รีวิวยากิโซบะบูลดัก|รุ่นลิมิเต็ดญี่ปุ่นไม่เผ็ดเลยจริงหรือ? ทดสอบรสชาติตรงๆ
ทำไมรสลิมิเต็ดญี่ปุ่นถึงมาอยู่ที่เกาหลี?
ตอนที่ไปเดินโซนมาม่าที่ห้างลอตเต้มาร์ท (Lotte Mart) ในเกาหลีครั้งก่อน ตอนหยิบบูลดัก 4 ชีสมา จริงๆ แล้วมีอีกตัวที่สะดุดตามากเลย นั่นก็คือ "ยากิโซบะบูลดัก" ที่อยู่ข้างๆ พร้อมแพ็คเกจภาษาญี่ปุ่นเท่ๆ ตัวนี้เคยเป็นของฝากต้องซื้อเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่เพราะคนขอกันเยอะมาก เลยถูกนำเข้ากลับมาขายที่เกาหลี พอเห็นมาม่าในตำนานตัวเป็นๆ ก็เดินผ่านไปไม่ได้เลยจริงๆ
เลยแอบหยิบใส่ตะกร้าตอนซื้อ 4 ชีสไปด้วย ยากิโซบะเค็มๆ มันๆ เจอกับบูลดักเผ็ดๆ จะเกิดเคมีแบบไหนนะ อยากรู้มากเลยรีบต้มทันที มาเริ่มรีวิวตรงๆ กันเลย!
ดีไซน์แพ็คเกจสไตล์เทศกาลญี่ปุ่น

แพ็คเกจก็เต็มไปด้วยความเป็นญี่ปุ่นเลย มาสคอตน้องไก่บูลดักใส่ชุดเทศกาลญี่ปุ่นแล้วยังใส่แว่นกันแดดอีก ดูฮิปดี บนแพ็คเกจเขียนว่า "รสเผ็ดหอมลึกซึ้ง" แต่ซอสยากิโซบะเค็มๆ จะผสมกับความเผ็ดของบูลดักยังไง จินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ดูจากรูปตัวอย่างการปรุงก็ดูข้นๆ เข้มข้นดี จะถูกปากเราไหมนะ มาเปิดดูกันเลย!
ระบบเทน้ำที่สะดวกมาก

บนฝามีรูปสามเหลี่ยมสำหรับเทน้ำออก คนที่กินมาม่าบ่อยๆ น่าจะรู้ว่าช่วงหลังมานี้มาม่าแบบคลุกจะมีระบบแทงรูด้วยตะเกียบแล้วเทน้ำออกแบบนี้ สมัยก่อนที่ต้องเปิดฝานิดเดียวแล้วลุ้นว่าเส้นจะหลุดออกมาไหมตอนเทน้ำกลายเป็นอดีตไปแล้ว ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่สามารถเทน้ำออกได้โดยไม่ต้องเสียเส้นแม้แต่เส้นเดียว สะดวกมากจริงๆ สมัยก่อนเคยเทน้ำแล้วเส้นหลุดไปในอ่างล้างจานสัก 30-40% เลย เป็นประสบการณ์เจ็บปวดมาก
เช็คข้อมูลโภชนาการและปริมาณโซเดียม

มาม่าเกาหลีสมัยนี้จะมีกราฟแบบนี้ติดอยู่ข้างกล่องเลย เพราะผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น วงการอาหารเลยต้องแสดงปริมาณโซเดียมให้เห็นชัดๆ ด้วยกราฟแบบนี้ เดินดูชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ต ตอนนี้มาม่าส่วนใหญ่มีป้ายนี้หมดแล้ว
ตัวนี้มีโซเดียม 1260 มก. อยู่ในระดับ 4 จาก 8 ระดับตามมาตรฐานเกาหลี มาม่าทอดแบบไม่มีน้ำซุปเฉลี่ยอยู่ที่ 1140 มก. ตัวนี้สูงกว่านิดหน่อย ก็เข้าใจได้เพราะต้องทำรสเค็มๆ มันๆ แบบยากิโซบา ใครที่ควบคุมเกลืออยู่ลองดูไว้เป็นข้อมูลนะ
วิธีทำง่ายๆ

ด้านข้างมีน้องไก่บอกวิธีทำ วิธีง่ายมาก เปิดฝา เอาซองซอสออก เทน้ำร้อนรอ 4 นาที แล้วก็แทงรูบนฝาเทน้ำออกให้หมด ใส่ซอสคลุกเคล้าเป็นอันเสร็จ ครั้งก่อนบูลดัก 4 ชีสต้องใช้ไมโครเวฟไม่ต้องเทน้ำ แต่ตัวนี้เป็นสไตล์มาม่าคลุกแบบดั้งเดิม ที่สำคัญคือต้องเทน้ำ "ออกให้หมด" ถ้ามีน้ำเหลืออยู่รสซอสจะจืด ต้องเทให้สะอาดเลย
เช็คส่วนประกอบสำหรับผู้อ่านทั่วโลก

ดูส่วนประกอบละเอียดๆ มีไข่ ถั่วเหลือง ข้าวสาลี มะเขือเทศ เนื้อไก่ และเนื้อวัว จุดสำคัญคือ ไม่มีเนื้อหมู แต่มีเนื้อวัว
เพราะ Hi-JSB Blog ถูกแปลเป็นหลายภาษาให้คนทั่วโลกอ่าน เลยอยากบอกข้อมูลนี้ให้คนที่ต้องเช็คส่วนประกอบเพราะเหตุผลทางศาสนาหรือวัฒนธรรม ถ้าเป็นชาวฮินดูที่ไม่กินเนื้อวัวก็ควรหลีกเลี่ยงตัวนี้ ในทางกลับกัน ถ้าเป็นคนที่หลีกเลี่ยงเนื้อหมู ก็ลองดูว่าในส่วนประกอบไม่มีเนื้อหมูนะ
ส่วนประกอบภายในเรียบง่าย

