รีวิวคาเฟ่เกาหลีฟีลโรงแรมหรูยุโรป มุมถ่ายรูปเพียบ | Stay Interview Le Tour ชองจู
รีวิวเจาะลึก Stay Interview Le Tour ชองจู: คาเฟ่ที่เหมือนโรงแรมยิ่งกว่าโรงแรม!
สายคาเฟ่เกาหลีน่าจะคุ้นหูกับชื่อแบรนด์ 'Stay Interview' กันดีอยู่แล้วใช่มั้ยคะ? เพราะเจ้านี้เขาขึ้นชื่อเรื่องการทำที่พักและคาเฟ่ในจุดที่วิวสวยตะโกนทั่วเกาหลีเลย ล่าสุดสาขา 'Le Tour' ที่เมืองชองจู (Cheongju) ก็ทำเอาโซเชียลแตกตื่นตั้งแต่เปิดตัว จนตอนนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คที่ใครมาแถวอ่างเก็บน้ำมยองอัม (Myeongam Reservoir) ต้องแวะมาเช็คอินค่ะ
ส่วนตัวเราเห็นผ่านหน้าฟีดบ่อยมาก จนทนไม่ไหวต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองเมื่อหน้าร้อนปีที่แล้ว บอกเลยว่าเข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมคนถึงฮิตกันขนาดนี้ วันนี้เลยจะมารีวิวแบบหมดเปลือกให้ชมกันค่ะ
ทางเข้าคือจึ้ง! นึกว่าโรงแรม 5 ดาว

แค่เดินมาถึงทางเข้าก็สัมผัสได้ถึงความแพงแล้วค่ะ ผนังสีขาวตัดกับดีเทลหินอ่อน บวกกับไฟสีทองระยิบระยับ คือถ้าไม่บอกว่าเป็นคาเฟ่ นึกว่าเดินเข้าล็อบบี้โรงแรมหรูๆ สักแห่ง คือเขาคุมธีมโรงแรมได้เป๊ะมากจริงๆ ค่ะ
ดูรูปอาจจะคิดว่า "เวอร์ไปมั้ย?" แต่พอไปเจอของจริง คือต้องขยี้ตาเลยค่ะว่านี่เราอยู่เกาหลีหรือยุโรปกันแน่

ความใส่ใจในดีเทลของเขาคือที่หนึ่ง ขนาดป้ายบ้านเลขที่ยังทำเป็นภาษาอังกฤษล้วน ไม่มีภาษาเกาหลีปนเลย ยิ่งทำให้บรรยากาศโดยรวมดูอินเตอร์และสมจริงสุดๆ ค่ะ
โซนเบเกอรี่ ฟีลล็อบบี้โรงแรมยุโรป

พอเปิดประตูเข้ามาจะเจอโซนเบเกอรี่ก่อนเลย ซึ่งตรงนี้แหละที่ธีมโรงแรมตะโกนออกมาดังมาก! เขาจัดวางขนมบนรถเข็นสไตล์คลาสสิก มีกันสาดสีดำเก๋ๆ เหมือนมุมเบเกอรี่ในล็อบบี้โรงแรมหรูๆ แค่เดินเลือกขนมก็รู้สึกสวยแล้วค่ะ
ตู้เจลาโต้สุดเทรนดี้

ข้างๆ กันมีตู้เจลาโต้ตั้งอยู่ค่ะ เมนูรสชาติคือทันสมัยมาก มีทั้ง Dubai Chocolate ที่กำลังฮิต, รสข้าวไรซ์เบอร์รี่, รส Ssuk (จิงจูฉ่ายเกาหลี), และรส Salted Popcorn ตัวอักษรภาษาอังกฤษบนกระจกยิ่งเพิ่มความชิคเข้าไปอีก
ซูมดูชัดๆ เจลาโต้ & ขนมหวาน


มาดูเจลาโต้กันชัดๆ ค่ะ ตัว Salted Popcorn คือโปะป๊อปคอร์นมาให้แบบพูนๆ ส่วนรส Ssuk (Mugwort) สีเขียวเข้มก็น่าลองมาก สีสันตัดกันสวยงาม รสชาติน่าค้นหาสุดๆ
เคาน์เตอร์สั่งอาหาร หรือจุด Check-in?

เดินมาถึงเคาน์เตอร์สั่งออเดอร์ แทบอยากจะยื่นพาสปอร์ตแล้วบอกว่า "Check-in ค่ะ" (ขำ) เพราะเขาทำออกมาเหมือนฟร้อนท์โรงแรมเป๊ะๆ ทั้งโต๊ะยาวลายหินอ่อน ไฟสลัวๆ และผนังลายตารางข้างหลัง คือเก็บรายละเอียดเนี๊ยบทุกจุดจริงๆ ยอมใจคนออกแบบเลยค่ะ
ดีเทลธีมโรงแรมที่ซ่อนอยู่ทุกมุม

จุดเด่นของที่นี่คือความ "สุด" ในคอนเซปต์ค่ะ ไม่หลุดธีมเลยแม้แต่นิดเดียว ตั้งแต่การจัดวางขนมไปจนถึงพร็อพชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทุกอย่างถูกคิดมาแล้วว่าต้องเข้ากับธีมโรงแรม

มุมหนึ่งของร้านมีรถเข็นกระเป๋า (Bellboy Cart) ที่เราเห็นตามโรงแรม เอามาใช้วางแก้วและของตกแต่ง คือเห็นแล้วรู้เลยว่าตั้งใจมาก ถ้าเป็นคาเฟ่ทั่วไปเอามาวางอาจจะดูแปลกๆ แต่พออยู่ที่นี่มันกลมกลืนและดูแพงมากค่ะ
ระเบียงเอาท์ดอร์กับซุ้มประตูอลังการ

