เที่ยวเกาหลี คาเฟ่โรงงานเก่าสุดวินเทจ มุมถ่ายรูปสวยตาแตก
เที่ยวเกาหลี คาเฟ่โรงงานเก่าสุดวินเทจ มุมถ่ายรูปสวยตาแตก
ใครมาเที่ยวเกาหลีแถวอินชอน เกาะคังฮวา ต้องห้ามพลาดที่นี่เลยค่ะ โชยางบังจิก (Joyang Bangjik) คาเฟ่ที่กำลังมาแรงสุดๆ ที่นี่เคยเป็นโรงงานทอผ้าแห่งแรกของเกาหลีที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1933 เชียวนะคะ เคยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสิ่งทอที่รุ่งเรืองมากในอดีต แต่ใครจะไปคิดว่าโรงงานร้างที่ถูกทิ้งไว้ตามกาลเวลา จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในฐานะคาเฟ่วินเทจที่ฮิปที่สุดในตอนนี้!
บอกตามตรงว่าตอนแรกกะจะแวะมาดื่มกาแฟชิลๆ แต่พอเดินก้าวเข้ามาข้างในเท่านั้นแหละค่ะ ตกใจมาก! เหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปเมื่อ 100 ปีก่อนเลย สเกลร้านคือใหญ่โตมโหฬารมาก จะเรียกว่าคาเฟ่เฉยๆ ก็คงน้อยไป ต้องเรียกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดยักษ์หรืออาร์ตแกลเลอรี่จะเหมาะกว่า ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงกลายเป็นแลนด์มาร์คที่ใครมาเที่ยวเกาหลีต้องแวะมาเช็คอิน เดี๋ยวจะพาไปดูบรรยากาศสุดอลังการที่ได้สัมผัสมาด้วยตัวเองกันค่ะ!
1. แชนเดอเลียร์ระยิบระยับและมุมถ่ายรูปปังๆ นับไม่ถ้วน
พอเดินเข้ามาปุ๊บ สิ่งแรกที่สะดุดตาเลยคือ แชนเดอเลียร์หรูหรา จำนวนมากที่ห้อยระย้าอยู่บนเพดานค่ะ แสงไฟวิบวับตัดกับโครงสร้างดิบๆ ของโรงงานเก่าได้อย่างลงตัว กลายเป็นความไม่เข้ากันที่ดูลงตัวและเท่สุดๆ ภายในร้านมีของสะสมวินเทจวางโชว์อยู่ทั่วทุกมุมเหมือนขุมทรัพย์เลยค่ะ เดินดูเพลินมากจนลืมเวลา ที่สำคัญคือถ่ายรูปสวยทุกมุม! จะถ่ายมุมไหนก็ออกมาดูดีเหมือนถ่ายแบบลงนิตยสาร ผนังปูนเปลือยๆ พอกระทบกับแสงไฟอุ่นๆ แล้วได้บรรยากาศชวนฝันและสวยงามมาก ใครมากับเพื่อนบอกเลยว่าเตรียมเมมโมรี่กล้องมาให้พร้อม เพราะได้รูปกลับไปเป็นร้อยแน่นอนค่ะ
โดยเฉพาะโซนที่เป็นโต๊ะทำงานยาวๆ ตรงนี้ ทำให้จินตนาการถึงภาพโรงงานในสมัยก่อนได้เลยค่ะ แต่ตอนนี้ถูกประดับไปด้วยโคมไฟสวยๆ และของแต่งบ้านวินเทจ ถ่ายรูปออกมาคือปังมาก งานนี้ต้องเช็คแบตกล้องให้ดีนะคะเดี๋ยวหมดก่อน! การได้เดินหาตุ๊กตาน่ารักๆ หรือของเก่าหายากที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ก็สนุกไปอีกแบบค่ะ ด้วยความที่จัดแสงดีมาก ถ่ายแล้วหน้าไบรท์สุดๆ ใครชอบถ่ายรูปรับรองว่าที่นี่คือสวรรค์เลยค่ะ
ของสะสมที่นี่มีตั้งแต่ฟิกเกอร์ตัวใหญ่ยักษ์ไปจนถึงของชิ้นเล็กจิ๋วเท่าข้อนิ้วเลยค่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมล่าสมบัติ ตุ๊กตาน่ารักๆ กับของใช้เรโทรที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาทำให้เราตื่นตาตื่นใจตลอด มองไปทางไหนก็เห็นถึงความหลงใหลในการสะสมของเจ้าของร้านจริงๆ ค่ะ
2. พื้นที่แห่งความวินเทจ ผนังปูนดิบกับความรู้สึกเหมือนหลุดไปในนิยาย
ดีเทลที่ยังคงเก็บผนังปูนเปลือยและแผ่นเหล็กสนิมเขรอะของโรงงานเดิมไว้คือมีเสน่ห์มากค่ะ อาจจะดูเย็นชาไปบ้าง แต่พอมี ภาพวาดฝาผนังสไตล์วินเทจอย่างสโนว์ไวท์หรือพิน็อกคิโอ และเหล่าม้าโยกสีสันสดใสมาวางเรียงกัน ก็ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้ดูชวนฝันเหมือนหลุดเข้าไปในฉากนิทานเลยค่ะ
ที่นี่เขาจริงจังเรื่องวินเทจมากจริงๆ มีตุ๊กตาเก่าๆ อย่างป๊อปอายหรือวู้ดดี้วางอยู่แบบไม่ได้ตั้งใจ แต่มันดูมีเสน่ห์มาก การผสมผสานระหว่างโครงสร้างเก่าที่ดูขลัง กับแสงไฟและของตกแต่งน่ารักๆ ทำให้เกิดบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร ทุกครั้งที่เดินเปลี่ยนโซนต้องร้อง "ว้าว" ตลอด เป็นที่สุดแห่งความวินเทจที่ไม่มีพื้นที่ไหนเสียเปล่าเลยค่ะ!
