชว์ ผมไม่ได้คาดหวังอะไรเลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากกัดคำแรกนี่เปลี่ยนทุกอย่างเลยครับ

ตู้โชว์ดีเสิร์ต Elephante Cafe มูสเค้ก เครปเค้ก มัทฉะเค้ก เรียงกันสวย

ในตู้โชว์มีมูสเค้ก เครปเค้ก เค้กมัทฉะสีเขียว เรียงเป็นแถวดูน่ากินมาก ชั้นบนมีขนมปังอีกหลายชนิด เค้กและขนมหลากหลายมากสำหรับร้านขนาดนี้ ภรรยาเลือกเค้กสีม่วงที่วางอยู่มุมขวาสุดครับ

มูสเค้กบลูเบอร์รี่กับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ ถ่ายด้วยเลนส์ซูม ตัวจริงเล็กกว่าในรูปเยอะ

พอเสิร์ฟมา เค้กตัวจริงเล็กมากครับ วางข้างแก้วเครื่องดื่มแล้วเล็กกว่าฝ่ามือ รูปนี้ถ่ายด้วยเลนส์ซูมเลยดูใหญ่กว่าของจริงเยอะ ของจริงกินสามสี่คำก็หมดแล้ว จำได้ว่าราคาประมาณ 100 บาท ถ้าดูแค่ปริมาณอาจจะไม่รู้สึกว่าถูก

แต่พอตักคำแรกเข้าปาก ผมกับภรรยามองหน้ากันแล้ววางช้อนลงพร้อมกันเลยครับ มูสบลูเบอร์รี่ข้างบนมีซอสเข้มข้นราดอยู่ ไม่หวานจัดแต่รสชาติเข้มข้นแผ่ซ่านในปากเลย ต้องบอกเลยว่านี่คือเค้กที่อร่อยที่สุดที่ผมเคยกินตลอดเวลาที่อยู่เมืองไทยครับ ไม่ได้พูดเกินจริงเลย

เลนส์ซูมทำให้เค้กดูใหญ่ แต่รสชาติไม่ได้โม้

มูสเค้กบลูเบอร์รี่โคลสอัพ คุกกี้ครัมเบิลช็อกโกแลตฐาน มูสสีม่วงอ่อน ซอสบลูเบอร์รี่ด้านบน

ถ่ายด้วยเลนส์ซูมเลยดูใหญ่โตมากในรูป แต่ของจริงแค่สามนิ้วเรียงกันเอง ฐานเป็นคุกกี้ครัมเบิลช็อกโกแลต ข้างบนเป็นมูสสีม่วงอ่อนแล้วมีซอสบลูเบอร์รี่ราดข้นๆ เท็กซ์เจอร์ของมูสที่ละลายบนลิ้นเนียนพอดี และซอสบลูเบอร์รี่ไม่ได้กลบรสมูสเลย นี่คือจุดเด่นครับ เค้กที่สมดุลแบบนี้หายากกว่าที่คิดนะ

จานมูสเค้กบลูเบอร์รี่ตกแต่งด้วยโอ๊ตเฟลกและน้ำตาลไอซิ่ง พรีเซนเทชันสวย

จานเค้กตกแต่งด้วยโอ๊ตเฟลกกับน้ำตาลไอซิ่งโรยละเอียด พรีเซนเทชันแบบนี้ผมไม่คิดว่าจะเจอที่ร้านเล็กๆ ในบ้านเพ ความรู้สึกเหมือนสั่งดีเสิร์ตคอร์สในร้านหรูเลยครับ คาเฟ่ดังๆ ในกรุงเทพฯ หลายร้านยังไม่จัดจานขนาดนี้เลย เจอที่นี่แล้วผมค่อนข้างตกใจเลยครับ

