
รีวิว Starbucks เกาหลี | เมนู ราคา ที่จอดรถ กู๊ดส์ Toy Story
สารบัญ
13 รายการ
เมนูสตาร์บัคส์เกาหลี, ราคาเมนูสตาร์บัคส์เกาหลี, ที่จอดรถสตาร์บัคส์, กู๊ดส์สตาร์บัคส์, สตาร์บัคส์ Toy Story คอลแลบ, Siren Order สตาร์บัคส์, ระเบียงสตาร์บัคส์, สตาร์บัคส์ไดรฟ์ทรู, วัฒนธรรมคาเฟ่เกาหลี, ราคากาแฟเกาหลี, ขนมเกาหลี, ระบบที่จอดรถเกาหลี, จ่ายเงินผ่านตู้คีออสก์เกาหลี, สังคมไร้เงินสดเกาหลี
รอภรรยาไปทำงาน เลยแวะนั่งฆ่าเวลาที่สตาร์บัคส์
ภรรยาต้องไปทำงาน แต่ยังเหลือเวลาอีกมากกว่าชั่วโมง รอที่บ้านก็เคอะเขิน จะไปไหนไกลๆ ก็สั้นไป ภรรยาที่เป็นคนไทยยังแต่งตัวอยู่ ส่วนผมนั่งว่างไม่มีอะไรทำ เลยขับรถไปแค่ 3 นาทีก็ถึงสตาร์บัคส์ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรพิเศษหรอก แค่ใกล้แล้วก็สะดวกดี

สตาร์บัคส์ในเกาหลีเยอะแค่ไหน บอกเลยว่า ณ เดือนเมษายน 2026 มีทั้งหมด 2,131 สาขาทั่วประเทศ น้อยกว่าแค่สหรัฐฯ (17,049 สาขา) กับจีน (7,689 สาขา) ถือเป็นอันดับ 3 ของโลกเลย ทั้งที่เกาหลีมีประชากรแค่ 51 ล้านคนเอง แต่มีสาขาขนาดนี้ เดินไปไม่กี่ก้าวก็เจอสตาร์บัคส์แล้ว แค่จากบ้านผมเดินไม่ถึง 10 นาทีก็มีให้เลือกตั้ง 2 สาขา
ที่จอดรถสตาร์บัคส์เกาหลี สมัยนี้เสียเงินแล้วนะ

สาขานี้มีที่จอดรถเฉพาะค่อนข้างกว้าง ช่วงนี้สตาร์บัคส์เกาหลีหลายสาขาเปลี่ยนมาเก็บค่าจอดรถแล้ว ตก 10 นาทีละประมาณ 500 วอน (ราว ฿14) ซึ่งจริงๆ แล้วกลับสะดวกขึ้นด้วยซ้ำ แต่ก่อนจอดได้เฉพาะลูกค้าที่เข้าร้าน เวลาจอดแล้วไปทำธุระข้างนอกก็รู้สึกเกรงใจ แต่ตอนนี้จ่ายเงินจอดไปเลย จะแวะไปทำอะไรแถวนั้นด้วยก็ไม่มีปัญหา สาขาที่มีไดรฟ์ทรูส่วนใหญ่จะมีที่จอดรถขนาดประมาณนี้
เคาน์เตอร์สั่งเครื่องดื่มและตู้โชว์

จอเมนูดิจิทัลแขวนอยู่ 3 จอ พนักงานใส่เฮดเซ็ตรับออเดอร์ไดรฟ์ทรูกับออเดอร์ในร้านไปพร้อมกัน ช่วงเย็นคนไม่เยอะจึงไม่ต้องต่อคิว สตาร์บัคส์เกาหลีไม่จำเป็นต้องสั่งที่เคาน์เตอร์ก็ได้ เพราะมีระบบสั่งผ่านมือถือชื่อ Siren Order แค่สั่งและจ่ายเงินในแอปล่วงหน้า พอถึงร้านก็รอรับเครื่องดื่มอย่างเดียว ต่อให้คิวยาวก็ไม่เกี่ยว สั่งเสร็จรอแจ้งเตือนแล้วก็เดินไปหยิบมาเลย

