
คาเฟ่เรโทรเกาหลี อึบชอนรี382 ฟีลบ้านยายชนบท
สารบัญ
12 รายการ
อึบชอนรี382 (Eupcheonri 382) — คาเฟ่เรโทรฟีลชนบทที่ควรแวะสักครั้งเวลาเที่ยวเกาหลี
อึบชอนรี382 เป็นคาเฟ่เรโทรที่ยกความรู้สึกแบบหมู่บ้านชนบทเกาหลีมาไว้กลางเมือง มีประมาณ 200 สาขาทั่วประเทศตั้งแต่โซล ปูซาน แทกู แทจอน ไปจนถึงเชจู ทิศทางของร้านนี้ต่างจากคาเฟ่คุ้นตาอย่างสตาร์บัคส์หรือทูซัมเพลซแบบชัดเจน เลยเป็นแบรนด์ที่ฉันชอบแนะนำเพื่อนต่างชาติอยู่เสมอเวลาพูดถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมคาเฟ่เกาหลี ที่นี่มีทั้งมีซุตการู (misutgaru, เครื่องดื่มธัญพืชเกาหลีแบบดั้งเดิม) ซุกลาเต้ (ssuk latte, ลาเต้อาร์ทีมิเซียเกาหลี) และยักกวา (yakgwa, ขนมทอดเคลือน้ำผึ้งแบบเกาหลี) ให้ลอง แถมตัวร้านเองก็จัดให้เหมือนบ้านคุณยายในชนบทเกาหลีแบบเต็มตัวด้วย
ฉันอาศัยอยู่ในเกาหลี แล้วช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2025 ก็ได้ไปสาขายูซองออนชอนที่แทจอนกับภรรยาและเพื่อนรวมสามคน จริง ๆ รู้จักคาเฟ่นี้มานานแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งกินจริงจัง ถ้าพูดตรง ๆ เลย มันไม่ใช่ร้านที่จะทำให้ประทับใจเรื่องรสชาติกาแฟแบบสุด ๆ หรอก แต่ถ้าพูดถึงร้านที่แสดงให้เห็นว่า คาเฟ่เกาหลีไม่ได้เป็นแค่ที่ขายกาแฟ แต่เป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมได้เหมือนกัน ที่นี่แทบไม่มีคู่แข่งเลย เดี๋ยวฉันจะเล่าไปทีละส่วนพร้อมรูปที่ถ่ายเอง
อีกอย่าง อึบชอนรี382 เป็นแฟรนไชส์ทั่วประเทศ เพราะงั้นแต่ละสาขาจะตกแต่งไม่เหมือนกันเสียทีเดียว รูปที่ฉันเอามาให้ดูทั้งหมดเป็นของสาขาแทจอน ยูซองออนชอน แต่คอนเซ็ปต์หลักเรื่องบรรยากาศชนบทยังเหมือนกัน เพียงแค่พร็อพหรือการจัดวางจะต่างกันตามแต่ละร้าน ถ้าไปสาขาในโซลหรือปูซานก็อาจให้อารมณ์ต่างออกไปอีกแบบ

หน้าร้านอึบชอนรี382 — จำไว้แค่ไฟพระจันทร์สีน้ำเงินกับป้ายแดงก็พอ

เวลาหาสาขาอึบชอนรี382 สิ่งแรกที่สะดุดตาที่สุดคือไฟพระจันทร์สีน้ำเงินดวงใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังด้านนอก ตัวอาคารตกแต่งด้วยแผ่นไม้และอิฐ พอมีแสงโคมสีอุ่นเพิ่มเข้ามา ตอนกลางคืนบรรยากาศจะดีมาก ไฟพระจันทร์สีน้ำเงินนี้เป็นจุดร่วมแทบทุกสาขา เพราะฉะนั้นถ้าเดินอยู่ตามถนนในเกาหลีแล้วเจอสิ่งนี้ ก็คิดไว้ได้เลยว่า “อ๋อ นี่แหละอึบชอนรี”