3. โซนเอาท์ดอร์ที่เวลาหยุดเดิน และบรรยากาศหน้าหนาวสุดโรแมนติก
โซนสวนด้านนอกก็เด็ดไม่แพ้ข้างในเลยค่ะ! พอเดินออกมาจากตึกหลักไปยังพื้นที่จัดแสดงกลางแจ้ง จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์ ดูจากรูปสิคะ ผนังตึกภายนอกเต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลา คอนกรีตเก่าๆ และกรอบหน้าต่างสีซีดที่ไม่ได้ถูกปรุงแต่ง ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในตรอกซอกซอยยุค 1930 เลยจริงๆ
โดยเฉพาะตรงทางเข้าที่มี บุ้งกี๋รถแม็คโครสนิมเกรอะ หรือป้ายเก่าๆ วางอยู่ ให้ฟีลวินเทจแบบตะโกนมาก เหนือประตูทางเข้าตึกเสริมก็มีไฟสลัวๆ เปิดอยู่ ถ้ามาช่วงเย็นๆ บรรยากาศจะโรแมนติกและดูขลังขึ้นไปอีกค่ะ ตามลานกว้างมีเครื่องจักรเก่าและของตกแต่งวางอยู่ พอเจอกับหิมะหน้าหนาวเข้าไป ยิ่งดูฮิปสุดๆ คาเฟ่นี้เหมือนเป็นฉากถ่ายหนังกลางแจ้งขนาดยักษ์ เดินถ่ายรูปเพลินจนลืมเวลาไปเลยค่ะ
มุมที่มีตู้โทรศัพท์สีแดงเก่าๆ กับจักรยานโบราณวางอยู่กลางหิมะขาวโพลน คือสวยเหมือนภาพวาดเลยค่ะ การผสมผสานระหว่างผนังโรงงานดิบๆ กับโคมไฟวินเทจ ชวนให้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ เหมือนในหนังย้อนยุค เครื่องจักรสนิมเกรอะที่วางอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวๆ ช่วยสร้างบรรยากาศชวนฝันได้ดีมาก ไม่ใช่แค่ข้างในนะคะ แต่ข้างนอกก็เป็นจุดถ่ายรูปได้ทุกมุม กดชัตเตอร์รัวๆ จนลืมหนาวไปเลย
4. เติมน้ำตาลด่วน! ของหวานหน้าตาดีที่รสชาติก็ดีไม่แพ้กัน
เดินชมร้านจนเหนื่อยแล้ว ก็ถึงเวลาเติมความหวานกันหน่อยค่ะ! โชยางบังจิกไม่ได้มีดีแค่ร้านสวย แต่ขนมก็หน้าตาดีมาก ดู ครัวซองต์สตรอว์เบอร์รี ในรูปสิคะ ครีมสดนุ่มๆ กับสตรอว์เบอร์รีลูกโตๆ ให้มาแบบไม่หวงของ แค่เห็นก็มีความสุขแล้ว
น้ำตาลไอซิ่งสีขาวที่โรยอยู่เหมือนหิมะ เข้ากับบรรยากาศวินเทจของร้านสุดๆ ขนมปังครีมนุ่มฟูข้างๆ ก็ดูน่าทานมาก ทุกชิ้นทำออกมาอย่างประณีต แค่มองก็รู้สึกเหมือนได้เติมน้ำตาลแล้วค่ะ การได้ทานขนมหวานสวยๆ ในบรรยากาศโรงงานร้างดิบๆ เป็นอะไรที่ลงตัวมาก ความหวานละมุนลิ้นช่วยหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ
บทส่งท้าย: การเดินทางสู่ความทรงจำ 100 ปีที่โชยางบังจิก
บอกเลยว่าโชยางบังจิก เป็นมากกว่าแค่คาเฟ่ แต่คือ 'พื้นที่ศิลปะขนาดมหึมา' จริงๆ ค่ะ ร่องรอยชีวิตอันหยาบกร้านของโรงงานทอผ้าเมื่อ 100 ปีก่อน ถูกแต่งเติมด้วยความรู้สึกวินเทจที่ทันสมัย ทำให้ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านรู้สึกอินไปกับสถานที่มากๆ แสงไฟสวยๆ ที่ส่องกระทบผนังเก่าๆ สร้างมู๊ดที่ชวนฝันและอลังการจนยากจะอธิบายถ้าไม่ได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง
แถมยังมีขนมอร่อยๆ หน้าตาสวยงามให้ทานอีก เรียกว่า อิ่มทั้งตา อิ่มทั้งท้อง เป็นวันที่สมบูรณ์แบบ จริงๆ ค่ะ แม้จะถ่ายรูปจนแบตเกือบหมด แต่ก็มีความสุขมากเพราะทุกมุมของร้านเต็มไปด้วยความใส่ใจ เหมือนได้หลุดเข้าไปถ่ายหนังแฟนตาซีเลย ใครที่มีแพลนมาเที่ยวเกาหลี อย่าลืมแวะมาสัมผัสประสบการณ์ย้อนเวลาสุดฮิปที่ โชยางบังจิก กันนะคะ แนะนำสุดๆ เลยค่ะ!
...