เปิดฝาออกมา ข้างในเรียบง่ายมาก มีแค่เส้นกับซอสเหลว 1 ซอง ปกติพวกรสพิเศษอย่างคาโบนาราหรือชีสบูลดักจะมีผงโรยแยกต่างหากต้องผสมสองอย่าง แต่ตัวนี้ใช้ซอสเหลวซองเดียวชนะ ที่สำคัญคือซอสนี้ไม่ใช่ซอสบูลดักออริจินัล แต่เป็นซอสเฉพาะ "ยากิโซบะบูลดัก" ในซองเดียวมีทั้งรสยากิโซบะและความเผ็ดบูลดัก ไม่ต้องยุ่งยากโรยผง สะดวกดีกว่าอีก
1. เทน้ำร้อน

เอาน้ำร้อนจากตู้กดน้ำเทจนถึงขีดด้านในถ้วย ปิดฝาให้ดีแล้วรอ 4 นาทีด้วยใจระทึก ให้เส้นสุกพอดี
2. เทน้ำออก (ทริคสำคัญ)

พอครบ 4 นาทีเส้นสุกพอดีแล้ว ก็ถึงเวลาเทน้ำออก มีทริคสำคัญบอกหน่อย อย่าแทงรูสามเหลี่ยมบนฝาเบาๆ ตามคำแนะนำ ให้แทงให้ใหญ่กว่านั้นหน่อย! ถ้าแทงเล็กตามที่เขียน น้ำจะไหลออกช้ามาก รอได้ทั้งวันเลย หิวอยู่แล้วต้องมานั่งดูน้ำไหลจิ๋วๆ หงุดหงิดตายแน่ แทงให้ใหญ่พอที่เส้นไม่หลุดออกมาแล้วเทน้ำออกฉับๆ ดีต่อสุขภาพจิตกว่า
3. หลังเทซอส

เทน้ำออกหมดแล้วก็เทซอสลงไป พูดตรงๆ หน้าตาดูธรรมดามาก ไม่ค่อยเห็นเครื่องอะไร ก็เป็นข้อจำกัดของมาม่าถ้วยอยู่แหละ
4. คลุกเสร็จ

คลุกเสร็จแล้ว สีแดงแบบบูลดักหายไปไหนหมด เหลือแต่สีน้ำตาล ดูสีอย่างเดียวไม่เผ็ดเลย ทำให้ประมาทได้ง่ายมาก
5. เส้นและความเงางาม

ใช้ตะเกียบหยิบเส้นขึ้นมาเยอะๆ ซอสยากิโซบะเคลือบเส้นได้ดีมาก ความเงางามวาววับ การเคลือบซอสต้องยกนิ้วให้ ดูภายนอกเหมือนบะหมี่ซีอิ๊วธรรมดา แต่ข้างในจะซ่อนความเผ็ดแบบบูลดักไว้ไหมนะ ด้วยความตื่นเต้นและลุ้น มาลองกินคำแรกกันเลย!
รีวิวรสชาติยากิโซบะบูลดัก
ลองกินดูแล้ว รู้สึกได้เลยว่าพยายามทำรสแบบญี่ปุ่นแท้ๆ รสหวานๆ เค็มๆ แบบยากิโซบะทำออกมาได้ดีมาก
แต่ตอนกินก็ยังสงสัยตลอดว่า "นี่บูลดักจริงหรอ?" เพราะสำหรับเราแทบไม่รู้สึกเผ็ดเลย ถ้าพูดถึงซีรีส์บูลดัก ต้องมีความเผ็ดที่กระแทกปากเป็นพื้นฐาน แต่ตัวนี้นุ่มนวลมาก คิดว่าน่าจะปรับให้เข้ากับผู้บริโภคญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยถนัดรสเผ็ด ให้ใครก็กินได้สบายๆ
รสชาตินี้ทำลายความเชื่อที่ว่า "บูลดักต้องเผ็ด" ของเราไปเลย แต่พูดตรงๆ ข้อเสียที่สุดคือขาด "เอกลักษณ์เฉพาะตัว" ไม่ใช่ว่าไม่อร่อยนะ แต่รสชาติคล้ายกับมาม่าถ้วยยากิโซบะที่ซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่นทั่วไป อยากให้มีคิกแบบแบรนด์บูลดักมากกว่านี้หน่อย
สรุป
สรุปแล้ว ยากิโซบะบูลดักเป็นสินค้าที่เน้นความหวานเค็มแบบยากิโซบะมากกว่าความเผ็ดแรงๆ ถ้าคุณเคยกลัวความเผ็ดระดับฆ่าคนของบูลดักจนไม่กล้าลอง ตัวนี้กลับเป็นตัวเริ่มต้นที่ดีมาก ในทางกลับกัน ถ้าคุณเหมือนเราที่หวังความเผ็ดแบบคลายเครียด อาจจะรู้สึกจืดหน่อย ตอนนั้นลองราดมายองเนสเพิ่มความมัน หรือโรยพริกป่นเยอะๆ ก็ได้
บางทีอยากกินมาม่าแปลกๆ ตัวนี้ก็น่าสนใจดี ยังมีมาม่าที่ซื้อมาจากลอตเต้มาร์ทอีกหลายตัวยังไม่ได้เปิด คอยติดตามว่าจะรีวิวตัวไหนต่อไปนะ!
บทความนี้เผยแพร่จาก https://hi-jsb.blog