ข้างเคาน์เตอร์มีตู้แช่เย็น 2 ชั้น ข้างในมีเค้ก แซนด์วิช สลัด เครื่องดื่มบรรจุขวดอัดแน่น สตาร์บัคส์เกาหลีไม่ได้ขายแค่กาแฟ ช่วงมื้อเที่ยงคนทำงานหลายคนแวะมาซื้อแค่แซนด์วิชหรือสลัดก็มี หรือจะซื้อเค้กไปงานวันเกิดก็เยอะ สั่งแค่อาหารไม่สั่งกาแฟเลยก็ไม่มีใครมองแปลก
ขนมปัง ของหวาน และเค้กหลากชนิด

ขนมปังบาแก็ตเกลือ (3,300 วอน/฿90) ทริปเปิ้ลชีสเบเกิล (3,900 วอน/฿105) วางเรียงอยู่ด้านหน้า ขนมปังเกลือหรือ "โซกึมปัง" เป็นขนมที่ฮิตมากในเกาหลีช่วงหลายปีมานี้ แค่สตาร์บัคส์เอามาขายด้วยก็แปลว่ากลายเป็นของกินกระแสหลักไปแล้ว

บาสก์ช็อกโกชีสเค้ก (7,800 วอน/฿210) มาการองหัวใจสตรอว์เบอร์รี่ (3,200 วอน/฿85) ดาร์กช็อกโกแลตมาการอง (2,700 วอน/฿75) มาการองเป็นของหวานยอดนิยมที่คนเกาหลีชอบซื้อเป็นของฝาก มาการองของสตาร์บัคส์เบากว่าร้านเฉพาะทาง แต่กินคู่กับกาแฟก็พอดีไม่หนักท้อง

ปกติสั่งแต่กาแฟทุกที วันนี้เพิ่งมาดูตู้โชว์ละเอียดเป็นครั้งแรก ในหมวดขนมปังแพ็กมีอันหนึ่งชื่อ "บัตเตอร์ไบต์เหนียวนุ่ม" (7,900 วอน/฿215) เขียนว่าเป็นขนมปังเนยใส่แป้งข้าวเหนียว สตาร์บัคส์เกาหลีค่อนข้างจริงจังกับการพัฒนาเมนูให้ถูกปากคนเกาหลีโดยเฉพาะ

ฝั่งเค้กมีสตรอว์เบอร์รี่มอยส์ช็อกโกครีมเค้ก (8,300 วอน/฿225) ซอฟต์ครีมคาสเทลลา (4,500 วอน/฿120) คาสเทลลาห่อกระดาษมาแบบสไตล์ญี่ปุ่นดูน่ากิน


ชั้นด้านหลังมีเค้กสตรอว์เบอร์รี่วิปครีมวางอยู่ด้วย เค้กที่สตาร์บัคส์เกาหลีจะกินที่ร้านหรือห่อกลับบ้านก็ได้ ราคาชิ้นละหมื่นวอนต้นๆ (฿270) ถูกกว่าร้านเค้กเฉพาะทางแต่แพงกว่าดีเซิร์ตร้านสะดวกซื้อ เป็นราคากลางๆ ที่กลับกลายเป็นจุดแข็ง เพราะซื้อติดมือไปง่ายๆ ได้โดยไม่ต้องคิดมาก
ดีเซิร์ตลิมิเต็ด Toy Story คอลแลบ

เค้กลิมิเต็ดจากคอลแลบ Toy Story เป็นรูปบัซ ไลท์เยียร์ ด้านหลังยังวางซ้อนอยู่อีก 2-3 ชิ้น สตาร์บัคส์เกาหลีออกสินค้าลิมิเต็ดแบบนี้ทุกซีซัน พลาดจังหวะเมื่อไหร่หมดเมื่อนั้น ก่อนหน้านี้เคยคอลแลบกับ LINE Friends, Warner Bros. มาแล้ว แต่ละครั้งของหมดตั้งแต่วันแรกก็บ่อย

มัทฉะดุงดุงแบร์รี่ เค้กที่โรยผงมัทฉะแล้ววางช็อกโกแลตรูปหมีน้อยไว้ด้านบน ตรงช็อกโกแลตตกแต่งนั้นจ่ายเพิ่ม 500 วอน (฿14) ก็ซื้อแยกได้ รายละเอียดเล็กๆ แบบนี้แหละที่บอกว่าสตาร์บัคส์เกาหลีเอาจริงเอาจังกับการตลาดสินค้าของสะสมมาก