ตรงทางเท้าหน้าร้านจะมีป้ายตั้งสีแดงวางอยู่ เขียนว่า “กาแฟอึบชอนรี” ต่อให้คุณอ่านเกาหลีไม่ออกก็ไม่เป็นไร แค่จำป้ายแดงกับไฟพระจันทร์สีน้ำเงินไว้สองอย่างนี้ก็พอ ไม่ว่าจะเดินอยู่แถวไหนในเกาหลี ถ้าเห็นคู่นี้ก็แทบจะแยกอึบชอนรี382ออกได้ทันที ส่วนใหญ่ร้านจะอยู่ชั้นหนึ่งของอาคาร และมักโผล่ในย่านอพาร์ตเมนต์หรือย่านร้านค้าค่อนข้างบ่อย
ภายในร้าน — บ้านคุณยายชนบทเกาหลีกลางเมือง

พอเดินเข้าร้าน บรรยากาศจะเปลี่ยนทันที ตรงกลางมีต้นไม้ใหญ่ตั้งอยู่และมีแชนเดอเลียร์แขวนอยู่ด้านบน ด้านหนึ่งมีประตูใส่ลายไม้แบบดั้งเดิม ผนังมีนาฬิกาเก่า ดอกทานตะวันตกแต่ง และตุ๊กตาหมีตัวโต ทุกวันนี้คาเฟ่เกาหลีส่วนมากจะเป็นแนวมินิมอล ขาว ๆ เรียบ ๆ แต่อึบชอนรี382ตรงข้ามแบบชัดเจน มันออกจะดูแน่นไปด้วยของตกแต่งและแอบวุ่นนิด ๆ แต่ตรงนั้นแหละคือเสน่ห์ของร้านนี้ ระหว่างรอเครื่องดื่ม เดินวนถ่ายรูปได้สนุกมาก

ผนังอิฐมีดอกไม้แขวนอยู่ พื้นกระเบื้องก็เป็นลายแบบเก่าที่เดี๋ยวนี้แทบไม่ค่อยเห็นในคาเฟ่ทั่วไป ถ้านั่งริมหน้าต่างจะเห็นข้างนอกลอดผ่านผ้าม่านลูกไม้เบา ๆ ซึ่งให้ฟีลดีอยู่เหมือนกัน ร้านไม่ได้ใหญ่มากแบบโอ่อ่าจนเดินหลง แต่ก็ไม่ได้แคบเหมือนคาเฟ่สายซื้อกลับอย่างแพ็กดาบังหรือคอมโพสคอฟฟี่ พูดง่าย ๆ คือมีพื้นที่พอสมควรแต่ไม่ถึงกับกว้างสุด ๆ ถ้าไปช่วงบ่ายวันเสาร์อาทิตย์ก็อาจหาที่นั่งยากนิดหน่อย ตอนฉันไปก็ต้องรอสักพักเหมือนกัน
โต๊ะนั่งกับภาพลานบ้านชนบท

ที่นี่มีโต๊ะแบบนั่งปกติด้วย เก้าอี้ลายดอกดูสนุกมาก และสไตล์แบบนี้แทบไม่เห็นแล้วในคาเฟ่เกาหลียุคนี้ เขาตั้งใจทำให้มันมีฟีลย้อนยุคจริง ๆ โต๊ะก็กว้างพอจะวางทั้งเครื่องดื่มและขนมพร้อมกันได้สบาย

บนผนังมีภาพลานบ้านชนบทติดอยู่ ทำเหมือนหน้าต่างจริงเสียจนตอนแรกอาจโดนหลอกได้เล็กน้อย มองผ่านลายไม้ไปแล้วเหมือนมีสวนเขียว ๆ อยู่ข้างนอก รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้แหละที่ทำให้อึบชอนรี382ต่างจากแฟรนไชส์อื่นอย่างชัดเจน
ที่นั่งพื้นแบบเกาหลีดั้งเดิม — ลองนั่งพย็องซังดูสักครั้ง

ในอึบชอนรี382มีที่นั่งแบบนั่งพื้นด้วย ในเกาหลีเรียกว่า พย็องซัง (pyeongsang, ม้านั่งพื้นไม้แบบดั้งเดิมของเกาหลี) เป็นพื้นไม้เตี้ยกว้าง ๆ ปูเบาะแล้วนั่งกับพื้นกินกัน เวลาคุณไปชนบทเกาหลีมักจะเห็นอะไรแบบนี้อยู่ตามลานหรือชานบ้านเสมอ หน้าร้อนคุณยายหั่นแตงโมมาเสิร์ฟตรงนี้ แล้วทุกคนก็นั่งล้อมกันกิน อึบชอนรี382เอาความทรงจำนั้นมาใส่ไว้ในคาเฟ่เลย สำหรับคนที่ไม่ได้โตมาในเกาหลี รูปแบบการนั่งแบบนี้กลับยิ่งสนุกและแปลกใหม่