โซนระเบียงด้านนอกก็ไม่น้อยหน้าค่ะ โครงสร้างเสาและซุ้มโค้ง (Arch) ขนาดใหญ่ทำให้ดูอลังการมาก ถ้านั่งข้างนอกบรรยากาศคือยุโรปสุดๆ ถ้ามาวันที่อากาศดีๆ นั่งจิบกาแฟตรงนี้คือฟินแน่นอน (แต่ตอนเราไปเป็นหน้าร้อน แอบสู้แดดไม่ไหว ขอนั่งตากแอร์ฉ่ำๆ ดีกว่าค่ะ 555)
รีวิวรสชาติขนมกับวิวอ่างเก็บน้ำ

นั่งจิบเครื่องดื่มตรงระเบียงมองวิวอ่างเก็บน้ำมยองอัมแล้วรู้สึกเหมือนได้มา Staycation พักผ่อนจริงๆ ค่ะ ตลกดีที่นี่เป็นแค่คาเฟ่ ไม่มีห้องพักจริงๆ แต่บรรยากาศมันฮีลใจเหมือนได้มาเที่ยวพักร้อนเลยค่ะ
รอบนี้เราสั่งเครื่องดื่มกลุ่มลาเต้ ขนมพาย 2 ชิ้น และ Affogato (เจลาโต้ราดเอสเพรสโซ่) จำชื่อเมนูเป๊ะๆ ไม่ได้แล้ว (เพราะไปมาปีที่แล้ว...) แต่จานที่เสิร์ฟมีโลโก้ LE TOUR สวยงามมาก ส่วนรสชาติขอบอกว่า "ผ่าน" ค่ะ! โดยเฉพาะพายที่กรอบนอกนุ่มใน ไส้ครีมแน่นๆ ส่วนตัวเราประทับใจขนมมากกว่าเครื่องดื่มอีก ส่วน Affogato ที่ใช้เจลาโต้วานิลลาราดกาแฟเข้มๆ ก็เข้ากันดีมาก ตัดเลี่ยนได้ดีในวันร้อนๆ
ปกติคาเฟ่สวยๆ มักจะตกม้าตายเรื่องรสชาติ แต่ที่นี่ถือว่าทำได้ดีทั้งบรรยากาศและรสชาติขนมเลยค่ะ
ที่นั่งด้านใน ฟีลเลานจ์โรงแรมหรู

ที่นั่งด้านในตกแต่งสไตล์เลานจ์ นั่งสบาย ถ่ายรูปสวย แสงไฟ พื้น และวอลเปเปอร์ คุมโทนสีได้ละมุนตามาก แค่นั่งเฉยๆ ก็รู้สึกดีแล้วค่ะ

โซนอื่นๆ ก็ตกแต่งสวยไม่แพ้กัน แต่ละมุมให้ความรู้สึกต่างกันนิดหน่อย กะว่าถ้ามีโอกาสกลับมาอีก จะลองไปนั่งมุมอื่นดูบ้างค่ะ
ข้อควรรู้ก่อนไป Le Tour
เรื่องที่จอดรถหายห่วงค่ะ มีลานจอดรถถึง 2 แห่ง กว้างขวางมาก เราไปช่วงวันหยุดหน้าร้อนก็ยังจอดได้สบายๆ ไม่ต้องรอคิว ร้านเปิดทุกวัน 10:00 - 22:00 น. (สั่งได้ถึง 21:30 น.) ค่ะ
ส่วนราคา จำตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่ด้วยความที่เป็นคาเฟ่สเกลใหญ่และตกแต่งจัดเต็ม ราคาจะสูงกว่าคาเฟ่ทั่วไปนิดหน่อยค่ะ เตรียมงบไว้ประมาณ **170 - 250 บาท (฿)** ต่อแก้วนะคะ แนะนำให้เช็คเมนูล่าสุดใน Instagram หรือ Naver ก่อนไปค่ะ
ข้อจำกัดนิดนึงคือ "ทำเล" ค่ะ เมืองชองจู (Cheongju) อาจจะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลักสำหรับคนไทย ถ้าไม่ได้เช่ารถขับ หรือตั้งใจมาเที่ยวโซนนี้จริงๆ อาจจะเดินทางลำบากนิดนึงค่ะ
ถึงร้านจะอยู่ในตัวเมือง แต่จากป้ายรถเมล์ต้องเดินเข้ามาอีกประมาณ 20 นาที ซึ่งไกลพอสมควร ถ้าไม่มีรถส่วนตัวอาจจะทุลักทุเลหน่อย แนะนำว่า **เช่ารถขับมาสะดวกที่สุดค่ะ**
สรุป: Le Tour ชองจู — คาเฟ่ที่ให้ฟีลโรงแรมยิ่งกว่าโรงแรมจริง
สรุปสั้นๆ สำหรับ Stay Interview Le Tour ชองจู คือ "คาเฟ่ที่เหมือนโรงแรมยิ่งกว่าโรงแรม" ค่ะ ดีเทลทุกอย่างตั้งแต่ป้ายหน้าประตูยันรถเข็นกระเป๋า คือความใส่ใจที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดไปอีกโลกนึง ขนมอร่อยเกินคาด ที่จอดรถสะดวกสบาย
ถึงจะนอนค้างไม่ได้ แต่แค่ได้มานั่งเล่นครึ่งวันก็คุ้มค่าแล้วค่ะ ใครมีแพลนมาเที่ยวแถวชองจู หรือขับรถผ่าน แนะนำให้แวะเลยค่ะ ยิ่งถ้ามาวันธรรมดาคนน้อยๆ จะยิ่งฟินและถ่ายรูปสวยมาก!
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ https://hi-jsb.blog