เค้กสตรอว์เบอร์รี่เฟรซิเยร์ (14,900 วอน/฿400) พิสตาชิโอมาการอง (4,300 วอน/฿115) ช็อกโกแลตดีเซิร์ตวางรวมกันอยู่ฝั่งหนึ่ง ส่วนด้านล่างก็มีขนม Toy Story คอลแลบเรียงอยู่ เค้กเฟรซิเยร์ราคาเกือบหมื่นห้าวอนถือว่าแพงอยู่ แต่ชิ้นใหญ่พอสมควร แบ่งกินสองคนน่าจะพอดี

ข้างเคาน์เตอร์วางคุกกี้สตาร์บัคส์ (ช็อกโก, นัตตี้) มัทฉะรัสก์เชจู คาราเมลเพรตเซลป๊อปคอร์น แล้วก็มีกล้วยขายด้วย สตาร์บัคส์เกาหลีขายผลไม้ง่ายๆ ด้วยนะ ตอนเช้าระหว่างไปทำงาน สั่งกาแฟแก้วนึงหยิบกล้วยลูกนึงติดมือไปด้วย คนทำแบบนี้เยอะกว่าที่คิด ราคาก็แค่พันวอนต้นๆ (฿25-30) ไม่เป็นภาระเลย
บรรยากาศภายในร้าน
เดินเข้าไปดูข้างในกันบ้าง สตาร์บัคส์แต่ละสาขาตกแต่งไม่เหมือนกันทีเดียว แต่พอนั่งลงจริงๆ ไปที่ไหนก็รู้สึกคล้ายๆ กัน ซึ่งนั่นแหละคือข้อดีของสตาร์บัคส์ ตอนภรรยาเพิ่งมาจากไทยครั้งแรกผมก็พาไปสตาร์บัคส์เป็นที่แรกเลย Wi-Fi ฟรี มีปลั๊กไฟ ห้องน้ำสะอาด อยู่ในประเทศที่ยังไม่คุ้นเคย หาที่นั่งพักผ่อนสบายๆ ก็ต้องที่นี่แหละสะดวกที่สุด

มองจากฝั่งเคาน์เตอร์เห็นทั่วทั้งร้าน พื้นเทอราซโซ ไฟดาวน์ไลท์ ผนังฝั่งหนึ่งจัดแถวแก้วทัมเบลอร์กับถุงเมล็ดกาแฟ ช่วงเย็นคนน้อยเลยดูกว้าง แต่ถ้าบ่ายวันหยุดอาจหาที่นั่งยาก สตาร์บัคส์เกาหลีจะมีคนหลากหลาย ทั้งคนทำงานเปิดโน้ตบุ๊ก นักศึกษาอ่านหนังสือ คนนัดประชุมงาน ปะปนกันอยู่ในร้าน

ชั้น 1 แบ่งที่นั่งด้วยพาร์ทิชันไม้โค้ง ฝั่งริมหน้าต่างมีคนนั่งทำอะไรของตัวเองกันอยู่ มีพาร์ทิชันกั้นแบบนี้สายตาคนข้างๆ ไม่ค่อยรบกวน มานั่งคนเดียวก็ไม่เคอะเขิน

ชั้น 2 เปิดโล่งกว้างขึ้นเยอะ มีโต๊ะกลมใหญ่กับที่นั่งริมหน้าต่างจัดวางเว้นระยะสบายๆ แล้วก็เงียบดี กระจกบานใหญ่มองเห็นถนนด้านนอกตลอด ถ้ามาตอนกลางวันน่าจะได้แสงธรรมชาติดีมาก