ดูจากไซรัปก็รู้ว่าร้านนี้ฝีมือดี

ซอสบลูเบอร์รี่เงาวาวราดบนมูสเค้ก ถ่ายโคลสอัพ ร้านเค้กอร่อยระยอง

ซูมเข้าไปดูซอสบลูเบอร์รี่ใกล้ๆ ครับ ไซรัปเงาวาวไหลลงมาบนมูสเค้ก ถ้าทำไม่ดีจะหวานจัดเหมือนน้ำเชื่อมแล้วกลบรสเค้กหมดเลย แต่ของร้านนี้ออกเปรี้ยวสดชื่นมากกว่าหวาน มูสเองหวานนิดๆ แล้วซอสมาเติมโน้ตเปรี้ยวให้พอดี

ผ่าเค้กดูโครงสร้างข้างใน

หน้าตัดมูสเค้กบลูเบอร์รี่ ฐานช็อกโกแลตเค้กชีต มูสบลูเบอร์รี่ชั้นบน

ตัดดูข้างในครับ ไม่ได้เป็นมูสล้วนทั้งก้อน ฐานล่างเป็นช็อกโกแลตเค้กชีตแล้วค่อยมีมูสบลูเบอร์รี่ปาดบางๆ ข้างบน การทำมูสให้บางแต่สม่ำเสมอแบบนี้ไม่ง่ายเลยนะครับ หนาไปจะเลี่ยน บางไปจะไม่มีตัวตน แต่อันนี้พอตักคำเดียว ได้ทั้งความหนักของเค้กชีตกับความนุ่มของมูสพร้อมกัน

หน้าตัดขยายมูสเค้ก เห็นเนื้อบลูเบอร์รี่ฝังในเนื้อมูสชัดเจน

ดูหน้าตัดใกล้ๆ จะเห็นว่ามีเนื้อบลูเบอร์รี่ฝังอยู่ข้างในมูสด้วย ไม่ใช่แค่ราดซอสข้างบนอย่างเดียว แต่ใส่ผลไม้จริงข้างในเลยครับ

ซอสบลูเบอร์รี่โคลสอัพ เนื้อข้นหนืดค่อยๆ ไหลบนมูสเค้ก เห็นเม็ดบลูเบอร์รี่ทั้งลูก

ถ่ายซอสอีกช็อตครับ เนื้อข้นหนืดไหลช้าๆ ไม่ได้เหลวเป็นน้ำ แต่ค่อยๆ กระจายตัวบนมูส เคี้ยวแล้วเจอเม็ดบลูเบอร์รี่เต็มลูกอยู่ในซอส รู้สึกได้เลยว่าทำเอง ไม่ใช่ซอสสำเร็จรูปครับ

ภายในร้านที่ถ่ายได้แค่เลนส์ซูม

มาเล่าเรื่องบรรยากาศภายในร้านบ้างครับ รูปทั้งหมดถ่ายจากข้างในร้านเพราะผมมีแค่เลนส์ซูม ถ่ายด้านนอกไม่ได้

ภายใน Elephante Cafe ตู้ไม้สีเขียวแอนทีค ผ้าปักตกแต่ง กรอบรูปเก่าวางบนชั้น คาเฟ่น่านั่งบ้านเพ

ร้านไม่ได้กว้างมากแต่จัดเฟอร์นิเจอร์แอนทีคกับของตกแต่งสไตล์ไทยได้ลงตัว ไม่ใช่แบบตั้งใจจัดฉาก แต่ดูเป็นธรรมชาติเหมือนของเดิมที่อยู่ตรงนั้นมาตลอด ผมชอบตรงนี้ครับ คาเฟ่หลายร้านพยายามจัดสวยแต่ดูฝืน ที่นี่ไม่ได้ลงทุนหนักแต่สร้างบรรยากาศได้ดีมาก

ของสะสมที่เหมือนพิพิธภัณฑ์วินเทจ

ช้างไม้แกะสลักติดผนัง ชั้นไม้วางโมเดลมอเตอร์ไซค์จิ๋ว และตุ๊กตาเชลล์แครกเกอร์
เวสป้าวินเทจสีฟ้ากับมังกี้ไบค์สีทองจอดโชว์ในร้าน Elephante Cafe
กีตาร์ Fender Telecaster ในตู้กระจก ข้างผนังมีภาพปาปิรุสอียิปต์

