หมวดหมู่cafe
ภาษาTH
9 กุมภาพันธ์ 2026 06:50

รีวิวคาเฟ่เกาหลีฟีลโรงแรมหรูยุโรป มุมถ่ายรูปเพียบ | Stay Interview Le Tour ชองจู

#คาเฟ่เกาหลี#เที่ยวเกาหลี#ชองจู
🎧Listen while reading
Switch audio language
0:00 / 0:00

รีวิวเจาะลึก Stay Interview Le Tour ชองจู: คาเฟ่ที่เหมือนโรงแรมยิ่งกว่าโรงแรม!

สายคาเฟ่เกาหลีน่าจะคุ้นหูกับชื่อแบรนด์ 'Stay Interview' กันดีอยู่แล้วใช่มั้ยคะ? เพราะเจ้านี้เขาขึ้นชื่อเรื่องการทำที่พักและคาเฟ่ในจุดที่วิวสวยตะโกนทั่วเกาหลีเลย ล่าสุดสาขา 'Le Tour' ที่เมืองชองจู (Cheongju) ก็ทำเอาโซเชียลแตกตื่นตั้งแต่เปิดตัว จนตอนนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คที่ใครมาแถวอ่างเก็บน้ำมยองอัม (Myeongam Reservoir) ต้องแวะมาเช็คอินค่ะ

ส่วนตัวเราเห็นผ่านหน้าฟีดบ่อยมาก จนทนไม่ไหวต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองเมื่อหน้าร้อนปีที่แล้ว บอกเลยว่าเข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมคนถึงฮิตกันขนาดนี้ วันนี้เลยจะมารีวิวแบบหมดเปลือกให้ชมกันค่ะ

ทางเข้าคือจึ้ง! นึกว่าโรงแรม 5 ดาว

ทางเข้า Stay Interview Le Tour ชองจู - กำแพงสีขาวตัดกับหินอ่อนและไฟสีทอง ให้ความรู้สึกเหมือนหน้าโรงแรมหรู | 하이제이에스비

แค่เดินมาถึงทางเข้าก็สัมผัสได้ถึงความแพงแล้วค่ะ ผนังสีขาวตัดกับดีเทลหินอ่อน บวกกับไฟสีทองระยิบระยับ คือถ้าไม่บอกว่าเป็นคาเฟ่ นึกว่าเดินเข้าล็อบบี้โรงแรมหรูๆ สักแห่ง คือเขาคุมธีมโรงแรมได้เป๊ะมากจริงๆ ค่ะ

ดูรูปอาจจะคิดว่า "เวอร์ไปมั้ย?" แต่พอไปเจอของจริง คือต้องขยี้ตาเลยค่ะว่านี่เราอยู่เกาหลีหรือยุโรปกันแน่

ป้ายที่อยู่ร้าน Le Tour - ดีเทลป้ายภาษาอังกฤษแทนภาษาเกาหลี เพิ่มความอินเตอร์ | 하이제이에스비

ความใส่ใจในดีเทลของเขาคือที่หนึ่ง ขนาดป้ายบ้านเลขที่ยังทำเป็นภาษาอังกฤษล้วน ไม่มีภาษาเกาหลีปนเลย ยิ่งทำให้บรรยากาศโดยรวมดูอินเตอร์และสมจริงสุดๆ ค่ะ

โซนเบเกอรี่ ฟีลล็อบบี้โรงแรมยุโรป

โซนเบเกอรี่ Le Tour - จัดวางบนรถเข็นคลาสสิกพร้อมกันสาดสีดำสไตล์โรงแรม | 하이제이에스비

พอเปิดประตูเข้ามาจะเจอโซนเบเกอรี่ก่อนเลย ซึ่งตรงนี้แหละที่ธีมโรงแรมตะโกนออกมาดังมาก! เขาจัดวางขนมบนรถเข็นสไตล์คลาสสิก มีกันสาดสีดำเก๋ๆ เหมือนมุมเบเกอรี่ในล็อบบี้โรงแรมหรูๆ แค่เดินเลือกขนมก็รู้สึกสวยแล้วค่ะ

ตู้เจลาโต้สุดเทรนดี้

ตู้เจลาโต้ Le Tour - มีรสชาติหลากหลาย เช่น ช็อกโกแลตดูไบ, ข้าวไรซ์เบอร์รี่, ซุก (Ssuk), และป๊อปคอร์นเกลือ | 하이제이에스비

ข้างๆ กันมีตู้เจลาโต้ตั้งอยู่ค่ะ เมนูรสชาติคือทันสมัยมาก มีทั้ง Dubai Chocolate ที่กำลังฮิต, รสข้าวไรซ์เบอร์รี่, รส Ssuk (จิงจูฉ่ายเกาหลี), และรส Salted Popcorn ตัวอักษรภาษาอังกฤษบนกระจกยิ่งเพิ่มความชิคเข้าไปอีก