ตรงทางเข้ามีเก้าอี้สตูลสูง 3 ตัว สำหรับคนที่แวะจิบกาแฟแป๊บเดียวแล้วไป สตาร์บัคส์เกาหลีมีที่นั่งให้เลือกหลายแบบมาก ทั้งโซฟา โต๊ะธรรมดา บาร์สตูล ไปจนถึงระเบียงกลางแจ้ง ขึ้นอยู่กับขนาดสาขา แต่สาขาใหญ่ระดับนี้เลือกนั่งตามใจชอบได้เลย
เกาหลีมีสาขาสตาร์บัคส์ 38.6 แห่งต่อประชากร 1 ล้านคน น้อยกว่าสหรัฐฯ (51.7) แต่มากกว่าญี่ปุ่น (15.9) และจีน (5.5) อย่างเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นในเกาหลีสตาร์บัคส์ไม่ใช่คาเฟ่ที่ต้อง "ตั้งใจไป" แต่เป็นคาเฟ่ที่ "เดินไปเดินมาก็เจอ" แน่นอนว่าส่วนตัวผมชอบร้านกาแฟอิสระมากกว่า เพราะมีเอกลักษณ์และมีอะไรให้ดูเยอะ แต่ถ้าแค่อยากฆ่าเวลา ก็ต้องยอมรับว่าหาที่ไหนสะดวกเท่าสตาร์บัคส์ยากจริงๆ
ระเบียงกลางแจ้ง ไปช่วงไหนดี?


สาขานี้มีระเบียงกลางแจ้งอยู่ชั้น 2 มีร่มกันแดดและโซฟาวางหลายชุด แทรกกระถางต้นไม้ไว้ระหว่างที่นั่ง บรรยากาศเหมือนเลาจน์โรงแรมมากกว่าคาเฟ่ ช่วงเย็นไม่มีใครนั่งเลย ถ่ายรูปได้สวยมาก ไม่ใช่ทุกสาขาจะมีระเบียงแบบนี้นะ ต้องเป็นสาขาขนาดใหญ่หรือสาขา Reserve ถึงจะมี


ช่วงที่นั่งระเบียงแล้วเพลินที่สุดในเกาหลีคือฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วง ฤดูร้อนก็ได้ แต่ตอนกลางวันร้อนจัด แนะนำให้รอพระอาทิตย์ตกก่อนค่อยออกมานั่ง ช่วงหลังยุงในเกาหลีหายไปเยอะมาก นั่งข้างนอกตอนกลางคืนหน้าร้อนก็ไม่ค่อยรำคาญ แต่หน้าหนาวยากหน่อย เกาหลีมีสี่ฤดูชัดเจน หน้าหนาวนั่งดื่มกาแฟกลางแจ้งนี่ไม่ไหวจริงๆ ถือว่าซีซันของระเบียงอยู่ที่ประมาณเมษายนถึงตุลาคม ใครวางแผนเที่ยวเกาหลีช่วงนี้ลองหาคาเฟ่ที่มีระเบียงสวยๆ ไปนั่งดูก็น่าจะชอบ
เครื่องดื่มที่สั่งวันนี้

นั่งเรียบร้อยแล้วรอรับเครื่องดื่ม ผมสั่งชูครีมลาเต้ ส่วนภรรยาสั่งสวีทมิลค์คอฟฟี่

ปกติผมชอบสั่งดอลเช่ลาเต้เย็น หรือถ้าหน้าหนาวก็คลาสสิกมิลค์ทีร้อน นั่นแหละเมนูโปรดประจำ แต่วันนี้อยากลองอะไรแปลกๆ บ้าง


ชูครีมลาเต้มีวิปครีมพูนเต็มด้านบน ส่วนด้านล่างปูซอสคัสตาร์ดสีเหลืองไว้ คนให้เข้ากันแล้วดื่มจะได้กลิ่นคล้ายกินขนมชูครีมเลย แต่พูดตามตรง วันนั้นผมคัดจมูกอยู่เลยแทบไม่ได้กลิ่นรส รู้แค่ว่าหวานแต่มากกว่านั้นบอกไม่ถูก ไว้จมูกโล่งเมื่อไหร่จะสั่งใหม่ สตาร์บัคส์เกาหลีมีเมนูที่ไม่ได้ขายในประเทศอื่นเยอะมาก เมนูลิมิเต็ดเปลี่ยนทุกซีซัน บางตัวหาดื่มได้แค่ในเกาหลี ใครมาเที่ยวลองเช็กเมนูใหม่ตอนนั้นดูก็สนุกดี