ผนังมีช้างไม้แกะสลักขนาดใหญ่ ชั้นไม้แต่ละชั้นเต็มไปด้วยโมเดลมอเตอร์ไซค์จิ๋ว ตุ๊กตาเชลล์แครกเกอร์ มุมหนึ่งมีเวสป้าวินเทจสีฟ้าตั้งโชว์ ข้างหลังเป็นมังกี้ไบค์สีทอง ไม่รู้เจ้าของสะสมไว้มากขนาดนี้ได้ยังไงครับ ร้านทั้งร้านเหมือนพิพิธภัณฑ์วินเทจเล็กๆ ส่วนตู้กระจกฝั่งผนังมีกีตาร์ Fender Telecaster พร้อมป้ายเขียนว่า "Fender Telecaster Japan 1987-1990" คาเฟ่ที่มีกีตาร์ตั้งโชว์ด้วยนี่ผมเพิ่งเจอเป็นที่แรกเลยครับ ดูรวมๆ แล้วไม่มีธีมตายตัว แต่แปลกที่ไม่รกเลย เหมือนห้องนั่งเล่นของคนที่รวมของที่ชอบมาไว้ในที่เดียว

ที่จอดรถหน้าร้านมีประมาณ 5 คันครับ ช่วงบ่ายวันหยุดอาจจะแย่งที่กันหน่อย แนะนำให้มาเช้าๆ

โครงสร้าง 2 ชั้น บันไดโค้งอิฐสวยมาก

บันไดโค้งอิฐขึ้นชั้น 2 Elephante Cafe มุมนั่งอุ่นใจใต้บันได คาเฟ่บ้านเพระยอง

ร้านเป็น 2 ชั้น บันไดก่ออิฐทำเป็นซุ้มโค้ง ใต้บันไดมีมุมนั่งส่วนตัวเล็กๆ อุ่นมาก ขึ้นชั้นบนก็มีที่นั่งเพิ่มอีกครับ

ที่นั่งเยอะ ชั้น 2 ริมหน้าต่างนั่งสบายสุด

ชั้น 2 Elephante Cafe โต๊ะไม้แผ่นใหญ่ หน้าต่างบานใหญ่เห็นต้นไม้เขียว
เก้าอี้ไม้เบาะหนังสีน้ำตาล ผ้าลายไทยหุ้มข้างเก้าอี้ ชั้น 1 Elephante Cafe
โซฟานั่งเล่น ผนังแขวนภาพปาปิรุสอียิปต์ ตู้โชว์โมเดลจิ๋ว โคมจี้สีฟ้า

ชั้น 2 มีโต๊ะไม้แผ่นใหญ่สำหรับนั่งกลุ่ม มองออกไปเห็นต้นไม้เขียวๆ เลย โต๊ะนี้น่าจะเป็นที่นิยมที่สุดครับ ชั้น 1 มีเก้าอี้ไม้เตี้ยๆ ปูเบาะหนังสีน้ำตาล พนักพิงเอนนิดๆ นั่งเอนหลังได้สบาย ข้างเก้าอี้หุ้มผ้าลายไทยสวยมาก ดีเทลแบบนี้แหละครับที่ทำให้ร้านมีเสน่ห์ ฝั่งโซฟามีภาพปาปิรุสอียิปต์กับตู้โชว์โมเดลจิ๋วแขวนเรียงเต็มผนัง โคมจี้สีฟ้าห้อยลงมา ดูเหมือนแกลเลอรี่เล็กๆ ยังคงไม่มีธีมตายตัวเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าความ "ไม่เป็นระเบียบ" นี่แหละคือคาแรกเตอร์ของร้านนี้ครับ

ประโยคภาษาไทยที่สามีต่างชาติควรรู้เวลาไปคาเฟ่

สุดท้ายนี้ ผมรวมประโยคภาษาไทยที่ผมใช้บ่อยตอนไปคาเฟ่มาฝากครับ เผื่อเพื่อนต่างชาติคนไหนอ่านอยู่ หรือถ้าคนไทยอ่านก็ลองสอนแฟนหรือเพื่อนต่างชาติได้นะครับ

🗣️ 10 ประโยคสั่งกาแฟที่สามีฝรั่งควรพูดได้

สอนแฟนต่างชาติสั่งกาแฟเป็นภาษาไทย!