มุมนี้เป็นพื้นไม้ปูเบาะแล้วมีโต๊ะถาดเล็กวางอยู่ ต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้นไปนั่ง ตอนแรกอาจรู้สึกแปลกนิดหน่อย แต่พอนั่งจริงกลับสบายกว่าที่คิด คนเกาหลีชอบใช้มุมแบบนี้นั่งเหยียดขา คุยกันยาว ๆ แบบไม่เร่งรีบ

อันนี้เป็นพย็องซังที่กว้างกว่า ด้านบนเป็นแผ่นไม้กว้างปูเบาะกลม และตรงกลางมีถาดแบบดั้งเดิมวางอยู่ มันเหมือนภาพจำตอนมีแขกมาบ้านต่างจังหวัดเกาหลีแล้วเจ้าบ้านยกผลไม้กับเครื่องดื่มมาวางบนถาดแบบนี้เลย พอนั่งตรงนี้ดื่มอะไรสักอย่าง ความรู้สึกมันไม่เหมือนกำลังอยู่ในคาเฟ่ แต่เหมือนกำลังไปเยี่ยมบ้านใครสักคนแล้วได้รับการต้อนรับมากกว่า
ของตกแต่งวินเทจของอึบชอนรี382 — ตุ๊กตาหมี นาฬิกาเก่า และตู้โชว์แบบบ้านคุณยาย

สิ่งแรกที่สะดุดตาฉันในร้านคือนาฬิกาเรือนนี้ มันเป็นนาฬิกาสองด้านแบบเก่าตกแต่งสีทอง ด้านหลังมีต้นไม้ใหญ่ แล้วด้านล่างมีตุ๊กตาหมีตัวโตใส่หมวกอึบชอนรีนั่งอยู่ มันเป็นการจับคู่ที่ฟังดูไม่น่าจะเข้ากัน แต่พอเห็นจริงกลับเข้ากันแปลก ๆ ให้ฟีลเหมือนนาฬิกาเก่าในบ้านคุณยายที่มีตุ๊กตาซึ่งหลานเอามาวางทิ้งไว้ข้าง ๆ

ตุ๊กตาหมีตัวนี้เหมือนเป็นมาสคอตของอึบชอนรี382เลย หมวกสีเขียวมีชื่อร้านเขียนอยู่ ดูเหมือนแต่ละสาขาจะมีอย่างน้อยหนึ่งตัว พอภรรยากับเพื่อนเดินเข้ามา ทั้งคู่ก็รีบไปถ่ายรูปกับหมีตัวนี้ก่อนทันที ขนาดมันค่อนข้างใหญ่ เพราะงั้นถ้านั่งข้าง ๆ แล้วถ่ายรูป ภาพจะออกมาดีทีเดียว
ของจุกจิกที่ซ่อนอยู่ทั่วร้าน

นี่คือโปสเตอร์ที่ติดอยู่บนผนัง แนะนำเมนูที่ใช้วัตถุดิบชนบทเกาหลีอย่างมันหวาน มันฝรั่ง ข้าวโพด และแตงโม ถึงจะอ่านเกาหลีไม่ออก แต่ดูรูปก็พอเดาออกคร่าว ๆ ว่าเป็นเมนูแบบไหน ระบบสั่งจะใช้คีออสก์ (kiosk, เครื่องสั่งอาหารด้วยตัวเอง) และรองรับแค่ภาษาเกาหลี ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ แต่เพราะมีรูปขึ้นหมด ถ้าอาศัยดูภาพแล้วเลือกก็ไม่ได้ลำบากมาก แค่ครั้งแรกอาจงงนิดหน่อย