สวีทมิลค์คอฟฟี่เป็นแก้วของภรรยา สีส้มอมน้ำผึ้งดูแปลกตาดี ขอชิมมาอึกนึง หวานแต่ไม่เลี่ยน ภรรยาบอกอร่อย สองแก้วรวม 13,800 วอน (ประมาณ ฿375) ชูครีมลาเต้ไซส์ L 6,700 วอน (฿180) สวีทมิลค์คอฟฟี่ไซส์ V 7,100 วอน (฿190) ราคาเครื่องดื่มสตาร์บัคส์เกาหลีส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 5,000-7,000 วอน (฿135-190) ส่วนฟราปูชิโน่หรือเครื่องดื่มพิเศษอาจเกิน 7,000 วอนขึ้นไป
กู๊ดส์คอลแลบ Toy Story สตาร์บัคส์เกาหลี

ก่อนกลับแวะดูมุมกู๊ดส์สักหน่อย ฝั่งหนึ่งมีทัมเบลอร์สแตนเลส โคลด์คัพ ขวดน้ำ เป็นไลน์อัพพื้นฐาน ส่วนชั้นบนเรียงถุงเมล็ดกาแฟ Espresso Roast, Caffè Verona, Veranda Blend, Spring Season Blend ใครชอบชงกาแฟดื่มเองที่บ้านซื้อกลับไปก็ดี เมล็ดกาแฟสตาร์บัคส์เกาหลีมีทั้งไลน์อัพที่ขายทั่วโลกและบลนด์ลิมิเต็ดเฉพาะเกาหลี


แต่ที่สะดุดตาจริงๆ คือกู๊ดส์คอลแลบ Toy Story ซึ่งเพิ่งวางขายเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2026 แค่เมื่อวานนี้เอง แต่ของเต็มร้านเลย มีแก้วมัควูดดี้กับเจสซี่ที่ฝาเป็นหมวกคาวบอย แก้ว Reusable ลายบัซ ไลท์เยียร์กับสลิงกี้ ด็อก แบ่งสีเหลืองเป็นวูดดี้ ชมพูเป็นเจสซี่ ม่วงเป็นบัซ ส่วนแก้วมัคสลิงกี้ ด็อกน่ารักจนคิดว่าคนส่วนใหญ่คงซื้อไปตั้งโชว์มากกว่าใช้จริง


ราคากู๊ดส์คอลแลบ Toy Story (เมษายน 2026)
แบร์ริสต้าพวงกุญแจ 27,000 วอน (฿730) · ชุดแก้ว Reusable 3 ใบ 29,000 วอน (฿785) · ทัมเบลอร์ Quinten 237ml 40,000 วอน (฿1,080) · ทัมเบลอร์ Chubby Dome 473ml 49,000 วอน (฿1,325) · ชุดแก้วมัควูดดี้-เจสซี่ 59,000 วอน (฿1,595) · ตู้คีบตุ๊กตา (ออนไลน์) 110,000 วอน (฿2,975)
ภรรยาหยิบขวดน้ำขึ้นมาดูอยู่นาน สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ แต่สตาร์บัคส์เกาหลีออกของคอลแลบแบบนี้ทุกซีซัน พลาดจังหวะแล้วหาซื้อยาก จริงๆ วันวางขายวันแรกบางรุ่นหมดตั้งแต่ในออนไลน์เลย กู๊ดส์สตาร์บัคส์เกาหลียังมีคนนำไปขายต่อในต่างประเทศด้วย ใครมาเที่ยวเกาหลีแล้วเจอชิ้นที่ถูกใจ ซื้อตรงนั้นเลยดีที่สุด
จ่ายค่าจอดรถ ขั้นตอนก่อนออก
จ่ายผ่านตู้คีออสก์


ขากลับแวะตู้คีออสก์จ่ายค่าจอดรถตรงทางเข้า สาขานี้สั่งตั้งแต่ 10,000 วอน (฿270) ขึ้นไปจอดฟรี 1 ชั่วโมงครึ่ง กดหมายเลขทะเบียนรถแล้วสแกนบาร์โค้ดบนใบเสร็จก็ได้ส่วนลดอัตโนมัติ ผมจอด 32 นาทีจ่ายแค่ 500 วอน (฿14) เวลาจอดฟรีแต่ละสาขาไม่เท่ากัน ก่อนไปเช็กก่อนจะดี และที่สำคัญจ่ายค่าจอดรถด้วยเงินสดไม่ได้ รับแค่บัตรเครดิตหรือระบบจ่ายเงินผ่านมือถือเท่านั้น เกาหลีไม่ใช่แค่ที่จอดรถ แต่ระบบจ่ายเงินเกือบทั้งหมดหมุนรอบบัตรเครดิต ถ้าพกแต่เงินสดอาจจะลำบากในบางสถานการณ์
บาร์โค้ดใบเสร็จและขั้นตอนออกจากที่จอดรถ