ซูมดูชัดๆ เจลาโต้ & ขนมหวาน

ซูมเจลาโต้รส Salted Popcorn และรส Ssuk - ท็อปปิ้งป๊อปคอร์นแน่นๆ น่าทาน | 하이제이에스비
เจลาโต้รสชาติอื่นๆ ที่เรียงรายน่าทาน | 하이제이에스비

มาดูเจลาโต้กันชัดๆ ค่ะ ตัว Salted Popcorn คือโปะป๊อปคอร์นมาให้แบบพูนๆ ส่วนรส Ssuk (Mugwort) สีเขียวเข้มก็น่าลองมาก สีสันตัดกันสวยงาม รสชาติน่าค้นหาสุดๆ

เคาน์เตอร์สั่งอาหาร หรือจุด Check-in?

เคาน์เตอร์สั่งอาหาร Le Tour - ดีไซน์หินอ่อนและผนังลายตาราง ให้ความรู้สึกเหมือนเคาน์เตอร์เช็คอินโรงแรม | 하이제이에스비

เดินมาถึงเคาน์เตอร์สั่งออเดอร์ แทบอยากจะยื่นพาสปอร์ตแล้วบอกว่า "Check-in ค่ะ" (ขำ) เพราะเขาทำออกมาเหมือนฟร้อนท์โรงแรมเป๊ะๆ ทั้งโต๊ะยาวลายหินอ่อน ไฟสลัวๆ และผนังลายตารางข้างหลัง คือเก็บรายละเอียดเนี๊ยบทุกจุดจริงๆ ยอมใจคนออกแบบเลยค่ะ

ดีเทลธีมโรงแรมที่ซ่อนอยู่ทุกมุม

บรรยากาศภายในร้าน Le Tour - การตกแต่งและวางพร็อพที่ให้ความรู้สึกหรูหราเหมือนล็อบบี้ | 하이제이에스비

จุดเด่นของที่นี่คือความ "สุด" ในคอนเซปต์ค่ะ ไม่หลุดธีมเลยแม้แต่นิดเดียว ตั้งแต่การจัดวางขนมไปจนถึงพร็อพชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทุกอย่างถูกคิดมาแล้วว่าต้องเข้ากับธีมโรงแรม

รถเข็นกระเป๋า Bellboy cart ที่ถูกนำมาใช้เป็นชั้นวางของตกแต่ง | 하이제이에스비

มุมหนึ่งของร้านมีรถเข็นกระเป๋า (Bellboy Cart) ที่เราเห็นตามโรงแรม เอามาใช้วางแก้วและของตกแต่ง คือเห็นแล้วรู้เลยว่าตั้งใจมาก ถ้าเป็นคาเฟ่ทั่วไปเอามาวางอาจจะดูแปลกๆ แต่พออยู่ที่นี่มันกลมกลืนและดูแพงมากค่ะ

ระเบียงเอาท์ดอร์กับซุ้มประตูอลังการ

ระเบียงด้านนอก Le Tour - โครงสร้างเสาและซุ้มโค้งสไตล์ยุโรป ดูยิ่งใหญ่ | 하이제이에스비

โซนระเบียงด้านนอกก็ไม่น้อยหน้าค่ะ โครงสร้างเสาและซุ้มโค้ง (Arch) ขนาดใหญ่ทำให้ดูอลังการมาก ถ้านั่งข้างนอกบรรยากาศคือยุโรปสุดๆ ถ้ามาวันที่อากาศดีๆ นั่งจิบกาแฟตรงนี้คือฟินแน่นอน (แต่ตอนเราไปเป็นหน้าร้อน แอบสู้แดดไม่ไหว ขอนั่งตากแอร์ฉ่ำๆ ดีกว่าค่ะ 555)

รีวิวรสชาติขนมกับวิวอ่างเก็บน้ำ

วิวมุมสูงจากระเบียง Le Tour มองเห็นอ่างเก็บน้ำมยองอัม - จิบเครื่องดื่มชมวิวสุดชิล | 하이제이에스비

นั่งจิบเครื่องดื่มตรงระเบียงมองวิวอ่างเก็บน้ำมยองอัมแล้วรู้สึกเหมือนได้มา Staycation พักผ่อนจริงๆ ค่ะ ตลกดีที่นี่เป็นแค่คาเฟ่ ไม่มีห้องพักจริงๆ แต่บรรยากาศมันฮีลใจเหมือนได้มาเที่ยวพักร้อนเลยค่ะ