เอาอันนี้ค่ะ/ครับ

ao an-née kâ/kráp

I'd like this one, please.

ไม่ใส่น้ำตาล

mâi sài nám-dtaan

No sugar, please.

ไม่ใส่นมข้น

mâi sài nom-kôn

No condensed milk, please.

หวานน้อยหน่อย

wǎan nói nòi

Less sweet, please.

ใส่น้ำแข็งเยอะๆ

sài nám-kǎeng yóe-yóe

Extra ice, please.

เอาร้อนค่ะ/ครับ

ao ráwn kâ/kráp

Hot, please.

ห่อกลับบ้านค่ะ/ครับ

hòr glàp bâan kâ/kráp

To go, please.

รหัสไวไฟอะไรคะ/ครับ

rá-hàt wai-fai a-rai ká/kráp

What's the Wi-Fi password?

ขอน้ำเปล่าค่ะ/ครับ

kǎw nám-bplào kâ/kráp

Water, please.

เก็บตังค์ค่ะ/ครับ

gèp dtang kâ/kráp

Check, please.

💡 แนะนำเพิ่มเติม

ผู้หญิงลงท้ายด้วย "ค่ะ" ผู้ชายลงท้ายด้วย "ครับ" จะสุภาพมากขึ้น ส่วนเรื่องระดับความหวาน ถ้าอยากบอกเป็นเปอร์เซ็นต์ก็พูดว่า "ห้าสิบเปอร์เซ็นต์" ได้เลยครับ ร้านส่วนใหญ่เข้าใจ

ข้อมูลร้าน Elephante Cafe สำหรับคนจะแวะ

สรุปแล้ว Elephante Cafe เป็นคาเฟ่น่านั่งที่เหมาะสำหรับแวะก่อนข้ามไปเกาะเสม็ดครับ จากท่าเรือหนวดหนุ่มขับรถ 2-3 นาที เดินก็แค่ 10 นาที อเมริกาโน่ 60 บาท ลิ้นจี่โซดา 75 บาท มูสเค้กบลูเบอร์รี่จำได้ว่าประมาณ 100 บาท คนละ 200 บาทก็กินทั้งเครื่องดื่มและขนมได้สบายๆ เลย ถ้าเทียบกับคาเฟ่ย่านทองหล่อหรืออารีย์ ที่กินแบบเดียวกันตกคนละ 300-400 บาท ที่นี่ถูกกว่าครึ่งแต่ดีเสิร์ตกลับอร่อยกว่าด้วยซ้ำ รู้สึกน่าเสียดายแทนร้านเลยครับที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก

มีรีวิวบอกว่าบางทีไปช่วงบ่ายแก่ๆ เมล็ดกาแฟหมดก่อน สั่งกาแฟไม่ได้ เพราะฉะนั้นแนะนำให้ไปช่วงเช้าหรือบ่ายต้นๆ ครับ เปิดวันธรรมดา 09:00-18:00 วันหยุด 07:00-18:00 มี Wi-Fi ฟรี ใครจะไปเที่ยวระยองหรือจะข้ามไปเกาะเสม็ดแล้วมีเวลาเหลือ ลองแวะดูนะครับ แต่พูดตรงๆ สิ่งที่ผมอยากให้เช็คมากที่สุดคือมูสเค้กบลูเบอร์รี่ยังมีอยู่ในเมนูหรือเปล่า เพราะถ้ายังมี นี่คือเหตุผลหลักที่ควรแวะเลยครับ

โพสต์นี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ https://hi-jsb.blog

วันที่เผยแพร่ 3 เมษายน 2569 เวลา 00:26
วันที่อัปเดต 3 เมษายน 2569 เวลา 00:36