ด้านล่างใบเสร็จจะมีบาร์โค้ดส่วนลดค่าจอดรถพิมพ์มาด้วย เอาไปสแกนที่ตู้คีออสก์แล้วออกภายในเวลาที่กำหนดก็จอดฟรี ถ้าไม่สแกนหรือเลยเวลาก็จ่าย 10 นาทีละ 500 วอน (฿14) อย่าลืมสแกนก่อนออกนะ ผมเองก็เคยลืมสแกนบาร์โค้ดแล้วขับออกไป พอมาครั้งถัดไปค่าจอดสะสมรออยู่เลย


ออกจากที่จอดรถก็แค่ขับออกไปเลย ที่จอดรถส่วนใหญ่ในเกาหลีจะอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติตั้งแต่ตอนเข้า แล้วตอนออกก็อ่านอีกรอบ สมัยก่อนต้องรับบัตรจอดรถแล้วยื่นให้พนักงาน แต่เดี๋ยวนี้แทบไม่มีที่ไหนทำแบบนั้นแล้ว ถ้าสั่งไม่ถึง 10,000 วอนจนไม่ได้ส่วนลดค่าจอด โดยปกติก็ยังจอดฟรีได้ราว 30 นาที เกินจากนั้นถึงเริ่มคิดเงิน แต่ก็ต่างกันไปแต่ละสาขา
เกาหลีเป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมไร้เงินสดไปมากแล้ว ตู้จ่ายค่าจอดรถส่วนใหญ่ก็รับแค่บัตรหรือระบบจ่ายผ่านมือถือ ถ้าลงทะเบียนแอปไว้ ตอนขับออกระบบจะตัดเงินจากบัตรอัตโนมัติเลย ไม่ต้องลงไปต่อคิวที่ตู้ แค่ลงทะเบียนครั้งเดียวก็สะดวกมาก ใครวางแผนจะเช่ารถเที่ยวเกาหลี ทำความเข้าใจระบบที่จอดรถพวกนี้ไว้ก่อนจะช่วยได้เยอะ
ค่าใช้จ่ายฆ่าเวลาชั่วโมงละ 14,300 วอน
แค่แวะรอภรรยาไปทำงาน ไม่ได้ตั้งใจอะไรเลย แต่กลายเป็นครั้งแรกที่ดูตู้โชว์ละเอียดขนาดนี้ ชูครีมลาเต้ดันไปสั่งวันคัดจมูก น่าเสียดาย ส่วนกู๊ดส์ Toy Story ภรรยาบอกไว้ครั้งหน้าค่อยซื้อ เท่ากับต้องมาอีกรอบแน่นอน กาแฟสองแก้ว 13,800 วอน บวกค่าจอดรถ 500 วอน รวม 14,300 วอน (ราว ฿385) ค่าฆ่าเวลาชั่วโมงนึงถือว่าไม่เลวเลย
ข้อมูลร้าน
📍 Starbucks สาขาแทจอนชินทันจิน DT · ถนนแทด็อกแดโร 1544 เขตแทด็อก เมืองแทจอน (เมืองใหญ่ทางตอนกลางของเกาหลีใต้)
🕐 เปิดทุกวัน
📞 +82-1522-3232 (ศูนย์ลูกค้าสตาร์บัคส์เกาหลี)
🅿️ ที่จอดรถเฉพาะ (เสียค่าบริการ 10 นาทีละ 500 วอน/฿14 · สั่ง 10,000 วอนขึ้นไปจอดฟรี 1.5 ชม.)
💰 ชูครีมลาเต้ (L) 6,700 วอน/฿180 · สวีทมิลค์คอฟฟี่ (V) 7,100 วอน/฿190
📱 สั่งผ่าน Siren Order (สั่งล่วงหน้าผ่านมือถือ) ได้ · Wi-Fi ฟรี (KT_starbucks)