รอบนี้เราสั่งเครื่องดื่มกลุ่มลาเต้ ขนมพาย 2 ชิ้น และ Affogato (เจลาโต้ราดเอสเพรสโซ่) จำชื่อเมนูเป๊ะๆ ไม่ได้แล้ว (เพราะไปมาปีที่แล้ว...) แต่จานที่เสิร์ฟมีโลโก้ LE TOUR สวยงามมาก ส่วนรสชาติขอบอกว่า "ผ่าน" ค่ะ! โดยเฉพาะพายที่กรอบนอกนุ่มใน ไส้ครีมแน่นๆ ส่วนตัวเราประทับใจขนมมากกว่าเครื่องดื่มอีก ส่วน Affogato ที่ใช้เจลาโต้วานิลลาราดกาแฟเข้มๆ ก็เข้ากันดีมาก ตัดเลี่ยนได้ดีในวันร้อนๆ

ปกติคาเฟ่สวยๆ มักจะตกม้าตายเรื่องรสชาติ แต่ที่นี่ถือว่าทำได้ดีทั้งบรรยากาศและรสชาติขนมเลยค่ะ

ที่นั่งด้านใน ฟีลเลานจ์โรงแรมหรู

ที่นั่งด้านใน Le Tour - พื้นไม้และแสงไฟนวลตา ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเลานจ์โรงแรม | 하이제이에스비

ที่นั่งด้านในตกแต่งสไตล์เลานจ์ นั่งสบาย ถ่ายรูปสวย แสงไฟ พื้น และวอลเปเปอร์ คุมโทนสีได้ละมุนตามาก แค่นั่งเฉยๆ ก็รู้สึกดีแล้วค่ะ

โซนที่นั่งชั้น 2 Le Tour - มีที่นั่งหลากหลายมุม ให้บรรยากาศที่แตกต่างกัน | 하이제이에스비

โซนอื่นๆ ก็ตกแต่งสวยไม่แพ้กัน แต่ละมุมให้ความรู้สึกต่างกันนิดหน่อย กะว่าถ้ามีโอกาสกลับมาอีก จะลองไปนั่งมุมอื่นดูบ้างค่ะ

ข้อควรรู้ก่อนไป Le Tour

เรื่องที่จอดรถหายห่วงค่ะ มีลานจอดรถถึง 2 แห่ง กว้างขวางมาก เราไปช่วงวันหยุดหน้าร้อนก็ยังจอดได้สบายๆ ไม่ต้องรอคิว ร้านเปิดทุกวัน 10:00 - 22:00 น. (สั่งได้ถึง 21:30 น.) ค่ะ

ส่วนราคา จำตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่ด้วยความที่เป็นคาเฟ่สเกลใหญ่และตกแต่งจัดเต็ม ราคาจะสูงกว่าคาเฟ่ทั่วไปนิดหน่อยค่ะ เตรียมงบไว้ประมาณ **170 - 250 บาท (฿)** ต่อแก้วนะคะ แนะนำให้เช็คเมนูล่าสุดใน Instagram หรือ Naver ก่อนไปค่ะ

ข้อจำกัดนิดนึงคือ "ทำเล" ค่ะ เมืองชองจู (Cheongju) อาจจะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลักสำหรับคนไทย ถ้าไม่ได้เช่ารถขับ หรือตั้งใจมาเที่ยวโซนนี้จริงๆ อาจจะเดินทางลำบากนิดนึงค่ะ

ถึงร้านจะอยู่ในตัวเมือง แต่จากป้ายรถเมล์ต้องเดินเข้ามาอีกประมาณ 20 นาที ซึ่งไกลพอสมควร ถ้าไม่มีรถส่วนตัวอาจจะทุลักทุเลหน่อย แนะนำว่า **เช่ารถขับมาสะดวกที่สุดค่ะ**

สรุป: Le Tour ชองจู — คาเฟ่ที่ให้ฟีลโรงแรมยิ่งกว่าโรงแรมจริง

สรุปสั้นๆ สำหรับ Stay Interview Le Tour ชองจู คือ "คาเฟ่ที่เหมือนโรงแรมยิ่งกว่าโรงแรม" ค่ะ ดีเทลทุกอย่างตั้งแต่ป้ายหน้าประตูยันรถเข็นกระเป๋า คือความใส่ใจที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดไปอีกโลกนึง ขนมอร่อยเกินคาด ที่จอดรถสะดวกสบาย

ถึงจะนอนค้างไม่ได้ แต่แค่ได้มานั่งเล่นครึ่งวันก็คุ้มค่าแล้วค่ะ ใครมีแพลนมาเที่ยวแถวชองจู หรือขับรถผ่าน แนะนำให้แวะเลยค่ะ ยิ่งถ้ามาวันธรรมดาคนน้อยๆ จะยิ่งฟินและถ่ายรูปสวยมาก!

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ https://hi-jsb.blog
วันที่เผยแพร่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06:50
วันที่อัปเดต 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 01:00