บนชั้นมีของตกแต่งเต็มไปหมด ทั้งช้างตกแต่ง ภาพดอกทานตะวัน ไรอันจากคาคาโอเฟรนด์ส์ แม้แต่แมวกวักแบบญี่ปุ่นก็ยังมี ถ้าถามเรื่องความเป็นระเบียบ ตรง ๆ เลยคือมันไม่ได้คุมโทนอะไรขนาดนั้น แต่ตู้โชว์ในบ้านคุณยายก็มักเป็นแบบนี้ใช่ไหม ของที่หลานซื้อกลับมาจากทริป ของที่ซื้อจากซูเปอร์เพราะเห็นว่าน่ารัก ทุกอย่างปนกันไป แต่ความปะปนนั่นแหละกลับทำให้รู้สึกอบอุ่น

มีโคมตะเกียงน้ำมันสีแดงแขวนอยู่บนผนัง ข้าง ๆ ภาพดอกทานตะวันก็ยังมีตุ๊กตาช้างอีกตัว และด้านหลังลายไม้ก็แขวนรูปถ่ายเก่า ๆ ไว้ด้วย ของตกแต่งพวกนี้แอบซ่อนอยู่ทั่วร้าน ทำให้การเดินมองไปรอบ ๆ สนุกกว่าที่คิด ระหว่างรอเครื่องดื่ม ภรรยาฉันเดินวนรอบร้านแล้วถ่ายรูปอยู่นานมาก

ข้างกระจกกลมที่ติดอยู่บนผนังอิฐ มีโต๊ะเครื่องแป้งเล็ก ๆ วางอยู่ ด้านบนมีดอกทิวลิปปลอมกับของชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่มันไม่ใช่ที่นั่งนะ เป็นพร็อพตกแต่งล้วน ๆ รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้แหละที่ทำให้อึบชอนรี382ไม่ใช่แค่คาเฟ่ธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่เดินดูแล้วเพลินจริง
ที่นั่งกลุ่มและคีออสก์

ที่นั่งสำหรับกลุ่มก็มีเหมือนกัน เป็นโต๊ะยาวที่นั่งได้ประมาณหกคน ถ้าไปกันหลายคน มุมนี่เหมาะเลย ด้านหลังยังมองเห็นต้นไม้ ลายประตูแบบดั้งเดิม และตุ๊กตาหมีอยู่ด้วย เพราะงั้นพอนั่งลงแล้วบรรยากาศถือว่าดีทีเดียว จะมาคนเดียว มากันสองคน หรือมากันเป็นกลุ่ม ก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องที่นั่งมากนัก
รีวิวเมนูของอึบชอนรี382 — ลาเต้ เครื่องดื่มแบบดั้งเดิม และนูเทลล่าโทสต์

มาคุยเรื่องเมนูกันบ้าง รอบนั้นฉันไปกับภรรยาและเพื่อนสามคน เราสั่งลาเต้สองแก้ว เครื่องดื่มอีกหนึ่งแก้ว แล้วก็นูเทลล่าโทสต์ ทุกอย่างมาเสิร์ฟบนถาดไม้ ซึ่งทำให้รู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ในคาเฟ่ แต่เหมือนมีคนจัดสำรับเล็ก ๆ ให้กินที่บ้าน ลาเต้มีลาเต้อาร์ตรูปหัวใจ ส่วนโทสต์ก็หั่นเรียงมาสวยบนเขียงไม้

ถ้าพูดกันตรง ๆ ลาเต้ก็อยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่ได้ว้าวมาก แต่ก็เป็นรสที่ดื่มสบาย ถ้าไปโดยคาดหวังกาแฟสายสเปเชียลตีอาจจะรู้สึกเฉย ๆ ได้ เพราะร้านนี้ไม่ได้ชนะด้วยรสกาแฟอย่างเดียว จุดเด่นจริง ๆ คือบรรยากาศกับเครื่องดื่มพื้นบ้านเกาหลี ส่วนแก้วข้าง ๆ จำชื่อไม่ได้แล้ว แต่เป็นชาอะไรสักอย่าง อึบชอนรี382มีเมนูอย่างมีซุตการู มาลาเต้ และชาโอมิจาเยอะมาก ฉันกลับรู้สึกว่าถ้าอยากสัมผัสตัวตนของร้านนี้จริง ๆ ควรลองฝั่งนั้นมากกว่า รอบหน้าฉันก็น่าจะสั่งมีซุตการูแทนกาแฟเหมือนกัน

นูเทลล่าโทสต์นี่ก็เป็นแบบคุ้นเคย กรอบนอก ข้างในมีนูเทลล่าแน่น ๆ แล้วโรยถั่วด้านบน เมนูนี้ไม่ใช่ของเกาหลีดั้งเดิม แต่เป็นรสที่ใครกินก็เข้าใจง่าย อึบชอนรี382ไม่ได้มีแต่เมนูวัตถุดิบดั้งเดิมเท่านั้น ยังมีของที่ทุกคนสั่งกินง่าย ๆ แบบนี้เยอะเหมือนกัน เพราะงั้นถึงจะยังไม่คุ้นกับรสเกาหลีดั้งเดิมก็ไม่ต้องกังวล ปริมาณก็มากกว่าที่คิด เอาเป็นของว่างเบา ๆ ได้สบาย
ช่วงราคาของอึบชอนรี382 — ถูกกว่าสตาร์บัคส์ แต่นิดเดียวก็สูงกว่าแบ็กดาบัง
ราคาจริงอาจต่างกันเล็กน้อยตามแต่ละสาขา แต่โดยประมาณ อเมริกาโนอยู่ที่ 3,500 วอน หรือราว ฿88 ส่วนกลุ่มลาเต้อยู่ประมาณ 4,000–4,500 วอน หรือราว ฿100–113 พูดง่าย ๆ คือถูกกว่าสตาร์บัคส์ชัดเจน แต่แพงกว่าแบ็กดาบังเล็กน้อย ถ้ารวมเมนูอิ่มท้องอย่างแซนด์วิชหรือโทสต์ด้วย งบประมาณแถว ๆ 10,000 วอน หรือประมาณ ฿250 ก็เอาอยู่สำหรับหนึ่งมื้อแบบอิ่มพอดี
เมนูเด่นของอึบชอนรี382 — สรุปครบทั้งกาแฟ เครื่องดื่มดั้งเดิม อาหาร และของหวาน
ตอนที่ฉันไปครั้งก่อน ถ่ายรูปเมนูมาได้ไม่เยอะ เลยขอสรุปเมนูเด่นของอึบชอนรี382จากข้อมูลที่หามาเพิ่มไว้ตรงนี้
สรุปหลังไปอึบชอนรี382 — คาเฟ่ที่ไม่ได้ขายแค่รสกาแฟ แต่ขายประสบการณ์
อึบชอนรี382เป็นคาเฟ่ที่ฉันคิดว่าเวลาเที่ยวเกาหลีควรลองแวะอย่างน้อยสักครั้ง จะไปสตาร์บัคส์หรือทูซัมก็ไม่ผิด แต่ถ้าคุณอยากเจออะไรที่สัมผัสได้เฉพาะในเกาหลีจริง ๆ ร้านนี้แทบไม่มีตัวแทนอื่นเลย ถ้าพูดตรง ๆ มันไม่ใช่ที่ที่ฉันจะไปเพื่อดื่มกาแฟแก้วเดียวแล้วซึ้งเรื่องรสชาติ แต่ความสนุกจากการเดินดูอินทีเรียร์ การลองเครื่องดื่มเกาหลีแบบดั้งเดิมครั้งแรก การได้นั่งพย็องซัง และการถ่ายรูปกับหมีมาสคอต ทั้งหมดรวมกันแล้วทำให้รู้สึกว่าแค่คาเฟ่ร้านเดียวทำไมมันทำอะไรได้เยอะขนาดนี้ ภรรยาฉันมัวแต่ดูของตกแต่งจนแทบไม่ได้แตะเครื่องดื่ม ส่วนเพื่อนก็ยุ่งอยู่กับการถ่ายรูปกับหมี
เพราะมีประมาณ 200 สาขาทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเที่ยวโซล ปูซาน หรือแทกู ถ้าคุณเดินไปเจอไฟพระจันทร์สีน้ำเงินก็ลองแวะเข้าไปดูสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่าความหมายของวัฒนธรรมคาเฟ่เกาหลีไม่ได้มีแค่เรื่องรสชาติกาแฟ แต่มันไปได้ไกลกว่านั้นมาก
โพสต์นี้เผยแพร่ครั้งแรกบน https://hi-jsb.blog.